
ภูเก็ต เขาว่ามาจาก บูกิ๊ต
อุบัติเหตุของเครื่องบินสายบินบางกอกแอร์เวย์สที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งคร่าชีวิตกัปตันไปท่านหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่พาความเศร้าโศกมาให้ใครหลายๆ คน โดยเฉพาะลูกเรือและผู้โดยสารที่อยู่ในเหตุการณ์
ว่าไปแล้ว เหตุการณ์ทำนองนี้มักเกิดขึ้นทางภาคใต้ ด้วยเหตุผลด้านสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งหากย้อนดูประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอุบัติเหตุการบินในไทยสัก 20-30 ปีมานี้ จะพบว่า อุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้น หลายครั้งเกิดจากการพุ่งชนภูเขา โดยเฉพาะที่ จ.ภูเก็ต และพื้นที่ใกล้เคียง
“ภูเก็ต” มาจากภาษามลายู ว่า “บูกิ๊ต” (Bukit) หมายถึง “ภูเขา” หรือเนินเขา ตรงนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวัฒนธรรมภาคใต้บอกมา แต่ในเอกสารโบราณของไทย เช่น จดหมายเหตุเมืองถลางบางฉบับ สะกดคำดังกล่าวด้วย จ.จาน กลายเป็น “ภูเก็จ” ซึ่งหากสะกดอย่างนี้จะมีความหมายว่า ภูเขาที่ประดับด้วยแก้ว เพราะ ภู หมายถึง ภูเขา ส่วนเก็จ หมายถึง แก้ว นั่นเอง
เรื่องราวของเมืองภูเก็ต ปรากฏในเอกสารโบราณมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งมีความรุ่งเรืองทางการค้ากับนานาชาติ เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ คือ ดีบุก ต่อมา ปรากฏหลักฐานในพงศาวดารรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ว่าภูเก็ตเป็น 1 ใน 8 หัวเมืองริมฝั่งทะเลตะวันตกที่ขึ้นกับกรมท่า ซึ่งได้แก่ ถลางบางคลี ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง เกาะรา คูระ คูรอด พังงา และภูเก็ต
สมัยรัชกาลที่ 5 มีการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล จึงเกิด “มณฑลภูเก็ต” ขึ้น โดยมีบ้านเมืองในฝั่งทะเลอันดามันขึ้นอยู่กับมณฑลดังกล่าว ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ และตะกั่วป่า รื่องนี้หลายท่านคงทราบกันดี แต่เรื่องสนุกที่ไม่ค่อยมีใครรู้คือ “เมืองผลึก” ในพระอภัยมณี ของมหากวีสุนทรภู่นั่นก็คือ เมืองถลาง-ภูเก็ต
ส่วนเรื่องเศร้าที่ไม่มีเค้าของความสนุก อย่างอุบัติเหตุทางการบินที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ณ เมืองภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงนั้น ภาวนาขอให้พายุฝนช่วยพัดพาไป อย่าได้หวนคืนกลับมาให้เศร้าใจกันอีกเลย !
เรือนอินทร์ หน้าพระลาน



