ข่าว

ยิง"นักข่าวร้อยเอ็ด"คาดปมมรดก

ยิง"นักข่าวร้อยเอ็ด"คาดปมมรดก

08 ต.ค. 2559

คนร้ายลอบยิง นักข่าวร้อยเอ็ด เจ้าตัวกัดฟันขี่จยย.หนีเข้ากลางชุมชน คาดปมมรดก

                 เมื่อเย็นวานนี้ (7ต.ค.) โรงพยาบาลร้อยเอ็ด รับตัวนายสุเทพ ลอยแก้ว อายุ 53 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบชนิด เข้าที่แขนซ้าย ใกล้ข้อมือ 3 นัด กระสุนฝังใน เป็นคนไข้ในความดูแล ซึ่งผลการเอ๊กซเรย์พบหัวกระสุน 1 นัด และตัดเส้นประสาทสำคัญ โดยเหตุเกิดขึ้น เวลา 07.10 น. วันที่ 7 ต.ค. ร.ต.อ.จันทร์แดง ทวีโชค รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.โคกสว่าง รับแจ้งจากป้อมยาม ว่ามีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์ มาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ป้อมยามถนนหนองพอก–เลิงนกทา จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบนายสุเทพ ลอยแก้ว ที่ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบชนิดเลือดอาบแขนซ้าย จึงนำส่ง รพ.โพนทอง เพื่อการรักษาพยาบาลก่อนที่จะสอบสวนปากคำต่อไป

               จากการสอบสวนปากคำนายสุเทพ กล่าวว่า เป็นผู้สื่อข่าว สำนักข่าวทีนิวส์ ประจำ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ก่อนเกิดเหตุได้ขี่จักรยานยนต์ ไปทำบุญที่วัดถ้ำโสม อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร แนวเขาเขตติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ใกล้มหาเจดีย์ศรีชัยมงคล ต.โคกสว่าง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมักไปทำบุญลำพังประจำ วันนี้ หลังเสร็จภารกิจได้ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านตามทางสันเขา ก่อนมาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถกระบะ ขับแซง เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด รู้สึกเจ็บที่แขน เมื่อก้มลงดูเห็นเป็นรอยกระสุน 3 จุด จึงมั่นใจว่าถูกยิง และกระสุนฝังใน แต่ไม่กล้าจอดรถ เพราะมั่นใจว่าถูกปองร้าย หากจอดรถคนร้ายอาจเห็นว่าตนเองไม่เป็นอะไรอาจจะตามมายิงซ้ำ จึงแข็งใจขี่รถจักรยานยนต์หนีไปป้อมตำรวจเพื่อความปลอดภัยก่อนจะแจ้งตำรวจและโทรศัพท์แจ้งครอบครัวทราบ

                ด้านนาง วาสนา ลอยแก้ว อายุ 46 ปี ภรรยาของนายสุเทพ กล่าวว่า กังขาที่สามีถูกลอบยิงทั้งที่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่เคยมีคู่อริและมีปัญหาอะไรกับใคร เป็นคนที่ชอบช่วยคนอื่นและดีกับทุกคน ไม่เลยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร เวลาว่างก็ไปวัดประจำ และนอกจากเป็นนักข่าวทีนิวส์แล้ว ยังเสียสละเป็นอาสากู้ภัยช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด เหตุที่เกิดมีเพียงเรื่องมรดกที่ดินที่เป็นปัญหาในครอบครัว ที่มีการข่มขู่กัน มีทะเลาะกันเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนเท่านั้น ซึ่งเป็นปัญหากันมาเป็น 10 ปีมาแล้ว

                “โดย 2 อาทิตย์ที่ผ่านมามีการทะเลาะกันเรื่องที่ดิน มีการข่มขู่คาดโทษในลักษณะว่าจะปองร้ายกัน แต่ไม่อยากยืนยันว่าใช่สาเหตุที่สามีโดนยิง และไม่อยากจะบอกว่าคนที่ใจคิดว่าคนที่ยิงจะเป็นใครเพราะไม่มีหลักฐาน จึงพูดอะไรไม่ได้ ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ตำรวจจะสืบสวนขยายผลไปหาคนตัวคนร้ายมาลงโทษ และหลักฐานคือรถคันที่ขับไปในที่เกิดเหตุวันนั้นก็คือหลักฐาน ว่าใช่หรือไม่” นางวาสนา กล่าว

                ด้านนางสาวภัทรียา ลูกสาวอายุ 21 ปี กล่าวว่า มั่นใจเลยว่าสาเหตุที่พ่อโดนลอบยิงเป็นเรื่องภายในครอบครัวและเรื่องมรดกที่ดิน ซึ่งมีการเถียงกันจนกล่าวว่าจะมีการฟ้องร้องน่าจะเป็นต้นเหตุเเละเป็นการทะเลาะรุนแรงที่สุดเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนถูกยิง นอกจากนี้ยังมีคนใกล้ชิดในครอบครัวและญาติของแม่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยได้ให้ข้อมูลกับตำรวจสืบสวนสอบสวนเอาว่าเกี่ยวหรือไม่ เพื่อเอาตัวคนยิงมาลงโทษ