
10 ดาวดังในวัย 30 ไม่แจ๋ว
อาชีพ นักฟุตบอล อายุ 30 ปี จะถือว่าเป็นช่วง จุดสูงสุด ของชีวิตค้าแข้ง !?
สำหรับอาชีพ นักฟุตบอล เมื่อย่างเข้าสู่อายุ 30 ปีจะถือว่าเป็นช่วง จุดสูงสุด ของชีวิตค้าแข้งได้เหมือนกัน เพราะนักเตะระดับโลกส่วนใหญ่จะมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดอยู่ในวัยนี้แทบทั้งสิ้น หลังจากที่ผ่านร้อนผ่านหนาวบนสังเวียนลูกหนังมาแบบโชกโชน แต่กลับมีผู้เล่นระดับโลกอีกหลายรายที่ไม่เป็นแบบนั้น เหมือนอย่าง 10 ดาวดังที่ไม่ได้เป็นแบบ 30 ยังแจ๋วเมื่อตอนถึงวัยที่มีเลข 3 นำหน้าอายุของแต่ละคน
เวย์น รูนีย์
เคยเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการลูกหนังอังกฤษตั้งแต่ตอนที่แจ้งเกิดกับเอฟเวอร์ตัน ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น ก่อนจะย้ายมาสร้างชื่อกับแมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2004 จนถึงปัจจุบันที่อยู่ในช่วงวัย 30 ปีพอดี แต่ตอนนี้กลับทำผลงานได้ย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะการถูกจับให้ถอยไปยืนเล่นในหลายๆ ตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น กองหน้าตัวต่ำ, ปีกริมเส้น รวมถึงกองกลาง จึงอาจจะลืมสัญชาตญาณความเป็นหัวหอกตัวเป้าตามตำแหน่งที่ถนัดไปเสียแล้ว
โรนัลดินโญ
ตอนที่ค้าแข้งกับบาร์เซโลนา เคยได้รับการยกย่องให้เป็นนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก แต่ต้องยอมหลีกทางให้ ลิโอเนล เมสซี ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุคนั้นที่เล่นในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์เหมือนกัน ทำให้ “เหยินน้อย” ต้องจำใจย้ายทีมเมื่อปี 2008 ในช่วงที่มีอายุเข้าใกล้สู่วัย 30 ปี พร้อมกับแปรสภาพกลายเป็นจอมพเนจรที่ย้ายไปค้าแข้งให้หลายๆ สโมสร และไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาได้อีกเลย
โรบินโญ
อีกหนึ่งอดีตดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการฟุตบอลบราซิล และเคยผ่านการค้าแข้งให้ 3 ทีมลูกหนังระดับชั้นนำของยุโรปอย่าง รีล มาดริด, แมนฯ ซิตี และ เอซี มิลาน มาแล้ว แต่ดันเกิดอาการฟอร์มตกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นช่วงที่มีอายุเข้าใกล้วัย 30 ปีเต็มแก่ จึงต้องพเนจรย้ายไปค้าแข้งกับ กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ ในเมืองจีนเมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะกลับไปร่วมทัพ แอตเลติโก มิเนโร ในบ้านเกิด
ไมเคิล โอเวน
แจ้งเกิดกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในช่วงกลางทศวรรษ 90 ตั้งแต่ตอนที่มีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น เพราะเป็นกองหน้าที่มีความเร็วสูง จึงได้รับสมญานามว่า “เบบี้โกล” และสามารถยิงประตูได้แบบถล่มทลายอีกด้วย แต่โชคร้ายที่เจออาการบาดเจ็บตามเล่นงานในช่วงที่ย้ายไปค้าแข้งกับ รีล มาดริด, นิวคาสเซิล รวมถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้ฟอร์มยอดดาวยิงหายไปก่อนที่จะถึงวัย 30 ปีเสียด้วยซ้ำ
ซิดนีย์ โกวู
เป็นนักเตะตัวหลักของ โอลิมปิก ลียง ในชุดที่เคยครองความยิ่งใหญ่จากการคว้าแชมป์ลีกลูกหนังฝรั่งเศสได้ 7 สมัยซ้อน ระหว่างปี 2001-2008 แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2009 กลับประสบปัญหาฟอร์มตกอย่างหนัก ซึ่งเป็นช่วงที่มีอายุครบ 30 ปีพอดี ทำให้ชื่อเสียงค่อยๆ หายไปจากวงการลูกหนังโลก แม้ตอนนี้จะยังค้าแข้งให้ มุมไบ ซิตี ในอินเดียก็ตาม
ร็อบบี ฟาวเลอร์
ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงตั้งแต่ตอนเริ่มแจ้งเกิดกับลิเวอร์พูล ในช่วงต้นทศวรรษ 90 จึงได้รับการยกย่องให้เป็น “เดอะก็อด” หรือเทพเจ้าของแฟนบอลไปด้วย ก่อนจะถูกทดแทนด้วยรุ่นน้องอย่าง ไมเคิล โอเวน ทำให้ต้องย้ายทีมในช่วงวัย 20 ปีกลางๆ และเริ่มมีปัญหาเจ็บเข่าแบบเรื้อรัง โดยเฉพาะช่วงที่เข้าสู่วัย 30 ปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลงานในสนามไปโดยปริยาย
ลูโดวิช ชูลี
สร้างชื่อจากการนำทัพโมนาโก เข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 2003 และมีส่วนช่วยให้ บาร์เซโลนา คว้าแชมป์สโมสรยุโรปในปี 2006 แต่หลังจากนั้นกลับประสบปัญหาฟอร์มตกแบบดื้อๆ ในช่วงที่มีอายุเข้าสู่วัย 30 ปีพอดี ก่อนจะกลายเป็นนักเตะพเนจรที่ย้ายไปค้าแข้งให้หลายๆ สโมสร และยังคงสวมสตั๊ดลงเล่นให้ มองต์ส ดอร์ เอแซร์เกส ในฝรั่งเศสด้วยวัย 40 ปี
กาอิซกา เมนดิเอตา
ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในยอดกองกลางของโลกลูกหนังช่วงทศวรรษ 90 ซึ่งเป็นตอนที่ บาเลนเซีย อยู่ในยุครุ่งเรืองพอดี ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพ ลาซิโอ ด้วยค่าตัวสุดแพงในปี 2001 และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความตกต่ำไปด้วย แม้จะย้ายไปค้าแข้งให้ มิดเดิลสโบรช์ ในปี 2004 หรือตอนที่มีอายุครบ 30 ปีพอดี แต่ก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาได้อีกเลย
เฟอร์นันโด ตอร์เรส
นี่คืออีกหนึ่งยอดดาวยิงของแอตเลติโก มาดริด และลิเวอร์พูล แต่การตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพเชลซี ในปี 2011 ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความตกต่ำก่อนที่จะถึงวัย 30 ปีเสียด้วยซ้ำ เพราะต้องแบกรับความกดดันจากเรื่องของค่าตัวที่เป็นสถิติแพงที่สุดของเกาะอังกฤษในเวลานั้น จึงแทบจะไม่เหลือฟอร์มของยอดกองหน้าเหมือนอย่างเมื่อครั้งวันวานอีกต่อไป
โจ โคล
จากที่เคยได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการฟุตบอลอังกฤษ เมื่อตอนสมัยที่เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับเวสต์แฮม ในปี 1998 และเคยทำผลงานเมื่อตอนที่เล่นให้ เชลซี กับ ลิเวอร์พูล ได้ค่อนข้างโดดเด่น แต่กลับประสบปัญหาฟอร์มตกในช่วงเข้าสู่วัย 30 ปี จึงต้องแปรสภาพกลายเป็นนักเตะพเนจร โดยตอนนี้ย้ายไปรับใช้ แทมปา เบย์ โรว์ดีส์ ในสหรัฐอเมริกา



