ข่าว

 อินโดนีเซียวันนี้

อินโดนีเซียวันนี้

17 ส.ค. 2552

วันที่ 17 สิงหาคม เป็นวันประกาศเอกราชของอินโดนีเซีย เพื่อนมิตรประเทศหนึ่งของไทย และเป็นสมาชิกรุ่นบุกเบิกประเทศหนึ่งของอาเซียน สำหรับชาติที่ไม่เคยสูญเสียอิสรภาพและความเป็นไท ถูกยึดครองและกดขี่ข่มเหงจากคนต่างชาติอาจจะไม่ค่อยรู้ซึ้งถึงคุณค่าและความสำคัญของคำ

"เอกราช" เท่าไรนัก แต่สำหรับชาติที่เคยมีความเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งอารยธรรมชั้นสูงมาแต่โบราณกาลแต่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของชาวตะวันตกยาวนานกว่า 300 ปี จนต้องจับอาวุธขึ้นต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราช และได้มันมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตนั้น คำว่า “เอกราช” และ “ชาติ” ย่อมมีคุณค่าอันสูงส่งและความหมายที่ลึกซึ้ง

 วันประกาศเอกราชของอินโดนีเซียปีนี้ ผมอยู่ที่กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย ท่ามกลางสีสันและบรรยากาศของงานฉลองวันประกาศเอกราช ที่ธงชาติและแถบผ้าสีขาว-แดงถูกประดับประดาไปทั่วเมือง แม้ว่าสังคมของอินโดนีเซียจะมีช่องว่างและความเหลื่อมล้ำต่ำสูงระหว่างคนรวยกับคนจนอยู่มาก แต่วันที่ 17 สิงหาคม ก็เป็นวันที่ทุกคนจะมีความเสมอภาคกันในฐานะของคนชาติเดียวกัน ที่มีบรรพบุรุษร่วมต่อสู้มาด้วยกันเพื่อได้มาซึ่งเอกราชและอธิปไตยในวันนี้

 สำหรับจาการ์ตาในปี 2009 นั้น หลายคนที่ไม่เคยมาหรือไม่ได้มาอินโดนีเซียเวลานาน อาจจะนึกภาพของเมืองหลวงแห่งนี้ไม่ออก และคิดว่าคงจะใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ เมื่อสัก 30-40 ปีที่แล้ว คือมีถนนสายหลักไม่กี่สาย ตัวเมืองแออัดด้วยบ้านเรือนและตึกแถวเก่าๆ มีย่านที่เป็นอาคารที่ทันสมัยเพียงไม่กี่แห่ง แต่ตามความเป็นจริงนั้น จาการ์ตาเวลานี้มีความเจริญไล่หลังสิงคโปร์ บ้านเมืองเต็มไปด้วยอาคารสูงที่สวยงามและล้ำยุค มีโรงแรมและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ยักษ์มากมาย มีถนนหนทางและระบบทางด่วนทางต่างระดับที่โยงใยอย่างกว้างขวาง สัมผัสได้ถึงความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนความเจริญให้รุดหน้าไปอย่างทรงพลัง

 ปัญหาใหญ่ของอินโดนีเซียในเวลานี้ อาจไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจและการเมืองเช่นบางประเทศในเอเชีย แต่น่าจะอยู่ที่สังคมและความมั่นคงมากกว่า ซึ่งก็ล้วนเป็นเรื่องที่น่าหนักใจไม่ใช่น้อย ทั้งในการดูแลประชากรจำนวน 200 ล้านคน ทั้งในเรื่องการศึกษา สาธารณสุข และปัจจัยพื้นฐานต่างๆ โดยเฉพาะสภาพทางภูมิศาสตร์ของประเทศที่มีลักษณะเป็นเกาะเล็กเกาะน้อย และการรักษาความปลอดภัยของบ้านเมืองให้รอดพ้นจากน้ำมือของการก่อการร้ายที่พยายามก่อเหตุรุนแรงทั้งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งสร้างรายได้หลักแก่ประเทศ และในกรุงจาการ์ตาเอง

 หากเปรียบเทียบระหว่างปัญหาสังคมกับความมั่นคงแล้ว ความมั่นคงน่าจะเป็นปัญหาที่มีความสำคัญเร่งด่วนมากกว่า เพราะหากรัฐบาลอินโดนีเซียไม่สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ และปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นที่เคยเกิดในบาหลี หรือโรงแรมชั้นนำในกรุงจาการ์ตาขึ้นมาอีก ก็ย่อมก่อให้เกิดการสูญเสียความเชื่อมั่นของนักธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติ อันมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย และเชื่อมโยงไปถึงเรื่องการเมืองและสังคมในที่สุด

 ภาพของเหตุการณ์จลาจลในสมัยปลายยุคของอดีตประธานาธิบดีซูการ์โน ยังเป็นฝันร้ายที่ติดอยู่ในใจของคนอินโดนีเซียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพ่อค้าและนักธุรกิจเชื้อสายจีน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่คนเหล่านี้เริ่มขยับตัวหาทางไปพำนักหรือลงทุนในต่างประเทศที่มีความมั่นคงและปลอดจากภัยของผู้ก่อการร้ายกันแล้ว