
ผู้นำโคลอมเบีย คว้าโนเบลสาขาสันติภาพ
คณะกรรมการรางวัลโนเบล มอบรางวัลสาขาสันติภาพให้ผู้นำโคลอมเบีย ทุ่มเทเจรจาปิดฉากสงครามกลางเมือง 5 ทศวรรษ
7 ต.ค. คณะกรรมการรางวัลโนเบลนอรเวย์ ประกาศที่กรุงออสโล มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2559 ให้แก่ ประธานาธิบดีฆวน มานูเอล ซานโตสแห่งโคลอมเบีย จากความพยายามอย่างแน่วแน่ในการเจรจาจรบรรลุข้อตกลงกับกองกำลังติดอาวุธเพื่อการปฏิวัติแห่งโคลอมเบีย ( ฟาร์ก) ปิดฉากสงครามกลางเมือง 52 ปี ที่คร่าชีวิตผู้คนราว 2.6 แสน และไร้ที่อยู่ภายในประเทศกว่า 6 ล้านคน แม้ว่าชาวโคลอมเบียเพิ่งลงประชามติเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่รับข้อตกลงสันติภาพที่ใช้เวลาเจรจานานถึง 4 ปีและลงนามเมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากส่วนใหญ่มองว่าโอนอ่อนให้กับกลุ่มกบฎมาร์กซิสต์มากเกินไป
ปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสูงสุด 376 รายชื่อ โดยแบ่งเป็น 228 บุคลและ 148 องค์กร และกระบวนการสันติภาพโคลอมเบีย เดิมถูกยกเป็นหนึ่งในตัวเก็งที่จะได้รับรางวัลทรงเกียรติประจำปีนี้ นอกเหนือจากอาสาสมัครกลุ่มไวท์เฮลเม็ตในซีเรีย, นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ผู้เปิดโปงโครงการสอดแนมสหรัฐ และคณะบุคคลที่มีส่วนร่วมเจรจาให้อิหร่านยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์ เช่น จาวาด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน, จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และเฟเดริกา โมเกเรนี หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสภาพยุโรปหรืออียู แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าโอกาสน้อยลงไปมาก หลังชาวโคลอมเบียไม่รับข้อตกลงประวัติศาสตร์
กระนั้น คาซี คุลมานน์ ไฟฟ์ ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัล กล่าวว่า การที่เสียงส่วนใหญ่โหวตปฏิเสธข้อตกลงสันติภาพ ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการสันติภาพจบสิ้นแล้ว สิ่งที่ฝ่ายโหวตโน ปฏิเสธ ไม่ใช่ความปรารถนาแห่งสันติภาพ แต่เป็นเฉพาะเนื้อหาในข้อตกลงเท่านั้น นอกจากนี้ ประธานาธิบดีซานโตสก็กำลังเชิญทุกฝ่ายมาเข้าร่วมการเจรจาระดับชาติเพื่อเดินหน้ากระบวนการสันติภาพต่อ
ประธานกรรมการโนเบลกล่าวด้วยว่า จะเป็นเรื่องอันตรายอย่างมากหากกระบวนการเจรจาสันติภาพยุติและสงครามกลางเมืองปะทุขึ้นมาอีกครั้ง และสำคัญยิ่งกว่านั้น ประธานาธิบดีซานโตส และ โรดริโก ลอนโดโน ผู้นำกลุ่มกบฎฟาร์ก ในฐานะหัวหน้าคณะ จะต้องเคารพการหยุดยิงต่อไป
ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ จะได้รับเงินรางวัล 8 ล้านโครเนอร์ (ราว 32 ล้านบาทเศษ )
สำหรับประวัติโดยย่อของผู้นำโคลอมเบีย เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปีนี้ เกิดเมื่อเดือนสิงหาคม 2494 ที่กรุงโบโกตา เมืองหลวงของโคลอมเบีย เป็นทายาทตระกูลร่ำรวยและกว้างขวางในแวดวงการเมืองและสื่อของโคลอมเบีย จบการศึกษาจาก ลอนดอน สกูล ออฟ อีโคโนมิกส์ จากนั้นประกอบอาชีพเป็นผู้สื่อข่าว สมัยหนุ่มเคยเข้าไปทำข่าวการปฏิวัติของกบฎซานดินีสตา ในประเทศนิการากัว ก่อนหันมาเล่นการเมือง และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง
เคยเป็นผู้นำกวาดล้างกบฏฟาร์กครั้งใหญ่ สมัยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกลาโหมช่วงปี 2549-2552 แต่หลังชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 2553 ได้หันมาใช้วิธีเจรจาเพื่อสงบศึกถาวรกับกลุ่มกบฏแทน ท่ามกลางเสียงคัดค้านหนักหน่วงจากพันธมิตร แต่ซานโตสยอมใช้เก้าอี้ประธานาธิบดีเป็นเดิมพันกับกระบวนการสันติภาพ โดยครั้งหนึ่ง เขากล่าวว่า ไม่ได้ทำเพื่อต้องการเสียงปรบมือ แค่อยากทำสิ่งที่ถูกต้อง
นายซานโตสชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสมัยในปี 2557 ซึ่งถูกมองว่าเป็นการยอมรับการเจรจาสันติภาพของเขา
หลังเจรจา 4 ปี ก็บรรลุข้อตกลงกับอดีตศัตรูตลอดกาลอย่าง ทิโมเลียน คีเมเนส หรือ ทิโมเชนโก ผู้นำกบฎฟาร์ก และลงนามเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ประชาชนกลับออกเสียงคัดค้านผ่านการลงประชามติ ทำให้หลังจากนี้ กลุ่มกบฎและรัฐบาลโคลอมเบีย จะต้องกลับไปปรับกระบวนเจรจากันใหม่ เพื่อให้เหยื่อฆาตกรรม ลักพาตัว และการละเมิดอื่นๆ ยอมรับได้



