
บอร์ดเนชั่นข้องใจคำสั่งก.ล.ต.ไม่เป็นธรรม
บอร์ดเนชั่นระบุคำสั่งก.ล.ต.ไม่เป็นธรรม ขัดคำพิพากษาศาลจังหวัดพระโขนง แจงไม่เคยรับแจ้งให้ไปชี้แจงข้อมูลมาก่อน ห่วงธุรกิจหยุดชะงักไร้คนบริหาร กระทบความน่าเชื่อถือ
หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีคำสั่งห้ามกรรมการบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำนวน 8 คน ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ตุลาคม 2559 คณะกรรมการได้จัดแถลงข่าวขึ้นที่นาวสตูดิโอ โดยมีตัวแทนพนักงานจำนวนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจและมอบช่อดอกไม้
ทั้งนี้ กรรมการและผู้บริหารเครือเนชั่น ที่ถูกคำสั่งดังกล่าว ประกอบด้วย 1.นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น 2.นายเสริมสิน สมะลาภา 3.นางสาวดวงกมล โชตะนา 4.นายปกรณ์ บริมาสพร 5.นายเชวง จริยะพิสุทธิ์ 6.นายอดิศักดิ์ ลิงปรุ่งพัฒนกิจ 7.นางสาวเขมกร วชิรวราการ และ 8.นายพนา จันทรวิโรจน์ ซึ่งปัจจุบัน นายสุทธิชัย นายปกรณ์ และนายเชวง ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของเนชั่นกรุ๊ปแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น ที่ปรึกษาคณะกรรมการเครือเนชั่น กล่าวว่า คำสั่งของสำนักงาน ก.ล.ต.ที่ออกมา ถือว่าตนและกรรมการเครือเนชั่น ไม่ได้รับความเป็นธรรม และเห็นว่าขัดกับคำพิพากษาของศาลจังหวัดพระโขนง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2559 ที่ออกมาว่ากรรมการชุดเดิมทั้ง 8 ราย ไม่ได้มีส่วนร่วมในการสั่งห้ามผู้ถือหุ้นให้เข้ามาร่วมประชุม และไม่ได้กระทำการอันใดที่ถือเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายด้วยความซื่อสัตว์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ จึงไม่ต้องรับผิดและไม่มีเหตุให้ต้องออกจากการเป็นกรรมการของบริษัท
“เราตกใจกับคำสั่งของก.ล.ต. ที่กรรมการทั้ง 8 ท่านถูกแบล็กลิสต์ ทั้งที่ไม่เคยได้รับเชิญไปบอกกล่าวว่า ก.ล.ต.มีข้อกล่าวหา หรือมีอะไรจะแจ้งให้ทราบมาก่อน ซึ่งต่างจากคุณณิทธิมน หัศดินทร ณ อยุธยา ที่ก.ล.ต.เชิญไปถึง 3 ครั้ง จึงถือว่าไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง เราจึงสงสัยในมาตรฐานของผู้ใช้อำนาจของ ก.ล.ต.ว่านำมาจากไหนและใช้มาตรฐานอะไร และการที่บอกว่า กรรมการทั้ง 8 ท่านเป็นบุคคลไม่น่าไว้วางใจ คำนี้ถือเป็นคำที่รุนแรงสำหรับเราที่เป็นคนทำสื่อ ถือเป็นการประหารชีวิตในการทำหน้าที่ เป็นถ้อยคำที่รุนแรงมาก เพราะความน่าเชื่อถือมีคุณค่าสำคัญที่สุด”นายสุทธิชัยกล่าว
นอกจากนี้ การออกคำสั่งมาและมีผลในทันทีนั้น แสดงว่าถ้าก.ล.ต.มีความเข้าใจในการทำธุรกิจปกติ ต้องเข้าใจว่าการหยุดทำงานทันที ธุรกิจของบริษัทหยุดชะงัก เพราะไม่มีผู้มีอำนาจบริหารและไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆ ได้ ด้านตลาดหลักทรัพย์เองก็สอบถามมาและให้ชี้แจง ซึ่งเราก็บอกว่าเราไม่รู้เรื่อง เราไม่รู้ว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้ ความผิดของเราคืออะไร การไปนำข้อมูลจากอัยการมา ซึ่งเป็นเพียงข้อกล่าวว่าเท่านั้น และบอกให้ไปสู้กันในศาล แต่ตัดไม้ตัดมือเรา ชื่อเสียงเราก็เสียแล้ว และเราจะทำงานปกติได้อย่างไรเพราะมีคำว่าไม่ไว้วางใจติดอยู่กับเราตลอดเวลา
ด้านนางสาวดวงกมล กล่าวว่า หลังจากนี้กรรมการทั้ง 8 คนจะทำหนังสืออุทธรณ์ไปยังสำนักงาน ก.ล.ต. โดยจากการพิจารณาด้านข้อกฎหมายเราสามารถอุทธรณ์ได้ ซึ่งคำว่าไม่น่าไว้วางใจถือว่าเป็นอะไรที่เรายอมรับไม่ได้ เพราะเป็นหัวใจของสื่อมวลชน



