ชาวท่าเรือ อยุธยา ระวัง !! เขื่อนพระรามหก ปักธงแดง
เขื่อนพระรามหก ปักธงแดง เตือนชาวบ้านเก็บของหนี้น้ำ หลังกรมชลเตือน 3 จังหวัดใต้เขื่อนป่าสัก ระวังน้ำท่วม โคราชอ่วมน้ำทะลักท่วมถนนมิตรภาพ สูง 1 เมตร น้ำป่าจากเขา
ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้าวันนี้ (6 ต.ค.) จนกระทั่งเวลา 11.30 น. ได้เกิดน้ำป่าไหลทะลักท่วมถนนมิตรภาพ ด้านขาออกนครราชสีมา ที่บริเวณด่านชั่งน้ำหนักสีคิ้ว ต.ลาดบัวขาว ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 93-94 และบริษัท ซีพีสหอุตสาหกรรม จำกัด ต.โนนทอง อ.สีคิ้ว ช่วงหลัก กม.ที่ 96-97 ระดับน้ำท่วมบนพื้นผิวจราจรสูงกว่า 50 เซนติเมตร ระยะทาง 500 เมตร ยานพาหนะขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้
ที่ผ่านมาเส้นทาง 4 เลน ไม่เคยมีน้ำท่วมทางเกิดขึ้น แม้มีฝนตกหนัก สาเหตุหลักเกิดจากการถมที่ดินและก่อสร้างร้านค้า ร้านอาหาร ที่พักอาศัย รวมทั้งโครงการก่อสร้างท่อก๊าซธรรมชาติบนบก ตอนที่ 1 สระบุรี-อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ของปตท. ได้ขุดดินลึก 1.5 เมตร ด้านขาออกนครราชสีมา เพื่อฝังท่อก๊าซ โดยบางจุดไม่ได้วางท่อลอดข้ามถนน ส่งผลให้น้ำฝนไม่สามารถไหลลงสู่ลำตะคองได้
ส่วนที่ จ.มหาสารคาม ฝนที่ตกลงมาตลอดคืน ทำให้มีน้ำท่วมขังทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 23 (ถนนสายมหาสารคาม-บรบือ-บ้านไผ่) เส้นทางหลักมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนมิตรภาพ 4 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าบ้านโนนสะอาด บ้านหนองแวง บ้านนาดี ต.หนองจิก อ.บรบือ และถนนหน้าชุมชน ต.บรบือ โดยแต่ละจุดท่วมเป็นระยะทาง 200-500 เมตร ระดับน้ำท่วมสูง 20-50 ซม.
ภาคกลางที่ จ.นครสวรรค์ น้ำป่าจากเทือกเขาแม่วงก์ได้ไหลบ่าเข้าท่วมในตลาด อ.ลาดยาว ระดับน้ำท่วมสูง 70-80 เซนติเมตร เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทำให้สถานที่ราชการ ทั้งที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ ศูนย์ท่ารถ ร้านค้าและบ้านเรือนประชาชนรวมกว่า 100 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบ ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ชาวบ้านต้องรีบยกของขึ้นที่สูง เพื่อหนีน้ำท่วม หลังน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และท่วมเป็นรอบที่ 2 แล้ว ขณะที่ อ.ชุมแสง กับ อ.ท่าตะโก มวลน้ำป่าจาก จ.พิจิตร และจ.เพชรบูรณ์ ได้ไหลมาสมทบจนมาถึง จ.นครสวรรค์ ทำให้ระดับน้ำยมและแม่น้ำน่าน ปรับตัวสูงขึ้น จนไหลเอ่อเข้าท่วมทุ่งนาในพื้นที่ ต.ท่าไม้ ต.พิกุล ต.บางเคียน ต.ทับกฤช ทำให้นาข้าวเสียหายไปกว่าหมื่นไร่
นอกจากนี้มวลน้ำจาก จ.เพชรบูรณ์ ยังไหลบ่าเข้าท่วมนาข้าวและบ้านเรือนประชาชนที่ ต.สายลำโพง อ.ท่าตะโก และยังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโค เนื่องจากทุ่งหญ้าถูกน้ำท่วม สัตว์จึงขาดแคลนอาหาร จนต้องต้อนฝูงโคออกมาเลี้ยงกันบนถนนสายหลัก เพื่อให้โคกินหญ้าตามข้างทางแทน ซึ่งก็เสี่ยงกับการถูกรถชนอีก
นายทองเปลว กล่าวว่า นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 5-11 ตุลาคม ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด กรมชลประทานจึงต้องปรับการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม จากอัตราวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นอัตราในช่วงวันละ 47.50–50 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อให้มีพื้นที่ว่างที่จะสามารถรองรับปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนได้อีก
นายทองเปลว กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เขื่อนพระรามหก ยังคงควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านไม่เกิน 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีตามเดิม สำหรับปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้น กรมชลประทานจะใช้พื้นที่ว่างบริเวณเหนือเขื่อนพระรามหก ชะลอน้ำส่วนหนึ่งไว้ น้ำอีกส่วนหนึ่งที่เหลือจะใช้ระบบชลประทานฝั่งตะวันออกตอนล่าง รับน้ำผ่านคลองระพีพัฒน์ จากนั้นจะเร่งระบายน้ำส่วนนี้ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง และคลองชายทะเลต่อไป
นายทองเปลว กล่าวด้วยว่า ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ กรมชลประทานได้ทำหนังสือแจ้งไปยังจ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อประกาศแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำป่าสัก เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร กระชังปลา เป็นต้น รวมไปถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากมีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกมากกว่าเกณฑ์ดังกล่าว กรมชลประทานจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป
ขณะนี้ ทางเขื่อนพระราม 6 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ขึ้นธงแดงแสดงสัญลักษณ์ “วิกฤติ” โดยทางเขื่อนมีการระบายน้ำ
ในวันที่ 6 ตุลาคม ปริมาณ 554.36 ลบ.ม/วินาที จึงขอประกาศให้ประชาชน ที่มีบ้านเรือนอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำป่าสักเตรียมความพร้อม ตรวจสอบทรัพย์สิน
ขนย้ายของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย
ที่ จ.อุทัยธานี น้ำป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งไหลหลากพัดถนนสายโป่งสามสิบ-ลานสัก ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าออกเชื่อมระหว่างหมู่ที่ 1, 3, 7, 15, 16 และหมู่ 18 ต.ระบำ อ.ลานสัก ขาดเป็นระยะทางยาวกว่า 30 เมตร และกระแสน้ำป่ายังทะลักเข้าท่วมไร่ข้าวโพด ไร่มันสำปะหลัง และไร่อ้อยกว่า 3,000 ไร่ รวามทั้งบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 500 หลังเรือน
ส่วนที่ กรุงเทพมหานคร ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม. พร้อมคณะสมาชิกสภา กทม.ได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตดอนเมือง พร้อมสังเกตการณ์ระดับน้ำ สำนักงานชุมชนเปรมประชา และประตูระบายน้ำหลักหก โดยมีผู้บริหารสำนักระบายน้ำ (สนน.) สำนักงานเขตดอนเมือง เขตหลักสี่ เทศบาลตำบลหลักหก จ.ปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องต้อนรับ
ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า จะนำแผนการแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาวในพื้นที่เขตดอนเมือง ตามที่สำนักการระบายน้ำเสนอไปพิจารณา เพื่อสร้างบ่อสูบน้ำและท่อระบายน้ำในถนนช่างอากาศอุทิศ ด้วยงบประมาณ 230 ล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน สำหรับการแก้ปัญหาน้ำท่วมจากฝนตกหนักในเขตดอนเมือง ได้เร่งระบายน้ำในคลองเปรมประชากรลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมประสานเทศบาลตำบลหลักหก จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกรุงเทพฯ ระบายน้ำจากคลองรังสิตเพื่อให้ระดับน้ำในคลองเปรมประชากรลดลง นอกจากนี้ยังเพิ่มเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้านเรือน
ที่ จ.นครนายก ได้มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพี้นที่โรงเรียนเตรียมทหาร ต้องอยู่หมู่ 10 ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา แต่น้ำท่วมขังอยู่ไม่นานก็สามารถระบายออกไปได้หมด
ส่วนที่ จ.ปราจีนบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (6 ต.ค.) ทำให้มีน้ำท่วขังบนถนนสุวรรณศร ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี หลายจุด ระดับน้ำท่วมผิวการจราจรสูงประมาณ 30-50 ซม.



