ข่าว

แก้วมังกร… ไม้ผลที่ไม่ควรมองข้าม

แก้วมังกร… ไม้ผลที่ไม่ควรมองข้าม

07 ต.ค. 2559

โดย - รศ.สมพร อิศวิลานนท์

         แก้วมังกรเป็นพืชต่างถิ่น บ้างก็ว่ามีถิ่นกำเนิดในประเทศแม็กซิโก บ้างก็ว่ามีถิ่นกำเนิดในประเทศโคลัมเบียและประเทศนิคารากัว แต่ที่มีความเห็นตรงกันคือ แก้วมังกรเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง มีชื่อเรียกกันในยุโรปว่า Pitahaya หรือ Pitaya และมีชื่อสามัญทั่วไปว่าดราก้อนฟรุ๊ต(Dragon fruit) ต่อมาได้แพร่กระจายไปในอเมริกาใต้ แอฟริกา และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

        สำหรับการแพร่กระจายมาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ดราก้อนฟรุ๊ตได้ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศเวียดนามก่อนเมื่อกว่าศตวรรษที่ผ่านมา โดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศส เพื่อปลูกเป็นไม้ประดับเพราะดอกจะมีสีขาวสวยงามและบานในตอนกลางคืน การที่ดราก้อนฟรุ๊ตเป็นพืชที่เติบโตได้ดีในภูมิอากาศร้อนชื้น จึงได้แพร่กระจายการเพาะปลูกไปในประเทศต่างๆของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

แก้วมังกร… ไม้ผลที่ไม่ควรมองข้าม

 

       ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เรียกชื่อพืชชนิดนี้แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยคนเวียดนามเรียกพืชนิดนี้ว่า “ธานห์ลอง” คนกัมพูชาเรียกว่า “สกราเนียะ” และคนไทยเรียกว่า “แก้วมังกร” ปัจจุบันแก้วมังกรมีปลูกกันมากในเวียดนาม มีการปลูกเป็นไม้ผลหลังบ้านและปลูกเป็นสวนขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ กระจายไปในทุกภูมิภาคของเวียดนาม โดยมีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดบินถวน ล็องอาน และอันเกียง จนเข้าใจกันว่าแก้วมังกรเป็นผลไม้ท้องถิ่นของเวียดนามไปแล้ว อีกทั้งเวียดนามยังเป็นผู้ส่งออกผลไม้แก้วมังกรรายใหญ่ของโลกอีกด้วย ซึ่งในกลุ่มประชาคมอาเซียนไทยเป็นผู้นำเข้าแก้วมังกรรายใหญ่จากเวียดนาม นอกจากนี้ยังมีการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปอีกด้วย

        แก้วมังกรเป็นไม้ในตระกูลกระบองเพชรและเป็นไม้เลื้อยลำต้นอ่อนจำเป็นต้องมีหลักให้ลำต้นเกาะยึดซึ่งหลักจะเป็นไม้เนื้อแข็งหรือเสาซีเมนต์ก็ได้ เป็นไม้ผลยืนต้นที่ปลูกแล้วสามารถเก็บเกี่ยวต่อเนื่องไปได้หลายปีมีอายุยืน เวียดนามมีพื้นที่เพาะปลูกแก้วมังกรราว 8 หมื่นไร่ มีผลผลิตกว่า 2 แสนตัน โดยพื้นที่ 1 ไร่จะให้ผลผลิตเฉลี่ยราว 4.8 ตัน ทำให้แก้วมังกรจึงเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนดี ใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำกว่าพืชชนิดอื่นๆ

 

แก้วมังกร… ไม้ผลที่ไม่ควรมองข้าม

 

       รูปทรงของผลแก้วมังกรจะกลมรี สีของเปลือกผลเมื่อดิบเป็นสีเขียว เมื่อสุกมีสีแดงม่วงหรือสีบานเย็น มีกลีบเลี้ยงสีเขียวติดอยู่รอบผล สำหรับแก้วมังกรพันธุ์ทั่วไปเมื่อลอกเปลือกออกเนื้อภายในเป็นสีขาวมีเมล็ดสีดำเล็กคล้ายๆเม็ดงาหรือเม็ดแมงลัก แต่จะมีพันธุ์จำเพาะบางพันธุ์ที่มีเนื้อภายในสีแดงซึ่งเป็นพันธุ์ที่เกิดจากการผสมขึ้นมาใหม่ และมีบางพันธุ์ที่มีเปลือกนอกสีเหลืองแต่เนื้อในสีขาวอีกด้วย

         ในปัจจุบันแก้วมังกรจัดเป็นผลไม้ที่ผู้บริโภคที่นิยมรับประทานเพื่อโภชนาการมากขึ้นโดยเฉพาะผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ทั้งนี้เพราะผลเนื้อในของแก้วมังกรมีรสหวานอ่อนและอมเปรี้ยวเล็กน้อย มีคุณค่าด้านโภชนาการ เนื่องจากเนื้อในมีองค์ประกอบของไฟเบอร์ค่อนข้างสูง มีสรรพคุณช่วยการทำงานของระบบขับถ่าย ช่วยลดการดูดซึมของของไขมันประเภทไตรกลีเซอร์ไรด์และช่วยลดโคเรสเตอรอลในเม็ดเลือด อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามิน บี1 บี2 บี3 และสารอาหารประเภทโพแทสเซียม แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และไขมันไม่อิ่มตัว

         การเป็นพืชทนแล้งและเมื่อลงทุนปลูกจนเติบโตให้ผลผลิตได้แล้วจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต่อเนื่องหลายปีโดยไม่ต้องเพาะปลูกใหม่เหมือนกับพืชล้มลุกอื่นๆ อีกทั้งยังให้ผลผลิตทุกฤดูกาล แก้วมังกรจึงน่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ใหม่ที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรไทย เพราะตลาดมีความต้องการและเป็นพืชไม้ผลที่มีต้นทุนการผลิตต่ำด้วย