
ถกสินค้า3กลุ่มวางหมากดันส่งออก
พาณิชย์นัดถก 3 กลุ่มส่งออก อาหาร อัญมณี และยานยนต์ หวังผลักดันช่วงที่เหลือของปีนี้ให้เติบโต และต่อเนื่องถึงปีหน้า พร้อมเตรียมจัดงานของขวัญฯ 19 - 23 ตุลาคมนี้
นางสาวมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2559 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ จะเป็นประธานการประชุมร่วมกับ 3 อุตสาหกรรมส่งออกหลัก ได้แก่กลุ่มอาหาร กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ และกลุ่มยานยนต์ เพื่อหารือถึงสถานการณ์การส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2559 นี้ และปีหน้า (2560) รวมถึงแนวทางการผลักดันการส่งออกไปยังทั่วโลกให้เติบโต รวมทั้งจะสอบถามด้วยว่าต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือในด้านใดบ้างเพื่อให้ภาคการส่งออกสินค้าในแต่ละกลุ่มเติบโตขึ้น
สำหรับกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์นั้น ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2559 (มกราคา-สิงหาคม) มีมูลค่า 1,792 ล้านเหรียญสหรัฐฯลดลง 1.97%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่า 4 เดือนสุดท้ายปีนี้ ต่างประเทศจะนำเข้ามากขึ้น เพราะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่และคริสต์มาส จึงเชื่อว่าจะทำให้การส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่คาดว่าจะขยายตัว 3.5%ขณะที่ภาคเอกชนมองว่าปีนี้จะส่งออกสินค้ากลุ่มนี้เป็นบวกถึง 4.5%โดยในปี 2558 สินค้าไลฟ์สไตล์มีมูลค่าส่งออก 2,776 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดลบ 7.77%
ทั้งนี้ กรมฯ ร่วมกับสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทยและสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ รวม 6 สมาคม จัดงานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (BIG + BIH October 2016) ครั้งที่ 42 วันที่ 19-23 ตุลาคม 2559 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อเป็นเวทีเจรจาการค้าสินค้าของขวัญและของใช้ในบ้านใหญ่สุดในอาเซียน คาดมีเข้างานกว่า 5 หมื่นคน และกระตุ้นการส่งออกในงานครั้งนี้กว่า 1,380 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวงาน Creative Thailand เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในการเปิดงาน
ด้านนายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญของชำร่วย และของตกแต่งบ้าน และเลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟสไตล์ไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดของขวัญของชำร่วยในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ น่าจะคึกคักในรอบ 5 ปี โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่มีคำสั่งซื้อล่วงหน้ามาแล้วในหลายประเทศ ซึ่งตลาดที่มีการขยายตัวที่สูงคือญี่ปุ่น และเอเชีย และกลายเป็นตลาดสำคัญในอนาคตแทนตลาดสหรัฐฯและยุโรปที่ยังติดลบและขยายตัวต่ำ ขณะที่กลุ่มตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ยังขยายตัวไม่เท่าเดิม จึงทำให้ 8 เดือนแรกส่งออกในกลุ่มไลฟสไตล์ติดลบ 2.8% มูลค่ารวมประมาณ 9.8 หมื่นล้านบาท แต่จากสถานการณ์สั่งซื้อ 3 เดือนที่เหลือปีนี้ดีขึ้น ทำให้ทั้งปีมีโอกาสขยายตัวเป็นบวก 2.5%และมีมูลค่าเกิน 1 แสนล้านบาท



