
“มีชัย” ปลื้มผลงาน 1 ปี
“มีชัย” ปลื้มผลงาน1 ปี กรธ. ทำงานได้ตามกำหนดเวลา เตรียมเร่งงาน ออกกฎหมายลูก ช่วยทำเนื้อหาไม่เว้นเสาร์-อาทิตย์ เปรยหลังรธน.ใช้บังคับ กรธ.เหมือนนั่งบนเตาอั้งโล่
6 ต.ค 59 – นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่า กรธ. จะเร่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และภายหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรมีผลใช้บังคับ ในวันรุ่งขึ้น กรธ. จะส่งร่าง พ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาเนื้อหา เบื้องต้นตนจะเข้าไปช่วยทำเนื้อหาดังกล่าวในช่วงวันเสาร์ และ อาทิตย์ด้วย ทั้งนี้ในวันครบรอบทำงานของกรธ. 1 ปี ในวันที่ 6 ต.ค. นั้น ถือเป็นสิ่งที่น่าดีใจที่กรธ. สามารถทำงานได้ตามกำหนดเวลา แต่การทำงานของกรธ. ต่อจากนี้เหมือนนั่งอยู่บนเตาอั้งโล่ เพราะจะเข้าสู่การนับระยะเวลาทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกำหนดไว้
“สำหรับกระบวนการทำกฎหมายลูกนั้น ตามหลักการจะใช้เวลาทำงานฉบับละ 3 เดือน ซึ่งรวมชั้นการทำงานของกรธ. ชั้นของสนช.พิจารณา และส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ซึ่งการทำร่างกฎหมายลูกนั้น กรธ. ยังไม่มีความคิดที่จะเซ็ทซีโร่องค์กรอิสระหรือพรรคการเมือง แต่หากเนื้อหาส่งถึงสนช. แล้วมีบทบัญญัติที่เพิ่มเติม ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตั้งกรรมาธิการร่วมพิจารณา อย่างไรก็ดีหลักการทำกฎหมายลูกนั้นต้องคำนึงถึงการปฏิรูปด้วย” นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเตรียมพิจารณาประกาศ หรือคำสั่ง คสช. ที่ขัดกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ว่ามีฉบับใดบ้างที่ขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามในกระบวนการยกเลิกการใช้บังคับคำสั่ง หรือ ประกาศคสช. ภายหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้บังคับนั้นต้องเป็นไปตามกระบวนการ เช่น หากเป็นคำสั่งหรือประกาศของคสช. ที่ขัดหรือแย้ง อาจใช้คำสั่งหรือประกาศคสช. ยกเลิกประกาศหรือคำสั่งฉบับนั้นๆ ได้ หรือ มีผู้ที่ยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีคำวินิจฉัย เป็นต้น และโดยหลักการของกฎหมายคำสั่งหรือประกาศใดที่มีเนื้อหาขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญจะไม่มีผลสิ้นไปเป็นการอัตโนมัติหลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามีคำสั่งหรือประกาศคสช. กี่ฉบับที่ต้องถูกพิจารณา ส่วนกรณีที่คำสั่งหรือประกาศ คสช. ใดที่มีผลละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือกระทบต่อเสรีภาพประชาชนนั้น เชื่อว่าทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จะพิจารณา



