ข่าว

 เสนอออกกม.ยึดทรัพย์ตร.สางปมซื้อเก้าอี้-สินบน

เสนอออกกม.ยึดทรัพย์ตร.สางปมซื้อเก้าอี้-สินบน

16 ส.ค. 2552

"เสรี สุวรรณภานนท์"ที่ปรึกษาผบ.ตร. ออกโรงโต้นายกฯใช้อำนาจไม่ชอบ ชี้ส่อขัดรธน.268-266 เตือนสร้างบรรทัดฐานผิดให้คนบ้าอำนาจ ซัดวอล์เปเปอร์เลี้ยงแกะ อย่าปากพล่อย ปปช.ลุยผ่าสตช. -ชำแหละอำนาจมืดสีกากี

(16ส.ค.) นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ในฐานะคณะที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า เขาเป็นห่วงต่อการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี ในการบริหารบ้านเมือง ที่จะต้องมีภาวะความเป็นผู้นำ ให้ผู้อื่นยอมรับนับถือความเป็นนายกฯ คือผู้นำในการบริหารประเทศ จึงควรอยู่เหนือความบาดหมางทั้งปวง ความเป็นผู้นำประเทศควรต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย แต่ดูเหมือนปัญหาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะกลายเป็นปัญหาส่วนตัวของนายกฯกับผบ.ตร.ไป จึงเกิดข้อวิจารณ์ว่าการกระทำของนายกฯดังกล่าว ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีความเหมาะสมหรือไม่

 "เพราะความเป็นนายกฯจะต้องมีความสุขุมรอบคอบ ไม่แสดงออกซึ่งอารมณ์ชอบหรือไม่ชอบ เพราะทุกอย่างไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องส่วนรวม แต่การทำเช่นนี้ เป็นการบริหารงานที่ผิด ที่ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยในความไม่ชอบธรรม โดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย"

 นายเสรี กล่าวต่อว่า การมีคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา(สบ10) ทำหน้าที่รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในระหว่างที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 13-18 ส.ค.นั้น ถึงแม้ว่าจะชอบด้วยกฎหมาย เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่สำคัญตามที่กล่าวอ้าง ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ แต่หากเป็นเพียงการตั้งรักษาการฯ ผบ.ตร. เพื่อให้รักษาการฯ มาจัดโผตำรวจแทนผบ.ตร.ตัวจริง ก็นับว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

 "แสดงให้เห็นว่า ไม่มีเจตนาที่จะให้ ผบ.ตร.ไปปฏิบัติราชการภาคใต้จริง แต่มีเจตนาจะให้ผู้รักษาการฯไปจัดโผตำรวจแทน ซึ่งในส่วนนี้จะกลายเป็นการก้าวก่ายแทรกแซง การทำปฏิบัติหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ อันเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ประกอบมาตรา 266"

 นายเสรี กล่าวต่อว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี พึงต้องระมัดวังการใช้อำนาจอย่างยิ่ง มิฉะนั้นแล้วการปฏิบัติเช่นนี้ จะกลายเป็นการสร้างธรรมเนียมปฏิบัติให้รัฐบาลต่อ ๆ ไปทำเป็นเยี่ยงอย่าง เป็นการสร้างบรรทัดฐานให้นายกฯหรือรัฐมนตรี นำวิธีการตั้งผู้รักษาการแทน ไปใช้กับหน่วยงานอื่น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทนฯทำงานในสิ่งที่ตนต้องการ และในที่สุดจะกลายเป็นมีอำนาจ แล้วใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ระมัดระวัง หรือลุแก่อำนาจไป ซึ่งจะกลายเป็นสิ่งที่กลับมาทำร้ายบ้านเมืองในที่สุด

 นายเสรี กล่าวว่า งานในระบบราชการ จะกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีระบบ ขาดระเบียบแบบแผนในการบริหารบ้านเมืองที่ดี อันทำให้ไม่มีหลักการของบ้านเมืองไป และจะกลายเป็นนักการเมือง เมื่อมีอำนาจแล้วอยากจะทำอะไรก็ได้ โดยใช้ช่องวางทางกฎหมาย ซึ่งไม่ต่างไปจากรัฐบาลก่อน ๆ ที่รัฐบาลปัจจุบันเคยว่าเขามาก่อน

 นายเสรีกล่าวต่อว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงว่า หลังจากวันที่ 18 ส.ค.นี้แล้ว จะมีเกมส์อะไรเล่นกันอีกหรือไม่ ซึ่งประชาชนกำลังติดตาม และในที่สุดก็จะมีคนออกมาคัดค้านการบริหารบ้านเมืองที่ไม่ชอบธรรม ซึ่งจะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างแน่นอน

 ส่วน ส.ส.คนใดที่เสนอประเด็นเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจ ควรต้องออกมารับผิดชอบในคำพูดของตัวเอง โดยการชี้ตัวและนำหลักฐานคนซื้อขายตำแหน่งออกมาแสดงให้ปรากฏชัดเจนโดยเร็ว หากมีบุคคลใดไปกระทำการดังกล่าว ก็ต้องเอาผิดเอาโทษให้ถึงที่สุด ไม่ใช่พูดแบบไม่รับผิดชอบ หรือพูดแล้วใครหรือหน่วยงานใดจะเสียหายหรือไม่ ก็ช่าง อย่าพูดทิ้ง ๆ ขาดความรับผิดชอบ มิฉะนั้นจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะไป

 เสนอออกกม.ยึดทรัพย์ตร.สางปมซื้อเก้าอี้-สินบน
 
  นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) หนึ่งในคณะทำงานพัฒนาระบบงานตำรวจ สมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีการซื้อขายตำแหน่งภายในสตช. ว่า เรื่องการซื้อขายเก้าอี้ในสตช.นั้น เป็นเรื่องที่รู้ ๆ กันดีว่า มีอยู่จริง แต่หาหลักฐานที่จะเอาผิดกับใครได้ยาก การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบคิดว่าไม่สำเร็จ เพราะไม่มีหลักฐาน

 ทั้งนี้ ปัญหาเกิดจากอำนาจของตำรวจนั้นเป็นที่มาของผลประโยชน์ได้อย่างมหาศาล โดยวิธีการหลากหลาย ส่วนใหญ่จะให้ลูกน้องไปเก็บผลประโยชน์ แล้วจ่ายให้ระดับสูงจ่ายกันเป็นทอด ๆ ดังนั้น เราจึงเห็นว่า บ่อนกลางกรุงเทพหลายแห่ง สามารถเปิดได้ทุกวันโดยไม่มีวันหยุด ขณะที่กระบวนการภาคประชาสังคมก็อ่อนแอ ไม่สามารถควบคุมตำรวจทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาได้

 “แทนที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบ ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่า จะไม่สำเร็จแล้วเรื่องจะค่อย ๆ เงียบไป เหมือนไฟใหม้ฟาง ผมเสนอให้ออกกฎหมายเพียงฉบับเดียว ยึดทรัพย์นายตำรวจ โฟกัสไปที่ระดับสารวัตรขึ้นไปที่มีทรัพย์สินมากผิดสังเกต ไม่สอดคล้องกับเงินเดือนที่ได้รับ หากพบว่า มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติก็ให้อายัดทรัพย์ แล้วให้เจ้าตัวแสดงหลักฐานว่า ได้ทรัพย์สินนั้นมาได้อย่างไร หากชี้แจงได้ก็คืนกลับไป แต่ถ้าแจงไม่ได้ก็ต้องสอบสวนว่าทรัพย์สินนั้นมาจากไหน วิธีการตรวจสอบลักษณะนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้”นักวิชาการ ผู้นี้ กล่าว

ปปช.ลุยผ่าสตช. -ชำแหละอำนาจมืดสีกากี

 นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวถึงการตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า ขณะนี้มีหน่วยงานอื่นๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช .) และกรรมาธิการของสภา ตรวจสอบอยู่แล้ว หาก ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบอีก จะกลายเป็นว่าแต่ละหน่วยงานเข้าไปวุ่นวาย ในเบื้องต้นอย่างน้อยเวลาทำสำนวนก็ต้องขอให้ต้นสังกัดเข้ามาชี้แจงก่อน ซึ่งขณะนี้ สตช.ก็ได้ทำเบื้องต้นแล้ว ส่วน ป.ป.ช. ได้แต่เฝ้าจับตาดูและรับฟังข้อมูลเท่านั้น เพราะยังไม่มีใครมายื่นร้องเรียนเรื่องดังกล่าวมายัง ป.ป.ช. 

 นายวิชา กล่าวว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. กำลังทำเรื่องใหญ่ คือ เรื่องการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบของตำรวจ ซึ่งตนเป็นประธานอนุกรรมการศึกษามาตรการป้องกันเพื่อปรับปรุงกระบวนการใช้อำนาจเกินขอบเขตของเจ้าพนักงานตำรวจ หรือ เป็นกรณีที่เจ้าพนักงานตำรวจใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ โดยอนุกรรมการฯ ศึกษาทั้งระบบในรูปแบบงานวิจัยซึ่งถือเป็นงานใหญ่ชิ้นหนึ่ง และช่วงปลายเดือน ส.ค. หรือต้นเดือน ก.ย. นี้ จะมีการสรุปงานวิจัยดังกล่าวก่อนที่จะมีการจัดสัมมนาใหญ่อีกครั้งประมาณปลายเดือน ก.ย.

 นายวิชา กล่าวว่า ในงานวิจัยดังกล่าวจะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัญหาว่าทำไมตำรวจจึงถูกร้องเรียนจำนวนมาก เรื่องการใช้ตำแหน่งโดยมิชอบอย่างไร การเข้าสู่ตำแหน่งของตำรวจ ประเพณีของตำรวจ วัฒนธรรมของเขาเป็นอย่างไร และจะมีการแก้ไขอย่างไร ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อมูลที่มีการร้องเรียนเข้ามา ซึ่งอนุกรรมการฯหยิบยกหัวข้อนี้ขึ้นมาทำวิจัยเนื่องจากข้าราชการตำรวจถูกร้องเรียนเข้ามาที่ ป.ป.ช. มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ

 นายวิชา กล่าวอีกว่า นอกจากงานวิจัยเรื่องเกี่ยวกับการใช้อำนาจของตำรวจแล้ว คณะกรรมการวิจัย ที่นาย เมธี ครองแก้ว กรรมการ ป.ป.ช. รับผิดชอบ กำลังทำเรื่องข้าว พืชผลการเกษตร รวมทั้งเรื่องการใช้ที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ การใช้ที่ดินของรัฐโดยมิชอบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่างานวิจัยเรื่องตำรวจจะมีข้อเสนอแนะในเรื่องบทลงโทษด้วยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า มีกฎหมายรองรับอยู่แล้วว่าอำนาจของ ป.ป.ช . สามารถเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานนั้นแก้ไขปัญหา แล้วเสนอสภาแก้ข้อกฎหมายได้  เมื่อถามว่าหากพบว่า ส่วนใดเป็นคดีความแล้วสามารถหยิบออกมาดำเนินการได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ในส่วนของคดีทาง ป.ป.ช. ดำเนินการอยู่แล้ว จะไม่เกี่ยวกัน การที่เราตรวจสอบพบว่ามีคดีเหล่านี้ซ้ำซากหรือไม่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตำรวจจำนวนมาก ทำให้ต้องค้นลงไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับองค์กรนั้นเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อปิดช่องโหว่และแก้ไขปัญหาในอนาคต

 เมื่อถามว่าเท่าที่ตรวจสอบหลักใหญ่ที่พบว่าตำรวจทำเกินอำนาจมาจากสาเหตุใด นายวิชา กล่าวว่า มาจาก 2 ส่วนคือ ระบบขององค์กรและวัฒนธรรมในองค์กร ซึ่งอาจจะเป็นความเคยชินในการสร้างแบบแผนขึ้นมาแล้วก่อให้เกิดปัญหาขึ้นจนเป็นวัฒนธรรม ปัญหาเดหล่านี้เกิดขึ้นทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรตำรวจกับชาวบ้าน หรือแม้แต่วัฒนธรรมที่ชาวบ้านมีต่อตำรวจ 

 เพื่อไทยยุตำรวจแต่งดำประท้วงคำสั่งนายกฯ

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การทีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งตั้งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ( ผบ.ตร.) ที่ไปปฏิบัติราชการภาคใต้ และการเข้าไปแทรกแซงโผแต่งตั้งนายตำรวจนั้น อาจทำให้นายอภิสิทธิ์ ต้องเสียคน และอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 157 ที่ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เข้าไปแทรกแซงโผ และตั้งผู้รักษาราชการแทน ผบ.ตร.โดยที่ไม่เคยมีในจารีตประเพณี ดังนั้นอยากเรียกร้องให้พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.อย่าลาออก ต้องอยู่จนกว่าจะเกษียณอายุราชการ เพื่อเรียกศักดิ์ศรีของตำรวจกลับคืนมา และร่วมกันแสดงออกด้วยวิธีอารยะขัดขืน แต่งชุดดำพร้อมกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยอมให้ฝ่ายการเมืองขี่ไม่ได้