
4ชาติยุโรปส่งบินรบสกัดรัสเซียรุกน่านฟ้า
ฝรั่งเศสเผยเครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-160 ล้ำน่านฟ้าหลายประเทศในยุโรป ส่งบินรบสกัด ขนาบจนพ้น กห.รัสเซีย แถลงปฏิเสธ ยืนยันปฏิบัติตามกฎหมายการบินระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา สำนักข่าวฝรั่งเศสได้รายงานข่าวโดยอ้างอิงคำกล่าวของกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศส ว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา เครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-160 ของรัสเซีย ได้บินล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของหลายประเทศในยุโรป และถูกเครื่องบินรบของชาติต่างๆ ขึ้นบินสกัดและบินตีขนาบไปจนออกจากเขตน่านฟ้าของประเทศ
โดยในช่วง 9 นาฬิกาของวันดังกล่าว นอร์เวย์แจ้งว่าพบว่ามีเครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-160 ของรัสเซีย จำนวน 2 ลำบินเข้ามาในน่านฟ้า จึงได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 2 ลำขึ้นบินสกัด และบินขนาบไปจนออกไปยังน่านน้ำทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ จากนั้นเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ของอังกฤษจึงมารับช่วงต่อและบินขนาบไปจนถึงทิศตะวันตกของไอร์แลนด์ จากนั้นฝรั่งเศสได้ส่งบินรบ ดัซโซลท์ ราฟาล จำนวน 4 ลำขึ้นสกัดกั้น และบินคุ้มกันไปจนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก จากนั้นตามมาด้วย กองทัพอากาศของสเปนส่งเครื่องบินรบ F-18 ขึ้นบินคุ้มกันจนไปถึงยังทางตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก
กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศส กล่าวว่า การดำเนินการในข้างต้นคือการประสานงานร่วมกันระหว่างศูนย์บัญชาการทางตอนเหนือและตอนใต้ของนาโตกับศูนย์ปฏิบัติการทางอากาศของฝรั่งเศส แสดงให้เห็นว่าทหารอากาศของแต่ละชาติในยุโรปมีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และมีความสามารถในการป้องกันน่านฟ้าของตน
อย่างไรก็ดีโฆษกกระทรวงกลาโหมของรัสเซียได้ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ว่า เครื่องบินทิ้งระเบิด Tu-160 ของรัสเซีย มีปฏิบัติการลาดตระเวนตามปกติในบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติกก็ถูกเครื่องบินรบหลายลำของนาโต้บินติดตาม
พร้อมแจ้งว่าเรดาร์ติดต่อระหว่างทหารรัสเซียภายในเครื่องกับเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศบนพื้นดินนั้นก็เปิดอยู่ตลอด อีกทั้งเครื่องบินรัสเซียทำการบินโดยปฏิบัติตามกฎหมายการบินระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และมีการรักษาระยะห่างที่เพียงพอที่ปลอดภัยกับเครื่องบินพลเรือนที่อยู่ในน่านฟ้านั้นๆ และไม่ได้ล้ำเส้นทางการบินของอากาศยานของพลเรือนแต่อย่างใด พร้อมปฏิเสธคำกล่าวของสื่อตะวันตกบางเจ้าที่กล่าวว่ารัสเซียฝ่าฝืนกฎหมายการบินในน่านน้ำของนอร์เวย์
--------------------------
(ที่มา : China Xinhua News)



