ข่าว

อภิสิทธิ์ชี้เอสเอ็มแอลทุจริตมากกว่าชุมชนพอเพียง

อภิสิทธิ์ชี้เอสเอ็มแอลทุจริตมากกว่าชุมชนพอเพียง

16 ส.ค. 2552

“นายกฯ"ลั่นโครงการชุมชนพอเพียงจะมีคนผิดแน่นอน ชี้โครงการเอสเอ็มแอลทุจริตมากกว่านี้ จวกผอ.สพช.ไม่มีสิทธิ์โยนความผิดให้ชาวบ้าน ปชป.งัดหลักฐานจับคนใกล้ชิดปธ.กมธ.พท.ยัดใส้โครงการชุมชนพอเพียง

(16ส.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.50 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงระบุว่าหลังยื่นฎีกาช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว จะเดินหน้าขับไล่รัฐบาล ตรวจสอบการทุจริตโดยเฉพาะโครงการชุมชนพอเพียง ว่า เรื่องนี้การตรวจสอบเป็นหน้าที่ของทุกคนอยู่แล้ว และทางฝ่ายรัฐบาลก็จะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังทั้งในส่วนของรัฐบาลและส่วนของพรรค ในส่วนอื่นถ้าจะมีการตรวจสอบก็ไม่มีปัญหา ส่วนที่บอกว่าจะขับไล่รัฐบาลนั้น อย่างที่บอกว่าท่านอยู่ภายใต้กฎหมายก็มีสิทธิ์ ที่จะแสดงความคิดเห็นได้

 เมื่อถามว่า ได้รับรายงานความคืบหน้าในการตรวจสอบทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็มีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว ในส่วนของพรรค นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานตรวจสอบการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง จะสรุปมาให้ตนได้ในสัปดาห์นี้ และจะต้องมีคนผิดแน่นอน ในส่วนของสำนักงานชุมชนพอเพียง ก็กำลังจะดูว่าจะมีทางในการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างไร ที่จะไม่ให้คนมีความกังวลว่าเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบ  โดยตนจะคุยกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลในเรื่องนี้ ซึ่งในส่วนของพื้นที่ ซึ่งหมายถึงสมาชิกเขต (สข.) ในพื้นที่ด้วย ก็ชัดเจนว่าคนที่ไปเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ และต่อไปก็ไปดูความเชื่อมโยงของคนเหล่านี้กับสำนักงานฯ ว่าเป็นอย่างไร และสำนักงานพื้นที่กับบริษัทที่มาขายของ ก็จะต้องดูให้ครบ ไม่ปล่อยส่วนไหนออกไป

 ต่อข้อถามว่า ความผิดขนาดไหนและจะมีการลงโทษอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องให้ทางคณะกรรมการฯ เขาสรุปมาให้ตนอีกครั้ง แต่เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้สอบถามนายเจริญแล้ว ได้บอกว่ามีคนผิดแน่นอน ส่วนที่มีรายงานว่าทำกันเป็นขบวนการทั้งระดับบนและระดับท้องที่ฮั้วกันนั้น นายกฯ กล่าวว่า นั่นคือสำนักงานฯ พื้นที่ และคนที่ขายของก็จะต้องดูให้หมด อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะโยงถึงใครก็ต้องว่ากันตรงไปตรงมาไม่มีปัญหาอยู่แล่ว

 เมื่อถามว่า จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าต่อไปจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นอีก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีข้อเสนอว่า ปัญหาเราต้องหาความพอดี คือปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะกรณีของชุมชนพอเพียงว่าพอมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว โครงการก็จะถูกขีดวงจำกัดลง เลยทำให้มีคนมาใช้ช่องตรงนี้ในการที่ทำให้มีการล๊อกสเปคหรือว่าจำกัดลักษณะของโครงการ แต่ขณะเดียวกันแรงกดดันที่จะบอกว่าไม่ให้มีหลักเกณฑ์เลย กลับไปแบบโครงการเอสเอ็มแอล ก็ต้องบอกตรงๆว่าเอสเอ็มแอล ที่ทำกันมาแล้วซื้ออะไรก็ได้ ก็มีปัญหาการทุจริตหนักมากเหมือนกัน ซึ่งเราไม่ต้องการย้อนกลับไปตรงนั้น เพราะฉะนั้นก็จะมาดูแยกแยะ อย่างที่บอกทำไป 5 พันกว่าล้านบาทแล้ว ส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหาก็ต้องเดินต่อ แต่ขณะนี้โครงการลักษณะไหนที่มีปัญหาก็ระงับเด็ดขาดไปเลย แล้วก็กลับไปตรวจสอบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าแนวคิดของนายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผ.อ.สำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (สพช.) มีปัญหาหรือไม่เพราะโยนความผิดให้ชาวบ้านว่าไม่รู้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีสิทธิ์ไปโยนความผิดให้ชาวบ้านเลย เป็นโครงการที่เราต้องช่วยสนับสนุนให้ชาวบ้านทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็เป็นความผิดของเราเอง ตนไม่ได้ได้ยินด้วยตัวเอง แต่เห็นข่าวอยู่ก็ไม่สบายใจ และคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะไปโทษประชาชน เป็นไปไม่ได้ประชาชนถ้าได้รับการอำนวยความสะดวกส่งเสริมเขาก็ต้องทำได้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า คนอย่างนี้ยังเหมาะที่จะเป็นผู้บริหารสำนักงานฯอีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรี  กล่าวเพียงว่า “เดี๋ยวจะไปเรื่องอื่นแล้ว เอาเรื่องตรวจสอบตรงนี้ก่อน แล้วก็จะดูความเหมาะสม”

ปชป.งัดหลักฐานจับคนใกล้ชิดปธ.กมธ.พท.ยัดใส้โครงการชุมชนพอเพียง

 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยขู่จะนำการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียงมาอภิปราย กลางสภาในการอภิปรายผลงานรัฐบาล ว่า พรรคก็มีข้อมูลเตรียมที่จะอภิปรายเช่นเดียวกัน รับรองได้เจอกันแน่ในสภา โดยพรรคได้เตรียมเอกสารที่พบว่ามีคนใกล้ชิดส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยส.ส.ดังกล่าวมีตำแหน่งเป็นถึงประธานคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฏร และขอตัวบุคคลดังกล่าวไปช่วยราชการ โดยมีพฤติกรรมมีส่วนในการทุจริต มีการแอบอ้างว่ารู้จักกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี และหลอกชาวบ้านว่าจะประสานกับนายกอร์ปศักดิ์เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากงบปกติที่ชุมชนจะได้รับ โดยระบุว่าโครงการจะได้รับอนุมัติ ตรงตามความต้องการของประชาคม ชุมชน แต่โครงการที่ได้รับการอนุมัติกลับเป็นโครงการที่คนใกล้ชิดพรรคเพื่อไทยสอดไส้เสนอเข้าไป ซึ่งเท่ากับว่ามีไส้ศึกเกิดขึ้นในสำนักงานเศรษฐกิจชุมชนพอเพียง ไม่อย่างนั้นคนใกล้ชิดดังกล่าวจะไม่สามารถประสานให้โครงการของตัวเองได้รับการอนุมัติได้

 นพ.วรงค์ กล่าวพร้อมโชว์หลักฐานการให้การของชาวบ้านว่าตนมีหลักฐานชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ต.นายม อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ โดยชาวบ้านยืนยันว่าแทนที่จะได้รับอนุมัติโครงการที่เสนอไป แต่กลับมีการอนุมัติโครงการที่คนใกล้ชิดส.ส.พรรคเพื่อไทยเป็นคนประสาน ซึ่งนายกอร์ปศักดิ์ได้ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนดังกล่าวแล้ว เพราะถือว่าหลอกลวงประชาชน และรัฐบาลไม่ได้หาแพะในชุมชนพอเพียง แต่เราจะจัดการไส้ศึก และอยากเรียกร้องไปยังพรรคเพื่อไทยให้ออกมาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยออกมาระบุให้ชัดว่าประธานกรรมาธิการคนดังกล่าวคือใคร ถ้าชี้แจงไม่ได้ ตนจะเป็นคนนำข้อมูลมาเปิดเผยเองในสภา และอยากถามว่าพรรคเพื่อไทยจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ไม่ใช่ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยทำหน้าที่ตรวจสอบบ้าง

 “ วันอภิปรายผลงานรัฐบาลก็ต้องพูดกันเรื่องนี้ ถ้าพรรคเพื่อไทยโจมตี เราก็จะบอกว่าผู้เกี่ยวข้องเป็นพวกคนใกล้ชิดของพรรคเพื่อไทยเอง พร้อมกับจะยื่นเอกสารที่ได้รวบรวมมาต่อประธานสภาเพื่อเป็นการยืนยันข้อมูลทันที ” นพ.วรงค์ กล่าว

 เมื่อถามว่าแสดงว่ายอมรับว่ามีการโยงเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยอมรับว่า เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นจริง และมีการทุจริตเกิดขึ้นจริง แต่เกิดขึ้นในระดับล่างที่มีการเสนอโครงการขึ้นมา ขณะที่การอนุมัติจะเป็นไปตามกรอบของโครงการ ต้องยอมรับว่ามีการเสนอขึ้นมาทั่วประเทศ เป็นหมื่นโครงการคงไม่มีใครไปรับรู้ถึงการทุจริตได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจนายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจชุมชนพอเพียง ที่ดูแลโครงการนี้ และเคยเป็นคนใกล้ชิดอดีตนายกรัฐมนตรี นพ.วรงค์ กล่าวว่า ผู้บริหารโดยเฉพาะรองนายกฯก็ต้องตรวจสอบเก็บกวาดบ้าน เมื่อถามย้ำว่าจะมีการล้างบาง สพช.หรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่าเป็นหน้าที่ของเขา เพราะถ้าคนในสำนักงานไม่รู้เห็นกันจะเกิดการยัดไส้ได้อย่างไร ซึ่งเราไม่รู้ว่าคนพวกนั้นเป็นใคร แต่แน่นอนที่สุดคือเป็นคนในสำนักงานเอง

 ด้านนายอรรถวิช สุวรรณภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะไม่ยกเลิกโครงการนี้ โดยจะส่งส.ส.ลงพื้นที่ทำความเข้าใจให้รู้ว่าโครงนี้เป็นของชุมชนอย่างแท้จริง แต่จะทบทวนโครงการที่มีปัญหา เช่น ตู้น้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์และไฟพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากขณะนี้มีหลายชุมชนในกทม ยังไม่มีการเซ็นรับโครงการ เมื่อพบความผิดปกติก็ต้องแก้ไข และกลับไปสอบถามชุมชนว่ามีความต้องการอย่างแท้จริงหรือไม่ และส.ส. กทม ของพรรคทุกคนจะลงไปดูในพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในการทุจริตร่วมกับคณะกรรมการด้วย และยอมรับว่ามีการ 2 สข. ของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเกี่ยวข้องจริง แต่ไม่ได้มีการระบุว่าหากไม่เสนอโครงการตามที่แนะนำแล้วสพช.จะไม่อนุมัติ แต่ก็จะหาตัวคนทุจริตให้ได้ เพราะไม่อยากให้เกิดความล้มเหลวเหมือนกรณีโครงการเอสเอ็มแอล ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร