ข่าว

จับแหล่งผลิตปืนเถื่อน ส่งขายลูกค้าแล้ว4พันกระบอก

จับแหล่งผลิตปืนเถื่อน ส่งขายลูกค้าแล้ว4พันกระบอก

05 ต.ค. 2559

บุกจับแหล่งผลิตปืนขายบนออนไลน์ เผย ขายราคากระบอกละ 3 พัน ถึง 1 หมื่นบาท ส่งขายให้ลูกค้ามาแล้วกว่า 4 พันกระบอก

           เมื่อเวลา 22.30 น.วานนี้(4ต.ค.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ต่อพงษ์ ตันตระวาณิชย์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ตำรวจสืบสวนนครบาล ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสืบสวนจังหวัดสมุทรปราการและตำรวจพิสูจน์หลักฐาน นำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักภายในอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในซอยยัวซ่า(เพชรสุภาพรรณ ) เลขที่ 158 5 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังสืบทราบว่าภายในอพาร์ทเมนต์ดังกล่าว เป็นแหล่งผลิตธปืนเถื่อนขายทางเฟสบุ๊ก

          จากการตรวจค้นภายในห้อง 610 ชั้น 6 สามารถจับกุมนายปิยชัย เรืองฉาย อายุ 34 ปี พร้อม ของกลางปืนบีบีกันชนิดลูกโม่และชิ้นส่วนอาวุธปืนชนิดต่าง ๆ รวม 28 กระบอก ก่อนเข้าค้นห้องเลขที่ 724 ชั้น 7 อาคารเดียวกันซึ่งเป็นห้องนายมนัส ศรีศรชัย หรือณัฐ อายุ 32 ปี ซึ่งหลบหนีไปแล้วพบชิ้นส่วนอาวุธปืน ทั้งลูกโม่ ลำกล้อง รวมทั้งด้ามปืนและชิ้นส่วนอื่นๆ รวมทั้งลูกกระสุนปืกว่า 364 ชุด และถังน้ำพลาสติกซึ่งภายในดัดแปลงยัดแผ่นฟองน้ำกระสอบใส่ข้าวสารเพื่อเก็บเสียงเอาไว้ทดลองยิงอาวุธปืนที่ดัดแปลงเสร็จเรียบร้อยก่อนส่งขายให้ลูกค้าในโลกออนไลน์ ภายในถังยังพบหัวกระสุนขนาดต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

         ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 191 และชุดสืบสวนนครบาล ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์สาขาดอนเมืองว่ามีผู้นำกล้องวัสดุมีน้ำหนักมาฝากส่งที่ทำการไปรษณีย์สาขาดอนเมือง โดยระบุปลายทางถึงผู้รับซึ่งอยู่ในจังหวัดสงขลา โดยก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทำการนำส่งวัสดุดังกล่าวขึ้นเครื่องบินส่งไปยังปลายทางได้นำกล่องวัสดุดังกล่าวเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ ได้พบวัตถุต้องสงสัยคล้าย อาวุธปืนบรรจุอยู่ในกล่องพัสดุดังกล่าว 

        จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลเข้าตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายในกล่องพัสดุดังกล่าวได้พบว่าเป็นอาวุธปืนเถื่อนที่ดัดแปลงมาจากปืนบีบีกัน จึงรวมกันทำการสืบสวนหาแหล่งต้นทาง จนกระทั้งทราบว่าผู้ส่งคือนายปิยชัย เรืองฉาย พักอยู่ที่ อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ จึงประสานตำรวจ ประสานตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นจึงได้พบอาวุธปืนเถื่อนที่ถูกดัดแปลงและชิ้นส่วนอาวุธปืนจำนวนมากที่รอการประกอบซุกซ้อนอยู่ในห้องเลขที่ 724 ชั้น 7 และห้องเลขที่ 610 ชั้น 6 รวมแล้วจำนวนเกือบ 400 ชิ้น จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดเอาไว้เป็นของกลาง

         จากการสอบสวนนายปิยชัย ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้าที่ตนเคยทำงานอยู่ที่บริษัท ผลิตแก้ว แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ก่อนที่จะตกงาน และเพื่อน ที่ชื่อนายณัฐ ที่เคยทำงานอยู่ด้วยกัน ได้ชักชวน ตนมาประกอบปืนเถื่อนขายตามเฟลสบุ๊ก โดยจำหน่ายในราคากระบอกละ 3 พัน ถึง 1 หมื่นบาท ซึ่งตนเพิ่งทำมาได้ประมาณ 4 เดือน มีหน้าที่จัดซื้อปืนบีบีกันขนาดต่าง ๆ ก่อนนำมาถอดชินส่วนลูกโม่และลำกล้องออกส่งให้เพื่อนที่ชื่อนายณัฐ ไปประกอบและนำไปส่งให้ลูกค้าตามออเด่อที่สั่งมาเท่านั้น ส่วนของทั้งหมดเป็นของนายณัฐ โดยในระยะ 4 เดือน ส่งขายให้ลูกค้ามาแล้วกว่า 4 พันกระบอก แต่ละเดือนก็จะได้ค่าแรงในการประกอบปืนเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท สำหรับชิ้นส่วนต่างๆที่นำมาประกอบนั้น ตนไม่ทราบว่านายณัฐ เอามาจากไหน

       พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สำหรับอาวุธปืนที่ตรวจพบนั้น เป็นอาวุธปืนที่ดัดแปลงมาจาก อาวุธปืนบีบีกัน ซึ่งสามารถใช้ทำร้ายชีวิตได้ จากการข่าวพบว่า พวกที่นิยมซื้อปืนเหล่านี้นั้นเป็นพวกซุ่มมือปืน ที่ต้องการนำไปทำอันตรายต่อชีวิตคนรวมถึงปล้นจี้ เนื่องจากมีราคาถูก โดยใช้แล้วสามารถโยนทิ้งเพื่อทำรายหลักฐานได้โดยทันทีและยังประหยัดค่าจ้าง อาวุธปืนลักษณะนี้จึงนับว่าเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะได้ทำการขยายผลเพิ่มเติมว่า มีใครอยู่ในกระบวนการบ้าง 

        ส่วนนายปิยชัยเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป