
รัฐสั่งลุยแผนแก้“หนี้นอกระบบ”เบ็ดเสร็จ
รัฐเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ดึงผู้ประกอบการรายย่อยตั้ง “พิโกไฟแนนซ์” ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 5 หมื่น พร้อมดัน ก.ม.ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราออกใช้โดยเร็ว
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2559 มีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชนที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ ประกอบด้วย การเพิ่มช่องทางการเข้าถึงเงินกู้ ผ่านการอนุญาตให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับดูแล (พิโกไฟแนนซ์) และ ครม.ได้เร่งรัดให้กระทรวงยุติธรรมเร่งรัดการเสนอร่าง พ.ร.บ.ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายโดยเร็วรวมทั้งเร่งให้มีการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง
“มาตรการแก้หนี้นอกระบบตั้งเป้าหมายที่จะลดหนี้นอกระบบให้ได้ปีละ 20% จากเดิม ที่มีประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบอยู่ 1.2 ล้านราย รวมมูลหนี้นอกระบบประมาณ 1.23 แสนล้านบาท หรือลดหนี้นอกระบบได้ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาทต่อปี และแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ปีละ 2.4 แสนคน” นายณัฐพร กล่าว
ทั้งนี้ พิโกไฟแนนซ์ ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท สามารถปล่อยกู้ให้กับชาวบ้านทั้งที่มีหรือไม่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน วงเงินไม่เกินรายละ 50,000 บาท โดยผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวจะเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมรวมกันแล้วต้องเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ไม่เกินปีละ 36%
สำหรับร่าง พ.ร.บ.ห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา จะเป็นกฎหมายสำหรับการเอาผิดเจ้าหนี้นอกระบบที่เรียกรับดอกเบี้ยเกินอัตรา 15% ซึ่งมีการกำหนดโทษสูงสุดไว้ที่ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนมาตรการอื่นๆ ที่ช่วยให้เกิดการแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน มอบหมายให้ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.ตั้งจุดให้คำปรึกษา โดยให้ทั้ง 2 ธนาคารประสานงานกับคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบ ประจำกรุงเทพมหานคร หรือประจำจังหวัด เพื่อไกล่เกลี่ยหนี้ให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวบ้านที่เป็นลูกหนี้ รวมทั้งมาตรการเพิ่มศักยภาพลูกหนี้นอกระบบ ที่หารายได้ด้วยตัวเองไม่ได้หรือชำระหนี้ได้ต่ำ จะได้รับการฟื้นฟูอาชีพ



