
ศก.ไทยฟื้นกกร.มองปีหน้าโต3.5-4%
กกร.ปรับประมาณการเศรษฐกิจปีนี้มองมีลุ้นได้ 3.5% หลังส่งออกกระเตื้อง - รัฐเบิกจ่ายสูง ส่วนปีหน้าเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดจีดีพีขยายตัว3.5 - 4.0%
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าในที่ประชุมได้ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทยโดยมีความคิดเห็นร่วมกันว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวซึ่งการส่งออกในช่วงเดือนสิงหาคมกลับมาเป็นบวกมากกว่า 6% และในช่วงที่เหลือของปีการเบิกจ่ายของภาครัฐจะมีมากขึ้น ทำให้ กกร.ปรับประมาณการเศรษฐกิจของปีนี้ จากเดิมคาดว่าจีดีพีจะขยายตัวที่ 3.0 - 3.3% เพิ่มขึ้นเป็น 3.3 - 3.5% ภายใต้ปัจจัยเสี่ยงที่ยังติดตาม คือเศรษฐกิจจีน และยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักในการส่งออกสินค้าของไทย และคาดว่าการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวที่ -2.0 - 0%
สำหรับปี 2560 มองว่าเศรษฐกิจยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจีดีพีจะเติบโต 3.5 - 4.0% มีปัจจัยบวกมาจากการส่งออกปีหน้าที่จะขยายตัวดีขึ้น เป็น 0 - 2.0% และแม้เศรษฐกิจจีนยังมีความเสี่ยง แต่ที่ผ่านมารัฐบาลจีนก็สามารถจัดการปัญหาได้ และยังมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังฟื้นตัว ก็น่าจะเป็นตลาดที่จะมาทดแทนกันได้ นอกจากนี้ ยังมองว่าระดับราคาสินค้าเกษตรน่าจะดีขึ้น ตามราคาน้ำมัน
“การส่งออกที่ดีขึ้นในปีหน้าแต่ก็มองว่าไม่มากนัก เนื่องจากโครงสร้างการส่งออกของไทยเปลี่ยนไปจากเดิมที่มีการผลิตในประเทศและส่งออก แต่ปัจจุบันภาคธุรกิจได้ออกไปลงทุนในต่างประเทศจำนวนมาก โดยเป็นการออกไปลงทุนผลิตเพื่อส่งออก เช่น เครื่องนุ่มห่ม และเครื่องดื่ม ซึ่งพบว่ามีมูลค่าการลงทุนในต่างประเทศกว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แล้ว ขณะเดียวกันสินค้าส่งออกของไทยก็จะมีคุณภาพและมีมูลค่ามากขึ้น” นายอิสระ กล่าว
นายอิสระ กล่าวว่า ส่วนการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ในเร็วๆ นี้ ภาคเอกชนเตรียมเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ดังนี้ 1. การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกในความร่วมมือภาครัฐและเอกชนในกลุ่มจังหวัด การตั้ง กรอ.ระดับภาค เพื่อสร้างเศรษฐกิจภายในให้เข้มแข็ง 2. นโยบายคนเข้าเมืองเพื่อเตรียมความพร้อมที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 3. การพัฒนาคลัสเตอร์ยานยนต์ 4. การเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายลำและผ่านแดนของท่าเรือแหลมฉบังในการเป็น อาเซียน เกทเวย์ และ 5. การพัฒนาอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางไทย
ส่วนการเดินทางเยือนเมียนมา ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 20 - 23 ตุลาคม 2559 จะได้เข้าพบนางออง ซาน ซูจี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือในประเด็นเศรษฐกิจและความร่วมมือระหว่างไทย - เมียนมา ในโอกาสนี้ ที่ประชุม กกร.เห็นตรงกันที่จะจัดเตรียมประเด็นด้านเศรษฐกิจและข้อเสนอของภาคเอกชนให้กับคณะฯ เพื่อนำไปหารือในการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วยด้านการค้าคือ 1. การยกระดับจุดผ่านแดนและจุดผ่อนปรนให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรหรือจุดผ่อนปรนพิเศษ เพื่อเป็นการยกระดับการค้าและมูลค่าการค้าในเขตชายแดน 2. การอนุญาตให้รถบรรทุกเมียนมาเข้ามาขนส่งสินค้าในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดจังหวัดตาก
ด้านการลงทุนเสนอให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมแม่สอดเมียวดีเพื่อส่งเสริมการใช้ประสิทธิภาพร่วมกัน ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเป็นการดึงดูดนักลงทุนไทยและต่างชาติเข้ามาลงทุนในพื้นที่ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว เจรจาเดินรถส่วนบุคคลแบบทวิภาคีในช่องทาง มัณฑะเลย์ ย่างกุ้ง เมียวดี แม่สอด มุกดาหาร เชียงใหม่ กรุงเทพฯเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการค้า เป็นต้น



