"กำปั้นไทย" ยุคคิวบา เน้นหมัดชุดชิงจังหวะ
“บิ๊กชาย” สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายเทคนิคฯ เน้นขุนพลนักชกไทยยุคโค้ชคิวบา ต้องมีสไตล์การออกหมัดที่ชัดเจนจะแจ้งเป็นชุด
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมฯได้บรรจุข้อตกลงในการว่าจ้างเฮดโค้ชชาวคิวบามาเป็นผู้ฝึกสอนให้กับทัพมวยสากลทีมชาติไทย เพื่อต้องการกอบกู้ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของสมาคมฯให้กลับมาโดยเร็วที่่สุด ไล่ตั้งแต่ความสำเร็จในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย และ เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทั้งนี่้คาดว่า หัวหน้าผู้สอนชาวคิวบาจะเดินทางมาถึงเมืองไทยได้ช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ จากนั้นเราจะเรียกนักมวยทั้งทีมชาติชุดใหญ่โอลิมปิกเกมส์, ชุดบี-คู่ซ้อม และ ชุดเยาวชนจากศึกชิงแชมป์ประเทศไทย มาเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมที่ กกท.หัวหมาก
ทั้งนี้สไตล์การชกของนักมวยไทยที่ผ่านมา ไม่ค่อยเดินหน้าออกหมัดชุดสักเท่าไหร่ รวมไปถึงความแข็งแรงของร่างกาย ส่วนใหญ่เป็นมวยชิงจังหวะเหลี่ยมเชิงสูง อาศัยการเข้าทำจังหวะหมัดหนึ่ง-สองเป็นหลัก แต่ปัจจุบันนี้วงการกำปั้นโลกมันเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะทางสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ หรือ “ไอบ้า” ต้องการพัฒนากีฬาชนิดนี้ของตัวเองให้มีสไตล์การชกคล้ายๆ กับมวยสากลอาชีพมากยิ่งขึ้น เห็นได้จากการเปิดโอกาสให้กับนักชกอาชีพจากทั่วโลกได้มีสิทธิ์ลงพิสูจน์ฝีมือตัวเองมาแล้วในศึกโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล เชื่อว่า อนาคตต่อจากนี้ไปมวยสากลจะต้องเข้มข้นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ประเภทไม่ขยันออกหมัดหรือดีแต่เต้นบนเวทีเหมือนแต่ก่อนคงไม่มีสิทธิ์แล้ว
“บิ๊กชาย” นายสมชาย ยังกล่าวต่อไปอีกว่า อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการตอบสนองมวยยุคใหม่ของ “ไอบ้า” รวมไปถึงเราได้โค้ชฝีมือดีจากคิวบามาวางแผนใหม่ทั้งระบบ แน่นอนว่า จากนี้ไปนักมวยสากลของเราจะต้องมีสไตล์การออกอาวุธชกดุดันมากยิ่งขึ้น เน้นการออกหมัดชุดเป็นหลัก เรื่องนี้ตัวเองจะต้องมีการพูดคุยกับทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทั่้งหมดและตัวนักกีฬาเองอย่างจริงจัง หากเราต้องการหวังความสำเร็จในอนาคตข้างหน้าเรื่องดังกล่าวนี้ต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วน เพราะในเรื่องของชั้นเชิงเหลี่ยมมวยของขุนพลเสื้อกล้ามไทยนั้นดีอยู่แล้ว จะขาดเพียงแค่ความแข็งแกร่ง, การเข้าทำที่ชัดเจนและจะแจ้งเท่านั้นเอง คาดว่า หลังเฮดโค้ชชาวคิวบาเดินทางมาถึงเราคงต้องปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสไตล์ใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมไปอีก



