ข่าว

เปลี่ยนแปลง ปรับตัว สู่สมดุลใหม่โลกดิจิทัล

เปลี่ยนแปลง ปรับตัว สู่สมดุลใหม่โลกดิจิทัล

05 ต.ค. 2559

คอลัมน์ เล่าสู่กันฟัง : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์

 

          ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสไปร่วมงานมอบรางวัลหนังสือดีเด่น “เซเว่น บุ๊ค อวอร์ด” ได้ฟัง ศ.เกียรติคุณนพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานในพิธี เล่าถึงกระแสโลกาภิวัตน์ (Globalization) ในแต่ละยุคที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้อย่างมากมาย เป็นความท้าทายของคนทั้งโลกที่ต้องปรับตัวให้ทัน ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย จึงอยากนำมาถ่ายทอดให้ทุกคนได้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกไปพร้อมๆ กัน

          ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม ได้ตัดฉากย้อนกลับไปในอดีตชี้ให้เห็นว่า เมื่อร้อยสองร้อยปีก่อนกระแสโลกาภิวัตน์ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแผนที่โลก การเปลี่ยนการค้าการขายอย่างน่าสนใจ ซึ่งพวกเราก็ปรับตัวกันมาโดยตลอด มาถึงยุคนี้เป็นยุคของดิจิทัล ทุกอย่างเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยเทคโนโลยี เป็นพลังที่เปลี่ยนโลกที่สำคัญมาก คนอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป จะบอกว่า ตัวเองเป็นคนที่อพยพเข้ามาอยู่ในโลกยุคดิจิทัล ส่วนคนที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ถือเป็นคนพื้นเมืองที่อยู่ในโลกยุคดิจิทัล สามารถใช้มือถือ ไอแพด ไอพอด ได้ทันทีโดยไม่ต้องสอน ในขณะที่คนที่อายุ 50-60 ปี สอนอย่างไรก็ใช้มือถือทำงานได้เพียงแค่ 2-3 อย่าง คือ เล่นไลน์ และพูดโทรศัพท์เท่านั้น

          หลายประเทศมีนโยบายด้านดิจิทัลที่ชัดเจน เพื่อสร้างสมดุลให้แก่คนในประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ใช้เวลา 6 เดือน ในการสอนข้าราชการบำนาญให้ใช้คอมพิวเตอร์ ไม่เช่นนั้นไม่จ่ายเงินบำนาญ หรือผู้ที่มาเป็นทหาร ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็นทางการก็จะไม่ปลดประจำการ หรือแม้แต่ชาวนา ชาวไร่ ถ้าอยากซื้อปุ๋ยราคาถูกก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็น เกาหลีใต้จึงได้ชื่อว่าเป็นดิจิทัลคันทรี

          หรืออย่างในสวีเดน มีการนำระบบอี-เพย์เมนท์มาใช้แทนเงินสดชัดเจนมาก เรียกว่าแทบไม่ใช้เงินสดในระบบการซื้อขายเลย แต่ประเทศไทยเราวันนี้ยังใช้เงินสดในการซื้อขายถึง 98% การตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงจำเป็นต้องมีมาตรการต่างๆ ออกมารับมือกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างสมดุลใหม่ให้แก่ประเทศไทยในด้านต่างๆ

          อีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในต่างประเทศและกำลังขยายเข้ามาในประเทศไทย นั่นคือ การซื้อขาย วันนี้ผู้ผลิตพยายามติดต่อกับผู้บริโภคโดยตรงไม่ผ่านคนกลาง สิ่งที่เห็นในต่างประเทศเวลานี้ศูนย์การค้าหลายแห่งเริ่มปิดตัว เพราะคนรุ่นใหม่ซื้อของผ่านออนไลน์ ไม่ไปเดินศูนย์การค้ากันแล้ว ต่อไปตู้เอทีเอ็มก็จะไม่มีคนใช้บริการ เพราะทุกคนจะทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ ภาพที่จะเห็นต่อไปคือ ธนาคารจะเริ่มมีการปิดสาขามากขึ้น

          อุตสาหกรรมหนังสือก็เช่นกัน เมื่อผู้ซื้อไม่อ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ผู้ขายก็ไม่ลงโฆษณา หนังสือพิมพ์ก็อยู่ลำบาก ตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ผู้ประกอบการด้านสิ่งพิมพ์ต้องปรับตัวสร้างสมดุลใหม่

          วันนี้เราต้องยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แล้วปรับตัวสู่สมดุลใหม่ เพราะไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจไหน อาชีพอะไร ก็หนีการเปลี่ยนแปลงไม่พ้น ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างสมดุลใหม่ให้แก่ประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนให้แก่บ้านเกิดเมืองนอน