ข่าว

"รัฐบาล"จัดเลี้ยง-มอบเงิน ทัพ "พาราลิมปิกไทย"

"รัฐบาล"จัดเลี้ยง-มอบเงิน ทัพ "พาราลิมปิกไทย"

04 ต.ค. 2559

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เลี้ยงต้อนรับนักกีฬาทีมชาติไทย ชุดพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 15 พร้อมมอบเงินรางวัล รวม 182,900,000 บาท

          พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานเลี้ยงต้อนรับนักกีฬาทีมชาติไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 15 ณ เมืองริโอ เดจาเนโร สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ระหว่างวันที่ 7-18 กันยายน 2559 พร้อมทั้ง มอบเงินรางวัลแก่นักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัล จากการแข่งขันฯ โดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. และนักกีฬา เข้าร่วมงานเลี้ยง ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2559

         โดยก่อนงานเลี้ยงได้มีขบวนแห่นักกีฬาทีมชาติไทย ชุดพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 15 จากบริเวณหน้าอินดอร์สเตเดี้ยม สนามกีฬา หัวหมาก กกท. – ถนนรามคำแหง – ถนนพระราม 9 – ถนนดินแดง – เข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – ถนนพญาไท – ถนนเพชรบุรี – ถนนยมราช เข้าทำเนียบรัฐบาล (ตึกสันติไมตรี)

         จากนั้น ในเวลา 17.30 น. เป็นงานเลี้ยงต้อนรับนักกีฬาทีมชาติไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 15 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้ง มีการมอบเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ให้แก่นักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัล จากการแข่งขันฯ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้นักกีฬาเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ดียิ่งขึ้น โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

        โดย นักกีฬาทีมชาติไทย คว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 6 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง ซึ่ง รัฐบาล โดย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กกท. ให้นักกีฬาเลือกรับเงินรางวัลอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามเงื่อนไข ดังนี้ แบบ ก. คือการแบ่งจ่าย (จ่ายเป็นก้อน ในอัตราร้อยละ 50 และที่เหลืออีก ร้อยละ 50 จ่ายเป็นรายเดือน ภายในระยะเวลา 4 ปี) โดยเหรียญทอง เป็นเงิน 7,200,000 บาท, เหรียญเงิน เป็นเงิน 4,800,000 บาท และเหรียญทองแดง เป็นเงิน 3,000,000 บาท และแบบ ข. การจ่ายครั้งเดียว โดยเหรียญทอง เป็นเงิน 6,000,000 บาท, เหรียญเงิน เป็นเงิน 4,000,000 บาท และเหรียญทองแดง เป็นเงิน 2,500,000 บาท ส่วนผู้ฝึกสอน ได้รับเงินรางวัล 20% และสมาคมกีฬา (ได้รับไม่เกิน 6 ล้านบาท)
         ทั้งนี้ นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย  เลือกรับเงินรางวัล ตามเงื่อนไข แบบ ก. มีดังนี้ นายพงศกร แปยอ นักกีฬากรีฑา(วีลแชร์เรสซิ่ง) ได้รับ 2 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน รวมเป็นเงิน 24,000,000 บาท, นายประวัติ วะโฮรัมย์ นักกีฬากรีฑา(วีลแชร์เรซซิ่ง) ได้รับ 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน รวมเป็นเงิน 19,200,000 บาท, นายวัชรพล วงษา
          นักกีฬาบอคเซีย ได้รับ 2 เหรียญทอง เป็นเงิน 14,400,000 บาท, นายวรวุฒิ แสงอำภา นักกีฬาบอคเซีย ได้รับ 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน รวมเป็นเงิน 12,000,000 บาท, นายพัทธยา. เทศทอง นักกีฬาบอคเซีย ได้รับ 1 เหรียญทอง เป็นเงิน 7,200,000 บาท, นางสาวสุบิน. ทิพย์มะณี นักกีฬาบอคเซีย ได้รับ 1 เหรียญทอง เป็นเงิน 7,200,000 บาท, นายสายชล คนเจน นักกีฬากรีฑา(วีลแชร์เรซซิ่ง) ได้รับ 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง รวมเป็นเงิน 12,600,000 บาท, นายเอกชัย จันทร นักกีฬากรีฑา(วีลแชร์เรซซิ่ง) ได้รับ 1 เหรียญเงิน เป็นเงิน 4,800,000 บาท, นายพิเชษฐ์ กรุงเกตุ นักกีฬากรีฑา(วีลแชร์เรสซิ่ง) ได้รับ 1 เหรียญเงิน เป็นเงิน 4,800,000 บาท, นายเรวัตร์ ต๋านะ นักกีฬากรีฑา(วีลแชร์เรซซิ่ง) ได้รับ 1 เหรียญเงิน เป็นเงิน 4,800,000 บาท, นายหาญฤชัย เนตศิริ นักกีฬายิงธนู ได้รับ 1 เหรียญเงิน เป็นเงิน 4,800,000 บาท, นางสาวสายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบ ได้รับ 1 เหรียญเงิน เป็นเงิน 4,800,000 บาท, นายพรโชค ลาภเย็น นักกีฬาบอคเซีย ได้รับ 2 เหรียญทองแดง รวมเงิน 6,000,000 บาท, นายรุ่งโรจน์ ไทยนิยม นักกีฬาเทเบิลเทนนิส ได้รับ 1 เหรียญทองแดง เป็นเงิน 3,000,000 บาท, นายยุทธจักร กลิ่นบานชื่น นักกีฬาเทเบิลเทนนิส ได้รับ 1 เหรียญทองแดง เป็นเงิน 3,000,000 บาท, นายอนุรักษ์ ลาววงษ์ นักกีฬาเทเบิลเทนนิส ได้ 1 เหรียญทองแดง เป็นเงิน 3,000,000 บาท , นางสาวนวลจันทร์ พลศิลา นักกีฬาบอคเซีย ได้รับ 1 เหรียญทองแดง เป็นเงิน 3,000,000 บาท และนายเฉลิมพล. ตันบุตร นักกีฬาบอคเซีย ได้รับ 1 เหรียญทองแดง เป็นเงิน 3,000,000 บาท และนักกีฬาเลือกรับแบบ ข. การจ่ายครั้งเดียว ได้แก่ นายพิชญา คูรัตนศิริ นักกีฬากรีฑา(วีลแชร์เรซซิ่ง)ได้ 1 เหรียญทองแดง เป็นเงิน 2,500,000 บาท
          นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบเงินสนับสนุนเงินกรณีพิเศษ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่ไม่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันให้ได้รับเงินกรณีพิเศษ จำนวน 26 คน คนละ 100,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,600,000 บาท