ข่าว

บิ๊กจิ๋วรับถูกทาบร่วมยื่นฎีกาช่วยทักษิณแต่ไม่รับ

บิ๊กจิ๋วรับถูกทาบร่วมยื่นฎีกาช่วยทักษิณแต่ไม่รับ

16 ส.ค. 2552

พล.อ.ชวลิตวอนทุกกลุ่มที่ขัดแย้งหันหน้าเข้ากัน รับถูกทาบร่วมยื่นฎีกาอภัยโทษ “ทักษิณ” แต่ไม่รับ เตือนสติคนไทยยึดบทเรียนในอดีต เพราะไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะเป็นผู้แพ้ เสื้อแดงเชียงใหม่ขนน้ำพริกแดงแคปหมู ระดมคนบุกกรุงถวายฎีกา แกนนำระบุแวะนครสวรรค์เตี้ยมแผนสั่งง

(16ส.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ ภริยา พล.อ.สัมพันธ์ บุญญานันต์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีต รองผู้บัญชาการทหารบก และอดีตนายทหาร ร่วมกันทำบุญดวงวิญญาณวีรชนผู้ล่วงลับกับเหตุการณ์ในอดีต

พิธีดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนสติประชาชนชาวไทยที่มีความขัดแย้งทางความคิดให้หันหน้าเข้าหากันก่อนที่จะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ซึ่งพิธีดังกล่าวจัดครั้งสุดท้าย เมื่อปี พ.ศ. 2530 นอกจากนี้จะมีการจัดพิธีทางศาสนาอิสลามในวันที่ 18 สิงหาคม ที่อาคารมูลนิธิสุสานสุไลมาน วัดหัวเขาแดงจังหวัดสงขลา และมีพิธีทางศาสนาคริตส์ ในวันที่ 20 สิงหาคม ที่วัดอัสสัมชัญ บางรัก กรุงเทพฯ

พล.อ.ชวลิต กล่าวตอนหนึ่งในช่วงสดุดีดวงวิญญาณวีรชนผู้ล่วงลับว่า วันนั้นในอดีตคนไทยทุกคนตระหนักดีว่าการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของชาติอันยาวนานเกิดจากความแตกแยกในสังคมของชาติไทยเอง เป็นความแตกแยกอันเกิดจากความไม่เป็นธรรมในสังคม และครั้งนั้นเมื่อผู้ขัดแย้งเพียงหันหน้าเข้าหากัน พูดจากันด้วยความเข้าใจ เห็นใจและจริงใจ ความขัดแย้งที่ดูเสมือนจะยุติกันไม่ได้ ก็สงบได้โดยพลัน ภายใต้พระบารมีปกเกล้าฯขอให้การสูญเสียจากความขัดแย้งในสังคมของเราในครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ชาติไทย

 พล.อ.ชวลิต ให้สัมภาษณ์เตือนสติคนไทยว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะเสียใจกัน และมีแต่ความเสียหายเกิดขึ้น รวมถึงไม่มีใครแพ้ หรือชนะ จะแพ้ แต่จะแพ้ด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศชาติจะเป็นผู้แพ้ พี่น้องประชานผู้ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็จะเป็นผู้แพ้น่าสงสารเป็นที่สุด

 เมื่อถามว่า เหตุการณ์ในวันที่ 17 ส.ค.นี้หวั่นจะเกิดบานปลายหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า อยากให้อดีตเกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายของความขัดแย้งในชาติเรา เมื่อถามว่า มองการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างไร พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ตนยังไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ อะไรเพราะยังไม่เห็นอะไร และยังไม่เห็นวิธีการ แต่อาจจะมีอะไรที่พวกเรายังไม่ทราบก็ได้ ดังนั้น ไม่ได้ไปต่อว่าคนที่ต่อต้าน เพราะเป็นเรื่องความห่วงใย ทุกคนห่วงใยในสิ่งที่จะกระทบกับสถาบันของเรา เป็นสถาบันที่เคารพบูชา ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะให้ข้อคิดเห็นให้ความห่วงใย   และพวกเสื้อแดงก็จะต้องคิดสิ่งนี้เหมือนกัน   ผมไม่คิดว่าจะทำไปโดยไม่ได้พัฒนาหรือปรับปรุงให้มันถูกต้องให้มันดีขึ้น

 เมื่อถามว่า มีข่าวเป็นหนึ่งรายชื่อ 15 คนที่จะเป็นผู้ร่วมอ่านคำถวายฎีกา พล.อ.ชวลิต กล่าวว่าคงไม่มี แต่มีความพยายามเหมือนกันที่จะอยากจะให้ตนเข้าไปช่วยเหลือ แต่ความจริงตนก็อยากช่วยเหลือทุกคนทั้งนั้น แต่ก็พยายามให้ข้อคิดเห็นไปเขาคงได้รับทราบแล้ว และได้พยายามแก้ไขกันไป ทั้งนี้จะต้องแก้ไขปัญหากันทีละเรื่อง เพราะหากแก้ไขทีเดียวคงไม่ไหว อย่างไรก็ตาม เชื่อการยื่นถวายฎีกาในวันที่ 17 ส.ค.นี้จะไม่เกิดเหตุการณ์บานปลาย ซึ่งการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงถือเป็นแนวทางหนึ่งอย่าเพิ่งไปต่อว่ากัน เรายังไม่เห็นว่าเขาคิดอย่างไร หรือจะทำอะไร เขาอาจจะทำในสิ่งที่ดีก็ได้

เสื้อแดงเชียงใหม่บุกกรุงร่วมถวายฎีกาช่วยทักษิณ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ 16 ส.ค.สมาชิกกลุ่มเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 จากทุกอำเภอใน จ.เชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 300 คนได้ทยอยเดินทางมารวมตัวกันที่หน้าโรงแรมแกรนด์วโรรสพาเลซ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อรอขึ้นรถบัสเดินทางไปยื่นถวายฎีการ่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่กรุงเทพฯให้ทันวันที่ 17 ก.ค.ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางในเวลา 13.00 น.โดยกลุ่มเสื้อแดงมีการตั้งตู้เปิดรับบริจาคเงินสนับสนุนการเดินทาง และตระเตรียมเสบียงอาหาร เช่น น้ำพริกแดงแคปหมูกันอย่างเต็มที่

 นางกัญญาภัค มณีจักร หรือดีเจอ้อม แกนนำเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เปิดเผยว่า ครั้งนี้กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ที่ร่วมเดินทางไปถวายฎีกาตามเป้าหมายมีประมาณ 2,000 คน ซึ่งจะเดินทางไปโดยรถบัสรวม 20 คัน มีรถกระบะส่วนตัวที่ออกพร้อมกับขบวนที่มาลงทะเบียนไว้อีก 30 คัน ซึ่งช่วงเช้ามืดที่ผ่านมามีเสื้อแดงบางส่วนประมาณ 300 คนได้โดยสารไปกับรถไฟฟรีไปแล้วชุดหนึ่ง และเมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมาได้มีสมาชิกกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 บางส่วนเดินทางล่วงหน้าโดยรถตู้จำนวน 25 คันเข้ากรุงเทพฯไปก่อนหน้าแล้ว

 สำหรับรูปแบบการเคลื่อนไหวยื่นถวายฎีกาของเสื้อแดงเชียงใหม่ครั้งนี้ ทางกลุ่มจะแวะร่วมเวทีความจริงวันนี้ซึ่งจัดขึ้นที่ จ.นครสวรรค์ก่อน เพื่อระดมคนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคเหนือตอนล่างเพิ่ม และจะมีการซักซ้อมกำหนดทิศทางในการเข้ายื่นฎีกาที่กรุงเทพฯให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน คือ เมื่อไปถึงสนามหลวงผู้ชุมนุมจะไปกราบฟ้าดินเพื่อขอบรรเทาทุกข์ ระหว่างการยื่นถวายฎีกานั้นจะไม่มีการกล่าวด่าหรือโจมตีฝ่ายใดทั้งสิ้น เมื่อยื่นฎีกาเสร็จก็จะสลายตัวกลับเชียงใหม่ทันทีในช่วงค่ำวันที่ 18 ส.ค.และหยุดการเคลื่อนไหวใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเด็ดขาด แต่ในพื้นที่จะยังมีการเปิดเวทีมุ่งเน้นไปที่การกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาลเป็นหลัก