ข่าว

ศอตช.พร้อมลุยหาผู้รับผิดทางละเมิดคดีจำนำข้าว

ศอตช.พร้อมลุยหาผู้รับผิดทางละเมิดคดีจำนำข้าว

04 ต.ค. 2559

ศอตช.เตรียมข้อมูลพร้อมประชุมนัดแรกลุยหาผู้รับผิดชอบความเสียหายอีก 80% ในโครงการรับจำนำข้าว คาดรับผิดกราวรูดถึงจนท.คุมโกดังข้าว 853 สำนวน


                
          4 ต.ค.59 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ศอตช.รับผิดชอบตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องรับผิดชอบในทางละเมิดในโครงการรับจำนำข้าวว่า การทุจริตคดีจำนำข้าวสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เน้นการตรวจสอบการทุจริตเชิงนโยบายที่ส่งผลเสียหายมหาศาลของประเทศ ส่วนป.ป.ท.จะตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชน รวมถึงเซอร์เวย์เยอร์หรือผู้ตรวจสอบข้าวในคลังสินค้า ที่มีส่วนร่วมกระทำผิดสร้างความเสียหายให้รัฐเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ข้อมูลพบมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการดังกล่าวจำนวน 33 จังหวัด ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคเหนือ 

          "สำหรับการตรวจสอบว่าใครต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวอีก 80% นั้น ศอตช.ต้องรอมติครม.อย่างเป็นการทางการ เพื่อนำมาเป็นจุดตั้งต้นในการสอบสวนหาตัวผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงความรับผิดไม่ได้คือผู้กระทำผิดใน 853 สำนวนที่ป.ป.ท.ขอให้มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นไต่สวนความผิด ระหว่างนี้ได้ประสานไปยังหน่วยตรวจสอบอาทิ ป.ป.ช. สตง.กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ให้เตรียมข้อมูลพร้อมสำหรับการประชุมนัดแรกที่พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะเป็นประธานการประชุม" นายประยงค์ กล่าว 
          นายประยงค์ กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์นี้จะเสนอคณะกรรมการป.ป.ท.เพื่อตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีที่เจ้าหน้าที่ขององค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) องค์การคลังสินค้า(อคส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตรวม 853 สำนวน หากคณะกรรมการป.ป.ท.มีมติให้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงก็จะตั้งอนุกรรมการแยกเป็นรายคดี  จำนวน 853 ชุด ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้การตั้งอนุกรรมการไต่สวนให้อยู่ในดุลยพินิจของกรรมการป.ป.ท. โดยอนุกรรมการไต่สวนต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน และจะระดมเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของป.ป.ท.ทั้งสำนักงานร่วมเป็นอนุกรรมการเพื่อเร่งรัดคดี สำหรับข้อกังวลเรื่องการแยกการไต่สวนจะส่งผลให้การทำงานล่าช้า ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวมีข้อมูลเบื้องต้นแล้ว อีกทั้งทุกสำนวนคดีมีพฤติการณ์ใกล้เคียงกันและมีช่วงเวลาเกิดเหตุไล่เลี่ยกัน การสอบสวนจึงสามารถดำเนินการไปพร้อมๆกันและประสานข้อมูลร่วมกันได้.