ข่าว

รถบรรทุก22ล้อ ชนรถบรรทุก18ล้อ หญิงท้องเจ็บ

รถบรรทุก22ล้อ ชนรถบรรทุก18ล้อ หญิงท้องเจ็บ

04 ต.ค. 2559

รถบรรทุกชนรถบรรทุกพ่วง หญิงท้องเจ็บหนักกระดูกสันหลังเคลื่อน 1 ราย คนขับ 2 ฝ่ายอ้่างได้ไฟเขียว

               เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 4 ต.ค.59 ร.ต.อ.สมศักดิ์ ศรีณรงค์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่พุ่งชนกันดังสนั่นคาสามแยกสัญญาณไฟสตาร์ไลท์ บนถนนสาย 304 มีนบุรี-ฉะเชิงเทรา (สุวินทวงศ์) ตัดกับถนนสายเลี่ยงเมืองบางน้ำเปรี้ยว-ฉะเชิงเทรา พื้นที่ ม.8 ต.วังตะเคียน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในคาซากรถ จำนวน 2 ราย จึงเดินทางไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุ
               ที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุกพ่วงยาว แบบ 22 ล้อ หมายเลขทะเบียนหัวลาก 70-0932 ตาก ทะเบียนหางพ่วง 70-0931 ตาก ถูกรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ แบบสองตอนหมายเลขทะเบียนหัวลาก 82-7759 ลพบุรี ทะเบียนหางพ่วง 82-7760 ลพบุรี พุ่งชนเข้าที่บริเวณด้านข้างซ้ายของส่วนหัวลากที่ด้านหลังหัวเก๋งอย่างแรงจนทำให้ตัวรถถูกแรงกระแทกลอยขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางทางแยก ภายในรถคันที่ถูกพุ่งชนมีสุภาพสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ติดอยู่ภายใน 1 ราย ที่เบาะนั่งข้างซ้ายของคนขับ
               ทราบชื่อ คือ นางอริสรา กลางนอก อายุ 48 ปี ชาว อ.วิหารแดง จ.สระบุรี ขณะที่คนขับคือ นายไพฑูรย์ ปทุมสูตร อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 ม.7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกที่เหนือคิ้วด้านขวาจนมีบาดแผลเป็นทางยาวประมาณ 4 ซม. ส่วนรถคันที่พุ่งชนมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในคาซากรถ 1 ราย คือ นายประสิทธิ์ อินถนอม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 ม.4 ต.หนองเทพ อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ขาขวาท่อนล่างเล็กน้อย จนท.อาสาสมัครหน่วยกู้ฉะเชิงเทรา จึงได้เร่งช่วยเหลือนำ นางอริสรา ส่งไปยัง รพ.พุทธโสธร ในทันทีเนื่องจากมีอาการหลังหักจากกระดูกสันหลังเคลื่อนจนไม่สามารถขยับตัวได้ ก่อนที่จะใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือนายประสิทธิ์ ออกมาจากซากตัวรถอีกคัน
               จากการสอบสวน นายไพฑูรย์ ให้การว่า ตนได้ขับรถนำข้าวโพดจาก จ.ตาก ไปส่งยังในพื้นที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ขากลับกำลังจะไปรับกระเบื้องจาก จ.สระบุรี กลับไปส่งยังที่ จ.ตาก พอมาถึงยังจุดเกิดเหตุได้รับสัญญาณไฟเขียวให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสายบายพาสเลี่ยงเมืองมุ่งหน้า อ.บางน้ำเปรี้ยว จึงได้ขับรถเลี้ยวขวาเข้าไป แต่ขณะที่กำลังจะขับเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายเลี่ยงเมืองนั้น ได้มีรถคันคู่กรณีได้ขับเข้ามาทางตรงด้วยความเร็วสูง โดยไม่มีทีท่าจะชะลอรถ จึงได้ร้องบอกภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ได้เพียงกว่า 1 เดือนเศษว่า เอาแล้วๆ ก่อนที่จะเกิดการชนกันขึ้นดังกล่าว
               ด้านนายประสิทธิ์ คนขับรถพ่วง 18 ล้อ กล่าวว่า ได้ขับรถบรรทุกน้ำตาลยี่ห้อลิน น้ำหนักรวม 30 ตัน มาจาก จ.สระบุรี เพื่อที่จะนำไปส่งยังในเขต จ.ชลบุรี เมื่อมาถึงยังที่เกิดเหตุได้รับสัญญาณไฟเขียวจึงขับตรงเข้ามาทางแยกซึ่งใช้ความเร็วไม่สูงนักประมาณ 60 กม./ชม. แต่รถมีน้ำหนักมาก เมื่อมีรถขับผ่านทางแยกตัดหน้าจึงเบรกหยุดรถไม่ทัน และเกิดการพุ่งชนกันขึ้นดังกล่าว
               ด้าน ร.ต.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายต่างพากันให้การว่า ได้รับสัญญาณไฟเขียวผ่านทางแยกทั้งคู่ จึงยังไม่ทราบว่าฝ่ายใดผิดหรือถูก ซึ่งต้องหาพยานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม และรอการสอบสวนปากคำโดยละเอียดจากทั้งสองฝ่ายอีกครั้งจึงจะทราบใครผิดถูก