
ลุ้นส่งออกปีนี้ดีสุดได้แค่ติดลบ0.8%
สภาผู้ส่งออกยังคงคาดการณ์ส่งออกปีนี้อยู่ที่ -2% แม้ยอด ส.ค.พลิกบวก มอง 4 เดือนที่เหลือยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามเพียบ ลุ้นดีที่สุดปีนี้หดตัว -0.8%
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า แม้การส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2559 จะกลับมาเติบโตได้ค่อนข้างดี มีมูลค่า 18,825 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 6.5% เทียบกับปีก่อน และภาพรวมการส่งออก 8 เดือนมีมูลค่า 141,007 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 1.2% แต่สภาผู้ส่งออกยังคงคาดการณ์การส่งออกของไทยในปีนี้จะหดตัว -2% จะขอดูสถานการณ์ในเดือนตุลาคมก่อน ซึ่งหากยอดส่งออกในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ มีมูลค่าเท่ากับปีก่อนจะทำให้การส่งออกทั้งปี 2559 หดตัวประมาณ -0.8% ถึง -1.6%
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย การปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าหลัก โดยเชื่อว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อสถานการณ์ในภาพรวมยังอยู่ในภาวะอ่อนแอ แม้จะมีปัจจัยบวกเกิดขึ้นบ้างก็ตาม อีกทั้งความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันในตลาดโลก และแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐยังไม่มีความชัดเจน ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวของผู้ส่งออกไทย ในการแข่งขันด้านนวัตกรรม มาตรฐานสินค้า และการศึกษาความต้องการของผู้บริโภค แทนที่การแข่งขันด้านราคา
นายนพพร กล่าวว่า กรณีที่ภาคเอกชนไม่กล้าตัดสินใจลงทุนในขณะนี้เนื่องจากยังมองไม่เห็นตลาดที่จะมารองรับสินค้าที่ผลิตได้ ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ควรเป็นหัวหอกในการลงทุนสร้างนวัตกรรมเพื่อเปิดตลาดสินค้าใหม่ แทนที่จะลงทุนผลิตสินค้าแข่งขันกับเอสเอ็มอี ส่วนหน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นขณะนี้ยังไม่ได้ผลักดัน e-Business อย่างจริงจัง ซึ่งล่าช้ากว่าการเปลี่ยนแปลงของโลก
ด้านนายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออก ระบุว่า แนวโน้มการส่งออกปีนี้คาดการณ์ในเกณฑ์ดีที่สุดน่าจะหดตัวราว -1.25% ถึง -1.50% หากช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ยังสามารถส่งออกได้เฉลี่ย 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการส่งออกรถยนต์ยังจะเป็นสินค้าหลัก ล่าสุดได้รับทราบจากผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ว่ายอดส่งออกรถยนต์ในเดือนกันยายน 2559 หดตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า และเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่วนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3.2 - 3.3% เนื่องจากการขยายตัวของการท่องเที่ยวและการลงทุนภาครัฐ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนมีอัตราขยายตัวในระดับที่ต่ำเพียง 2.5%
ขณะที่นายนริศ สถาผลเดชา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2560 น่าเติบโตได้ต่อเนื่องราว 3.5% จาก 3.3% ในปีนี้ โดยเครื่องยนต์ทุกด้านมีแรงขับเคลื่อนมากขึ้น และมองว่ามีหลายอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันมีความพร้อมและมีศักยภาพที่จะต่อยอดการพัฒนาให้ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ได้ไม่ยาก แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงความไม่แน่นอนของทิศทางการเมืองของประเทศเศรษฐกิจหลัก ที่จะส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนในภูมิภาค ขณะที่ธุรกิจธนาคารพาณิชย์จะมีทิศทางดีขึ้น แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังคุณภาพสินเชื่อในอุตสาหกรรมการผลิตและสินเชื่อที่อยู่อาศัย
สำหรับเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยการบริโภคภาคเอกชนได้แรงหนุนเพิ่มจากรายได้ภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้น การลงทุนภาครัฐ ขยายตัวต่อเนื่องจากมาตรการเร่งเบิกจ่ายโครงการลงทุนขนาดเล็ก เช่นเดียวกับภาคส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวเป็นบวกอ่อนๆในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ทั้งปีนี้มูลค่าส่งออกหดตัวเพียง -1.8% ขณะที่ภาคท่องเที่ยวยังคงขยายตัวดีต่อเนื่อง ทำให้ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ขยายตัวที่ 3.3% จากเดิมคาดที่ 2.8%



