ข่าว

‘โปสการ์ด’ ใกล้จะตายแล้ว

‘โปสการ์ด’ ใกล้จะตายแล้ว

04 ต.ค. 2559

คอลัมน์ ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 

         โปสการ์ด คือกระดาษแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหนึ่งของโปสการ์ดจะมีรูปภาพสถานที่ต่างๆ พิมพ์เอาไว้อย่างสวยงาม ส่วนอีกด้านหนึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นสองช่อง ช่องที่อยู่ทางด้านขวามือเอาไว้สำหรับจ่าหน้าซองตามเขตไปรษณีย์ โดยด้านบนมุมสุดฝั่งขวามือเป็นที่ติดตราไปรษณียากรหรือสแตมป์ ส่วนช่องทางด้านซ้ายจะเป็นพื้นที่สำหรับเขียนข้อความ เพื่อส่งข้อความสั้นๆ ถึงผู้รับเช่นเดียวกันกับ สคส. หรือการ์ดส่งความสุข

         ถ้า สคส. คือการส่งข้อความแห่งการอวยพรความสุขให้แก่กัน โปสการ์ดก็คือการส่งความคิดถึงให้กัน เมื่อผู้ส่งมีโอกาสเดินทางไปต่างถิ่นต่างแดน โปสการ์ดจึงนอกจากจะเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้แก่เมืองแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และงานบริการไปรษณีย์มาช้านานแล้ว ยังเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาฟรีๆ อีกด้วย เพราะเมื่อผู้รับได้เห็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สวยงาม ย่อมเกิดความอยากรู้อยากเห็นอยากเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยตนเองบ้าง

         เมืองท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง จึงส่งเสริมให้มีการถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวในหลากหลายมุมที่คิดว่าสวยงาม เพื่อนำไปพิมพ์ลงในโปสการ์ดเพื่อวางจำหน่ายในราคาที่ไม่แพง เช่นเดียวกันกับโรงแรมที่พักหลายแห่งในเมืองท่องเที่ยว มักจะมีโปสการ์ดแจกฟรีเอาไว้ให้ในห้องพัก ซึ่งนอกจากจะมีภาพแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังสอดแทรกภาพห้องพักและมุมบางมุมของโรงแรมตนเองเอาไว้เป็นการโฆษณาแฝงอีกด้วย

         ปัจจุบันนี้เมื่อโลกแห่งการสื่อสารมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น มีความสะดวกและรวดเร็ว จนทำให้ระบบไปรษณีย์ของหลายประเทศล่มสลายหรือเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานไป ผู้คนในยุคสมัยนี้ไม่ค่อยนิยมการขีดเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษอีกต่อไป หันไปหาช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เช่น เอสเอ็มเอส, วอทสแอพ หรือ ไลน์

         โปสการ์ดก็ไม่ต่างกันกับไปรษณียบัตรส่งความสุข เพราะระบบการสื่อสมัยใหม่ที่ทำให้คนยุคนี้ หันไปติดต่อกันทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ด้วยว่าสะดวก, รวดเร็ว, ไม่เสียค่าใช้จ่าย, สามารถส่งได้ทั้งข้อความ, ภาพ และเสียง อีกทั้งยังสามารถโต้ตอบกันได้ทันที เวลาที่คนเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งคิดว่ามีความสำคัญหรือสวยงาม จนอยากจะบอกให้ใครสักคนหนึ่งรับรู้ ก็สามารถใช้ “สมาร์ทโฟน” เป็นเครื่องมือในการส่งสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้ทันที

         โปสการ์ดจึงค่อยๆ หายไปจากแผงจำหน่ายของที่ระลึกตามเมืองท่องเที่ยวทีละน้อย บางแห่งแม้ว่าจะมีโปสการ์ดจำหน่ายอยู่บ้าง แต่ก็หาที่ส่งได้ยากขึ้นกว่าเดิม และมีผู้คนนิยมซื้อหาโปสการ์ดเพื่อส่งถึงใครสักคนหนึ่งน้อยลง ร้ายที่สุดคือระบบดวงตราไปรษณียากรหรือสแตมป์ ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นของสะสมที่ทรงคุณค่าของคนจำนวนมาก ปัจจุบันนี้หลายประเทศก็ยกเลิกการใช้ดวงตราไปรษณียากรหรือสแตมป์ไปอย่างสิ้นเชิง แล้วหันไปใช้การประทับตราด้วยน้ำหมึกเข้ามาแทนที่ ทำให้ความขลังและความประทับใจในโปสการ์ดน้อยลงไปด้วย 

         เท่ากับว่าชีวิตของโปสการ์ดในวันนี้แม้จะยังไม่ถึงขั้นตายสนิท แต่ก็อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าร่อแร่รอวันตายที่จะมาถึงในเร็ววันนี้ วันที่คนชอบเขียนอย่างผมคงจะรู้สึกปวดร้าว กับการจากไปของโปสการ์ดมากทีเดียวครับ