
อภิสิทธิ์ฝากนักเศรษฐศาสตร์ช่วยขับเคลื่อนสังคม
นายกฯอภิสิทธิ์ร่วมงาน 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ชื่นชมคณะเศรษฐศาสตร์ไม่เก็บความรู้ ความสามารถไว้กับตัวเอง พร้อมที่จะเผยแพร่ความรู้และแสดงออกเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคม
เมื่อเวลา 20.40 น.วันที่ 15 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปร่วมงาน 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ซึ่งมีทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความขอบคุณ และเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อคณะเศรษฐศาสตร์ เนื่องในวาระครบรอบ 60 ปี ของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยในช่วงระยะเวลา 1 ปีเศษที่ได้เข้ามาเป็นอาจารย์สอนที่คณะดังกล่าวนั้น เป็น 1 ปีที่มีความสุขมากที่ได้มีโอกาสทำงานกับบุคคลที่น่าเคารพนับถือจำนวนมาก และได้คลุกคลีกับผู้ที่เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ แต่ที่สำคัญคือไม่เก็บความรู้ ความสามารถไว้กับตัวเอง คือ พร้อมที่จะเผยแพร่ความรู้ พร้อมที่จะแสดงออกเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคม ซึ่งสิ่งนี้คือความประทับใจอย่างยิ่ง
นายกรัฐมนตรียังได้หยิบยกคำพูดของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ที่กล่าวไว้ว่า “พวกเราเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ในการแสวงหาความจริง และในการปฏิบัติวิชาชีพของเรา ไม่เพียงแต่จะต้องรอบรู้และมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่เราจะต้องซื่อตรง และแสดงความซื่อตรง พร้อมทั้งมีความซื่อตรงพอที่จะสามารถเรียกร้องให้คนอื่นซื่อตรงด้วย” ขึ้นมา โดยเห็นว่าถ้าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่หล่อหลอมชาวเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ทุกคน เราจะเป็นส่วนสำคัญของสังคมที่จะสามารถยืนหยัดเรื่องของความถูกต้อง และเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดของบ้านเมืองของเรา เพราะถ้าเรายังยึดถือในเรื่องของค่านิยมตรงนี้ มั่นใจว่าจะได้มีส่วนสำคัญในการสืบทอดสิ่งที่ถือว่าเป็นค่านิยมที่ดีงามที่สุดของคณะ
“ผมขอยืนยันว่าผมก็ไปอยู่ในวงการซึ่งค่านิยมนี้เป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด แล้วก็ยังยืนหยัดตั้งใจว่าจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า แม้แต่ในเรื่องของการเมือง ซึ่งมีทั้งเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ ความซื่อตรง จะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นในวงการได้ เป็นที่ยอมรับได้ ยืนอยู่ได้ และถ้าจะยืนไม่ได้ และต้องเสียตรงนี้ไป ก็ไม่ยืนครับ ยินดีที่จะกลับไปทำอย่างอื่น” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในภาวะปัจจุบันเป็นยุคที่เป็นอีกยุคหนึ่งที่ท้าทายนักเศรษฐศาสตร์อย่างมาก โดยเฉพาะทุกครั้งที่โลกหรือบ้านเมืองเผชิญกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจทุกครั้ง มักจะมีคำถามว่า ทำไมนักเศรษฐศาสตร์ไม่สามารถเตือน ไม่สามารถชี้ทาง ไม่สามารถระงับยับยั้ง ไม่สามารถที่จะมีสูตรสำเร็จ คำตอบต่าง ๆ ให้กับสังคมได้ ซึ่งความจริงแล้วขึ้นอยู่กับว่าเราใช้หลักหรือทฤษฎีเหล่านั้นมาปรับเข้ากับสถานการณ์ได้แม่นยำแค่ไหน และจะมีการประยุกต์ใช้อย่างไรมากกว่า ซึ่งในการทำงานเศรษฐศาสตร์ช่วยได้มากในการวิเคราะห์ ไม่เพียงแต่ในเรื่องของการตัดสินใจในเชิงนโยบายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ แม้กระทั่งเรื่องของการเมือง ปัญหาสังคม และปัญหาอื่น ๆ ก็สามารถที่จะหยิบฉวยใช้หลักเศรษฐศาสตร์ต่าง ๆ มาประยุกต์และให้คำตอบกับตัวเองได้ดีพอสมควร
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้นักเศรษฐศาสตร์ช่วยกันวิเคราะห์ในเรื่องของบทบาทของสถาบัน และระบบการบริหารสถาบันต่าง ๆ ในสังคมที่เป็นปัจจัยที่ชี้ถึงความสำเร็จ ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้มากขึ้น รวมทั้งระบบกฎหมายที่ยังเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป อีกทั้งบทบาทหลักของอุดมศึกษาใน 3 ประการคือ 1. การผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ 2. งานวิจัยที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และ3. การเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม



