ข่าว

อภิสิทธิ์ฝากนักเศรษฐศาสตร์ช่วยขับเคลื่อนสังคม

อภิสิทธิ์ฝากนักเศรษฐศาสตร์ช่วยขับเคลื่อนสังคม

16 ส.ค. 2552

นายกฯอภิสิทธิ์ร่วมงาน 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ชื่นชมคณะเศรษฐศาสตร์ไม่เก็บความรู้ ความสามารถไว้กับตัวเอง พร้อมที่จะเผยแพร่ความรู้และแสดงออกเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคม

เมื่อเวลา 20.40 น.วันที่  15 ส.ค.  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  ได้เดินทางไปร่วมงาน 60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์  ณ ห้องนภาลัย  โรงแรมดุสิตธานี  กรุงเทพฯ  จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์  ซึ่งมีทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โอกาสนี้  นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความขอบคุณ  และเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อคณะเศรษฐศาสตร์  เนื่องในวาระครบรอบ 60 ปี  ของคณะเศรษฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   โดยในช่วงระยะเวลา 1 ปีเศษที่ได้เข้ามาเป็นอาจารย์สอนที่คณะดังกล่าวนั้น  เป็น 1 ปีที่มีความสุขมากที่ได้มีโอกาสทำงานกับบุคคลที่น่าเคารพนับถือจำนวนมาก  และได้คลุกคลีกับผู้ที่เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ  แต่ที่สำคัญคือไม่เก็บความรู้  ความสามารถไว้กับตัวเอง  คือ พร้อมที่จะเผยแพร่ความรู้  พร้อมที่จะแสดงออกเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคม  ซึ่งสิ่งนี้คือความประทับใจอย่างยิ่ง

นายกรัฐมนตรียังได้หยิบยกคำพูดของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์  อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ที่กล่าวไว้ว่า  “พวกเราเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ในการแสวงหาความจริง และในการปฏิบัติวิชาชีพของเรา ไม่เพียงแต่จะต้องรอบรู้และมีประสิทธิภาพเท่านั้น  แต่เราจะต้องซื่อตรง  และแสดงความซื่อตรง  พร้อมทั้งมีความซื่อตรงพอที่จะสามารถเรียกร้องให้คนอื่นซื่อตรงด้วย” ขึ้นมา  โดยเห็นว่าถ้าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่หล่อหลอมชาวเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ทุกคน  เราจะเป็นส่วนสำคัญของสังคมที่จะสามารถยืนหยัดเรื่องของความถูกต้อง  และเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดของบ้านเมืองของเรา  เพราะถ้าเรายังยึดถือในเรื่องของค่านิยมตรงนี้   มั่นใจว่าจะได้มีส่วนสำคัญในการสืบทอดสิ่งที่ถือว่าเป็นค่านิยมที่ดีงามที่สุดของคณะ  

“ผมขอยืนยันว่าผมก็ไปอยู่ในวงการซึ่งค่านิยมนี้เป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด  แล้วก็ยังยืนหยัดตั้งใจว่าจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า  แม้แต่ในเรื่องของการเมือง  ซึ่งมีทั้งเรื่องอำนาจและผลประโยชน์  ความซื่อตรง  จะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นในวงการได้  เป็นที่ยอมรับได้  ยืนอยู่ได้  และถ้าจะยืนไม่ได้  และต้องเสียตรงนี้ไป ก็ไม่ยืนครับ  ยินดีที่จะกลับไปทำอย่างอื่น” นายกรัฐมนตรีกล่าว  

นายกรัฐมนตรี  กล่าวอีกว่า  ในภาวะปัจจุบันเป็นยุคที่เป็นอีกยุคหนึ่งที่ท้าทายนักเศรษฐศาสตร์อย่างมาก  โดยเฉพาะทุกครั้งที่โลกหรือบ้านเมืองเผชิญกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจทุกครั้ง มักจะมีคำถามว่า ทำไมนักเศรษฐศาสตร์ไม่สามารถเตือน  ไม่สามารถชี้ทาง  ไม่สามารถระงับยับยั้ง  ไม่สามารถที่จะมีสูตรสำเร็จ  คำตอบต่าง ๆ  ให้กับสังคมได้   ซึ่งความจริงแล้วขึ้นอยู่กับว่าเราใช้หลักหรือทฤษฎีเหล่านั้นมาปรับเข้ากับสถานการณ์ได้แม่นยำแค่ไหน  และจะมีการประยุกต์ใช้อย่างไรมากกว่า  ซึ่งในการทำงานเศรษฐศาสตร์ช่วยได้มากในการวิเคราะห์  ไม่เพียงแต่ในเรื่องของการตัดสินใจในเชิงนโยบายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ  แม้กระทั่งเรื่องของการเมือง  ปัญหาสังคม  และปัญหาอื่น ๆ ก็สามารถที่จะหยิบฉวยใช้หลักเศรษฐศาสตร์ต่าง ๆ มาประยุกต์และให้คำตอบกับตัวเองได้ดีพอสมควร   

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้นักเศรษฐศาสตร์ช่วยกันวิเคราะห์ในเรื่องของบทบาทของสถาบัน  และระบบการบริหารสถาบันต่าง ๆ ในสังคมที่เป็นปัจจัยที่ชี้ถึงความสำเร็จ  ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้มากขึ้น  รวมทั้งระบบกฎหมายที่ยังเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป  อีกทั้งบทบาทหลักของอุดมศึกษาใน 3 ประการคือ  1. การผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ  2. งานวิจัยที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  และ3. การเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ  และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม