ข่าว

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ข้าวไทย

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ข้าวไทย

03 ต.ค. 2559

โดย - รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

            ในวงการค้าต่างๆ ทั่วโลก ต่างก็พยายามหาแต้มต่อให้สินค้าของตนเองด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความต่างของสินค้าของตนเอง การทำให้สินค้าของตนเองดีกว่าของคนอื่นแต่ราคาถูกกว่า หรือบางแห่งยกระดับคุณภาพและราคาให้สูงเหนือคู่แข่งขันไปเลยก็มี ในบรรดาเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้สร้างแต้มต่อนี้ก็คือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Geographical Indications หรือ GI

 

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ข้าวไทย

 

           สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นรูปแบบหนึ่งของทรัพย์สินทางปัญญา ที่มีองค์ประกอบสำคัญสองเรื่องคือ ธรรมชาติและมนุษย์ ซึ่งก็หมายความว่าคนหรือชุมชนใช้ประโยชน์จากธรรมชาติซึ่งมีความเฉพาะในพื้นที่ที่ตนเองอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสภาพดินฟ้าอากาศ หรือวัตถุดิบที่มีความจำเพาะในพื้นที่ มาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการผลิตเป็นสินค้าประจำถิ่น ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะพิเศษที่คนอื่นไม่มี

           ลักษณะพิเศษที่ว่านี้อาจหมายถึงคุณภาพ หรือชื่อเสียงที่ขึ้นชื่อเป็นที่ยอมรับ หรืออาจมีลักษณะจำเพาะอื่นๆ ที่เกิดมาจากแหล่งภูมิศาสตร์นั้นๆ เพราะฉะนั้นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จึงเอามาใช้ประกอบการค้าขาย โดยต้องได้รับการขึ้นทะเบียน และสามารถนำมาอ้างอิงได้ โดยจะมีการใช้พื้นที่ทางภูมิศาสตร์นั้นต่อท้ายชื่อที่เรียกผลิตภัณฑืดังกล่าว เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เป็นต้น

          ทั้งสองชื่อนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ก็ต้องหมายถึงข้าวหอมมะลิที่ปลูกที่บริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่่งอยู่ในเขต 5 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร และมหาสารคาม ถ้ามีคนเอาพันธุ์ข้าวหอมมะลิในบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ไปปลูกที่อื่น ถึงแม้จะได้ข้าวหอมมะลิออกมาเหมือนกัน แต่จะไม่มีสิทธิ์ใช้ชื่อว่าทุ่งกุลาร้องไห้ต่อท้ายได้

 

สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ข้าวไทย

 

          เนื่องจากว่าชื่อดังกล่าวได้รับการสงวนไว้เรียบร้อยแล้วตามหลักของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ คือพื้นที่ 2.1 ล้านไร่ของทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ที่มีชื่อเสียงของไทย เนื่องจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ อากาศ เหมาะสมสำหรับการผลิตข้าวหอมมะลิ ทำให้ข้าวหอมที่ผลิตจากแหล่งนี้สร้างสารหอมได้มากกว่าข้าวที่ปลูกจากแหล่งอื่น ชื่อเสียงของข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้จึงยังคงอยู่และไม่มีใครสามารถลบล้างได้

          ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การจะรักษาคุณภาพและภาพลักษณ์ของสินค้านี้ให้ยั่งยืน ก็จำเป็นต้องมีมาตรฐานและมาตรการควบคุมดูแล การปลูกข้าวหอมมะลิเพื่อที่จะให้ได้ชื่อทุ่งกุลาร้องไห้ต่อท้ายได้นั้น จำเป็นต้องดำเนินการผลิตตามขั้นตอนต่างๆ ที่ได้กำหนดขึ้นในระหว่างที่มีการขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และต้องมีการตรวจสอบเหมือนการผลิตสินค้ามาตรฐานอื่นๆ และที่สำคัญคือต้องสามารถตวจสอบย้อนกลับได้ว่าข้าวเหล่านั้นมาจากแหล่งผลิตที่ใด ใครเป็นคนปลูก จึงจะสามารถใช้ตรารับรองและชื่อที่ระบุสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้

         ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ประโยชน์จากสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ทำให้เราสามารถขายสินค้าได้ในเกรดพรีเมียม และคู่แข่งไม่สามารถสร้างสินค้าเลียนแบบได้ หากเราสามารถผลักดันผลิตภัณฑ์เกษตรอื่นๆ อีกหลายอย่างให้สามารถขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากทั้งต่อเกษตรกรผู้ผลิตเอง และผู้บริโภค ที่สามารถเลือกซื้อสินค้าพรีเมียมได้ด้วยความมั่นใจมากขึ้น และเกษตรกรก็ควรตจะมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย