
"กี่ล้านชื่อก็ไม่มีผลถ้าเป็นคนอื่น"
"สำหรับกรณีของ "ทักษิณ" ทาง "กรมราชทัณฑ์" จะระบุในประวัติด้วยว่า เป็นผู้ต้องโทษที่หลบหนีการรับโทษ ส่วนจะมีพระบรมราชวินิจฉัยอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง"
เป็นที่แน่นอนแล้วว่าในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) จะนำรายชื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาหลบหนีคำพิพากษาคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินถนนรัชดาภิเษก เวลาประมาณ 13.00 น.
โดยยื่นผ่านตัวแทนของ "สำนักราชเลขาธิการ" และเมื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาแล้ว "นปช." ได้ให้ "คำมั่น" ว่าจะไม่เคลื่อนไหวใดๆ แต่จะมารวมตัวกันที่สนามหลวง เพื่อรอคำขอบคุณจาก "ทักษิณ" ก่อนแยกย้ายกันกลับ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 15.00 น.
นี่เป็น "คำสัญญา" ของ "แกนนำ นปช." ที่ยืนยันการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเหมือนที่หลายฝ่ายวิตกกังวล
ส่วนขั้นตอนหลังจาก "สำนักราชเลขาธิการ" ได้รับฎีกาดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว สำนักราชเลขาธิการก็จะพิจารณาเนื้อหาของหนังสือดังกล่าวว่า เนื้อหาหลัก "ฎีกาเรื่องอะไร"
ถ้าเป็นการยื่น "ร้องทุกข์ทั่วไป" ก็จะส่งเรื่องดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล
แต่ถ้าฎีกาขอ "พระราชทานอภัยโทษ" ก็จะส่งเรื่องไปยัง "กระทรวงยุติธรรม" เพราะมีหน้าที่เสนอความเห็นเรื่องนี้ตามกฎหมาย จากนั้น "กระทรวงยุติธรรม" จะส่งเรื่องต่อไปยัง "กรมราชทัณฑ์" ซึ่งเป็นหน่วยงานต้น เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงเรื่องนี้เบื้องต้นจะดูว่าผู้ยื่นมีสิทธิตามกฎหมายหรือไม่
หากผู้ยื่นไม่มีสิทธิตามกฎหมายก็ถือว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ ทุกอย่างก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้
"ธาริต เพ็งดิษฐ์" เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การที่จะมีแฟนคลับแสดงความรักต่ออดีตนายกรัฐมนตรีก็เป็นเรื่องธรรมดา สามารถทำได้ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ แต่กรณีการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย
"กฎหมายระบุไว้ชัดเจนผู้ที่ขอพระราชทานอภัยโทษได้ต้องเป็นตัวผู้ต้องโทษ หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น บุพการี คู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย บุตร ญาติใกล้ชิด คนเหล่านี้ถึงมีสิทธิยื่นทูลเกล้าฯ ได้ กฎหมายไม่ได้ให้สิทธิแก่บุคคลทั่วไป ดังนั้นการที่บุคคลทั่วไปจะมาลงชื่อถวายฎีกาไม่ว่าจะกี่ล้านชื่อก็ไม่มีผลทางการปฏิบัติ" ธาริต กล่าว
เมื่อ 5 ล้านชื่อไม่มีผลทางปฏิบัติ "ธาริต" ได้แสดงความห่วงใยว่า เรื่องนี้อาจจะสร้างความสับสนให้แก่ประชาชนที่ไม่เข้าใจสาเหตุที่ "ทักษิณ" ไม่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ จึงเสนอทางออกที่เหมาะสมที่สุดคือ "ตัวของทักษิณ" และบุตร ควรยื่นขอพระราชทานอภัยโทษด้วยตนเอง เพราะถ้าประชาชนไปยื่นคงไม่ได้รับการอภัยโทษ
ส่วนประชาชนที่ร่วมลงชื่อ "ธาริต" กล่าวว่า ไม่น่าจะผิดกฎหมาย เพราะลงชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจ ส่วนแกนนำ นปช.มีความรู้ด้านกฎหมายเป็นอย่างดีน่าจะรู้เรื่องนี้ และอยากถามว่าได้ร่วมลงชื่อด้วยหรือไม่
สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อ "ธาริต" กล่าวว่า ทางกระทรวงจะประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ช่วยตรวจสอบรายชื่อ แต่รายชื่อ 5 ล้านชื่อตามที่ผู้ยื่นอ้างอาจจะยุ่งยาก เพื่อให้การตรวจสอบรายชื่อรวดเร็วยิ่งขึ้น ก็เป็นไปได้ที่จะสอบถามไปยังตัวพ.ต.ท.ทักษิณ หรือบุตร และคนใกล้ชิด
หากระบุว่าไม่ได้ร่วมลงชื่อด้วยก็ถือว่าขั้นตอนทุกอย่างเดินไปต่อไม่ได้ !
ที่ผ่านมากระบวนการการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ผู้มีสิทธิต้องยื่นต่อกระทรวงยุติธรรมจากนั้นทางกระทรวงจะส่งต่อกรมราชทัณฑ์ เพื่อประมวลเรื่องเสนอต่อ "รมว.ยุติธรรม" ส่งต่อ "นายกรัฐมนตรี" นำขึ้นทูลเกล้าฯ
โดย "รมว.ยุติธรรม" ต้องทูลเกล้าฯ ถวายรายงานความเห็นประกอบว่า ผู้ต้องโทษรายนี้สมควรได้รับการพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ เพราะเหตุใด ต้องระบุให้ชัด ซึ่งเรื่องนี้มีแนวทางปฏิบัติโดยดูความร้ายแรงของโทษ มีความประพฤติดีงาม มีเหตุเรื่องสุขภาพ หลายอย่างประกอบกัน
ทั้งนี้กฎหมายไม่ได้ระบุไว้ว่า ผู้ยื่นต้องมารับโทษก่อนหรือไม่ แต่เป็นเหตุในการพิจารณาให้ได้รับการอภัยโทษ
แต่สำหรับกรณีของ "ทักษิณ" ทาง "กรมราชทัณฑ์" จะระบุในประวัติด้วยว่า เป็นผู้ต้องโทษที่หลบหนีการรับโทษ ส่วนจะมีพระบรมราชวินิจฉัยอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง
"จากนี้คงต้องดูว่า รมว.ยุติธรรม เมื่อได้รับรายชื่อมาแล้วจะนำเรื่องนี้ส่งต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ หรือไม่ ซึ่งถ้าตัดสินใจนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ก็ต้องรายงานความเห็นประกอบด้วยว่า รายชื่อที่ทูลเกล้าฯ มาทั้ง 5 ล้านชื่อไม่มีผู้ที่มีสิทธิทูลเกล้าฯ ตามกฎหมาย เรื่องนี้ผมพูดแทนท่าน แต่คิดว่าท่านรัฐมนตรีคงต้องดูเรื่องก่อนตัดสินใจ"
ส่วนเวลาในการพิจารณาเรื่องนี้ "ธาริต" กล่าวว่า หลังจากรับรายชื่อทั้งหมดแล้วจะแถลงให้ประชาชนทราบถึงขั้นตอนการทำงานเป็นระยะ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ
สมถวิล เทพสวัสดิ์



