
พ่อแม่เตรียมสมองลูกพร้อมรับอนาคตหรือยัง?
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสอนลูกให้พร้อมรับมือกับโลกเป็นสิ่งที่พ่อแม่ยุคนี้ต่างเป็นกังวล ...
การเปลี่ยนแปลงประเทศเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งโครงสร้างเศรษฐกิจจะถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย ยุคที่สมองกลอัจฉริยะถูกนำมาใช้แทนแรงงานและสมองคน เด็กที่ปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงอาจไม่สามารถแข่งขันและสูญเสียโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ
ดร.การดี เลียวไพโรจน์
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ C asean คอมมิวนิตี้เพื่อสร้างเครือข่ายแห่งอนาคตของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือในการพัฒนาภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีบทบาทนอกงานคือ การเป็นคุณแม่ยุคใหม่ของลูกสาวสองคน อธิบายว่า ไทยแลนด์ 4.0 คือแนวทางของประเทศที่ต้องการก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) เพื่อรับมือกับสภาพประชาคมโลกที่เปลี่ยนไป เราจึงต้องวางแผนเพื่อสร้างสังคมและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เด็กไทยต้องมีความพร้อมในการเป็นพลเมืองอาเซียนและพลเมืองโลก ซึ่งจะทำได้หากมีทรัพยากรที่ดีพร้อม และทรัพยากรบุคคลก็เป็นสิ่งแรกที่ต้องพัฒนาเพื่อให้เด็กๆ ของเราโตและตามโลกให้ทัน เพราะเยาวชนเป็นเจเนเรชั่นของอนาคต และอนาคตก็เป็นยุคสมัยของพวกเขา เพราะฉะนั้นการลงทุนจึงต้องเริ่มที่เยาวชนก่อน แต่การลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลไม่ได้ความถึงแค่เม็ดเงิน แต่หมายถึงเวลาและการพัฒนาศักยภาพในทุกด้าน
ผศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์
การเตรียมสมองของลูกให้พร้อมสำหรับก้าวทันโลกนั้น ทำได้ทั้งผ่านการฝึกฝนทางความคิดและการเตรียมพร้อมผ่านโภชนาการ ซึ่ง ผศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า พ่อแม่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยของเด็กเพื่อที่จะสามารถส่งเสริมได้อย่างถูกต้อง เช่น 4 ทักษะแห่งอนาคต อาทิ การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การร่วมมือกันทำงานและการสื่อสาร ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน
“ช่วงเวลาที่เด็กจะพัฒนาสมองมากที่สุดคือ ตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงสามขวบปีแรกของชีวิต เพราะเป็นช่วงที่โครงสร้างของสมองจะมีการพัฒนาระบบการทำงานที่ซับซ้อน เพื่อการทำงานอย่างไร้ขีดจำกัด จนสามารถเชื่อมโยงและต่อยอดการเรียนรู้จากเรื่องหนึ่งไปสู่อีกหลายล้านเรื่องได้ นั่นคือการพัฒนาสิ่งที่เราเรียกว่า ไซแนปส์ (synapse) ที่จะเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองเกิดเป็นโครงข่ายเส้นใยประสาทนับล้านโครงข่าย ก่อให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะได้มาจากสารอาหารที่เด็กได้รับ ร่วมกับการกระตุ้นผ่านกิจวัตรประจำวัน อย่างการคิด พูด ฟัง มองเห็น การคลื่อนไหว” คุณหมอให้ความรู้



