ข่าว

ม.44 ยุบสภาทำได้!!

ม.44 ยุบสภาทำได้!!

02 ต.ค. 2559

“สมชัย” แนะ พรรคการเมืองรวมเป็นหนึ่ง เลือกนายกฯคนใน ดีกว่าใช้ ม.44 ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หวั่น สูญเงิน 3 พันล้านจัดลต.ได้ไม่คุ้มเสีย

 

          2 ต.ค.59-นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เสนอใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 44 เพื่อยุบสภา หากรัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดว่าหากพรรคการเมืองไม่สามารถเลือกนายกฯจากบัญชีพรรคการเมืองได้ ก็เปิดทางให้เลือกนายกฯจากคนนอกได้ เพื่อไม่ให้กระบวนการเดดล็อกทางการเมืองเกิดปัญหาที่ไม่สามารถหาทางออกได้ ส่วนการยุบสภาถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งทางกฎหมายสามารถทำได้ เพราะถ้าหากส.ส.ตกลงกันไม่ได้ที่จะให้มีนายกฯมาจากส.ส.และไม่อยากได้นายกฯที่เป็นคนนอก การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ก็สามารถทำได้

          “การยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ต้องมีค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้งสูงถึง 3,000 ล้านบาทและไม่แน่ใจว่าการยุบสภาครั้งนี้จะได้นายกฯที่มาจากส.ส.ทันทีเลยหรือไม่ แต่หากพรรคการเมืองไปตกลงกัน รวมเป็นหนึ่งเดียวได้เสียงข้างมากในสภาฯแล้วเลือกนายกฯที่เป็นส.ส.ก็จะได้ไม่ต้องยุบสภา ซึ่งแนวทางนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม กกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติเรายินดีที่จะจัดการเลือกตั้ง จะเลือกตั้งกี่ครั้งเราทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่จะคุ้มหรือไม่คุ้มหรือเป็นประโยชน์หรือไม่ก็ต้องกลับไปคิดเอา”นายสมชัย กล่าว

ชี้เซ็ตซีโร่ กกต. ขึ้นอยู่กรธ.เขียนกฎหมายลูก ติง ต้องเสมอภาคทุกองค์กร

          นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอการเซ็ตซีโร่กกต.นั้น ส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไร เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 กับรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ 2559 กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งขององค์กรอิสระไว้ต่างกัน โดยรัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดให้กรรมการองค์กรอิสระ ดำรงตำแหน่งอยู่จนครบวาระ แต่รัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ 2559 กำหนดให้กรรมการองค์กรอิสระดำรงตำแหน่งอยู่จนครบวาระตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ซึ่งต้องดูว่าพ.ร.ป.จะเขียนให้กรรมการองค์กรอิสระอยู่จนครบวาระ หรือจะเขียนให้กรรมการที่มีอยู่เดิมเริ่มต้นนับวาระการดำรงตำแหน่งใหม่ หรือเขียนให้สรรหาหรือรีเซ็ตกรรมการใหม่ ดังนั้นก็ขึ้นอยู่ว่ากรธ.จะเขียนกฎหมายลูกออกมาแบบใด อย่างไรก็ตาม การยกร่างกฎหมายลูกควรคำนึงถึงเหตุและผลการอยู่หรือไปว่าจะมีผลดีผลเสียมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากจะเซ็ตซีโร่ก็ต้องให้ความเสมอภาคกับทุกองค์กรและคำนึงว่าจะก่อให้เกิดปัญหาความวุ่นวายหรือไม่

          ทั้งนี้ นายสมชัย ยังกล่าวถึงทิศทางการเมืองภายหลังรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ว่า กกต.เราเตรียมความพร้อมเพื่อรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยหลังจากนี้กกต.จะดำเนินการออกระเบียบและโปรแกรมต่างๆ ซึ่งมั่นใจว่าช่วงเดือนก.ค.2560 ระบบทุกอย่างจะสมบูรณ์พร้อมจัดการเลือกตั้งได้ทุกเวลา.