ข่าว

นครพนมคึกคักนักปั่นไทย-ลาวกว่าพันร่วมเนชั่นไบค์

นครพนมคึกคักนักปั่นไทย-ลาวกว่าพันร่วมเนชั่นไบค์

02 ต.ค. 2559

นักปั่นทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้านกว่า 1,100 คน ร่วมปั่นอาเซียนสัญจร ไทย ลาว เวียดนามเนชั่นไบค์ไทยแลนด์ปี 3 สนามที่ 13 จังหวัดนครพนมเมือง


          เวลา 07.00 น.วันที่ 2 ต.ค.59 ที่บริเวณลานองค์พญาศรีสัตนราคราช หรือลานพนมนาคา ริมแม่น้ำโขง แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดนครพนม ได้มีกิจกรรม”ปั่นอาเซียนสัญจร ไทย ลาว เวียดนาม” ซึ่งเป็นกิจกรรมเนชั่นไบค์ไทยแลนด์ ปี 3 ที่จังหวัดนครพนมได้ร่วมกับเนชั่นทีวี และมิตซูบิชิ มอเตอร์ส จัดขึ้นเป็นสนามที่ 13 ของปี โดยมีนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมด้วยคุณนงค์นาถ ห่านวิไล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คุณสฤษดิ์พงษ์ เพ่งเล็งผล รองผู้อํานวยการใหญ่ สํานักงานขาย บริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทศ) จํากัด คุณหริรักษ์ มณีสร้อย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม รวมถึงผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และเอกชนที่ให้การสนับสนุน

 

นครพนมคึกคักนักปั่นไทย-ลาวกว่าพันร่วมเนชั่นไบค์

 

          บรรยากาศคึกคักมีผู้ร่วมลงทะเบียนกันอย่างคึกคักตั้งแต่เช้ามืด ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายรับอรุณริมฝั่งโขง ซึ่งสนามจังหวัดนครพนม เป็นการเชิญชวนนักปั่นจากประเทศเพื่อนบ้านได้เข้ามาร่วม นอกจากนักปั่นจากจังหวัดนครพนม จังหวัดใกล้เคียง หรือแฟนพันธุ์แท้ของเนชั่นไบค์ที่ร่วมปั่นแทบทุกสนาม ยังมีนักปั่นจากสปป.ลาว เข้าร่วมและลงทะเบียนจำนวนหลายร้อยคน หลายคนบอกว่าติดตามข่าวมาโดยตลอด เมื่อมีโอกาสที่เนชั่นมาจัดในพื้นที่ใกล้กับฝั่งลาว จึงถือโอกาสมาร่วมทันที ถึงแม้ว่าจะต้องเดินทางข้ามประเทศมากกว่า 300 กิโลเมตรก็ตาม

 

นครพนมคึกคักนักปั่นไทย-ลาวกว่าพันร่วมเนชั่นไบค์

 

          สำหรับเส้นทางปั่นเริ่มสตาร์ทที่บริเวณแลนด์มาร์คองค์พญาศรีสัตตนาคราช ไปตามเส้นทางเลียบริมแม่น้ำไปตามเส้นทางถนนสุนทรวิจิตร ผ่านแหล่งการค้าตลาดอินโดจีน สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พระบรมรูปรัชกาลที่5 ทรงม้า แล้วเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 212 พักที่ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน (OSS) จากนั้นปั่นต่อเข้าด่านศุลกากรระหว่างประเทศ ขึ้นสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ไปจนข้ามฝั่งโขงไปฝั่งสปป.ลาวเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน แล้ววกกลับโดยไม่ได้เข้าไปที่ด่านฝั่งสปป.ลาว และได้มีกิจกรรมให้นักปั่นได้ร่วมถ่ายรูปภาพหมู่บนสะพาน จากนั้นปั่นย้อนกลับมายังจุดสิ้นสุดที่บริเวณแลนด์มาร์ค พญาศรีสัตตานาคราช ระยะทางรวม 32 กิโลเมตร

 

นครพนมคึกคักนักปั่นไทย-ลาวกว่าพันร่วมเนชั่นไบค์

 

          นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า จังหวัดนครพนมส่งเสริมให้ประชาชนหันมานิยมการปั่นเพื่อสุขภาพ ปัจจุบันมีเลนจักรยาน 4 เส้นทางคือเส้นทางชมเมืองเก่าไชยบุรี เส้นทางบ้านดอนนางหงส์ เส้นทางเมืองโบราณบ้านหนองจันทร์ และเส้นทางเลียบโขงในเขตตัวเมืองนครพนม ซึ่งเหมาะที่จะปั่นออกกำลังกายและชมวิวได้ทั้งเช้าและเย็น

          จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดชายแดนตั้งเลียบชายฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ตรงข้ามกับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นเมืองชายแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ความสวยงามของทิวทัศน์ และมีความหลากหลายของวัฒนธรรม รวมทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ที่สำคัญมานครพนมต้องชมสามที่สุด เพื่อสุขที่สุด ซึ่งมีพระธาตุพนมอันเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3ที่ถือว่าเป็นสะพานที่นอกจากจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งเป็นเส้นทางสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ยังเป็นสะพานที่มีความสวยงามนำเค้าโครงองค์พระธาตุพนมมาเป็นเสาสะพาน และอีกจุดคือแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่อยู่ริมแม่น้ำโขงคือพญาศรีสัตตานาคราช ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วและเปิดอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา

 

นครพนมคึกคักนักปั่นไทย-ลาวกว่าพันร่วมเนชั่นไบค์

 

          นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่มีความสำคัญ เช่น บ้านเรือนอาคารเก่าริมโขง วัดนักบุญอันนาหนองแสง พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าฯ สวนหลวง ร.9 หาดทรายทองศรีโคตรบูร หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม อุทยานแห่งชาติภูลังกาที่มีสถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานหลายแห่งเช่นน้ำตกตาดขาม น้ำตกตาดโพธิ์ ซึ่งยังมีอีกมากมายหลายแห่งหลายอย่าง และอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีประเพณีสำคัญคือไหลเรือไฟ ที่จัดขึ้นประจำทุกปีในช่วงออกพรรษา ระหว่างวันที่ 9 - 17 ต.ค.

          นายสมชายยังกล่าวอีกว่า นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว ด้านการค้าได้มีการเติบโตโดยเฉพาะหลังจากเปิดสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 นี้ มูลค่าการค้าได้พุ่งโดยเมื่อปีที่ผ่านมาสูงถึง 106,000 ล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 120,000 ล้านบาท และที่สำคัญตอนนี้จังหวัดนครพนมได้มีเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งกำลังดำเนินการให้นักลงทุนเข้ามาบริหารโดยมีพื้นที่ไว้รองรับแล้ว 2 พันไร่ ที่บริเวณโคกภูกระแต ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจและการค้าเติบโตคู่กันไปกับการท่องเที่ยวและความสุขของคนนคนพนมและผู้ที่มาเยือน