ข่าว

 ปัญหาพัฒนากิจการ“กล้วยไม้”ไทย ตอนที่ 8

ปัญหาพัฒนากิจการ“กล้วยไม้”ไทย ตอนที่ 8

02 ต.ค. 2559

โดย - ศ.ระพี สาคริก

 (ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

                 เมื่องานชุมนุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ 9 มาจัดในประเทศไทยทำให้หลายแห่งคิดว่า เป็นโอกาสดีในการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจส่วนตัว จึงทำให้ความร้าวฉานทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่องานดังกล่าวได้ผ่านพ้นไปแล้ว ผู้เขียนจึงได้ใช้นโยบายให้วงการได้เรียนรู้จากพลังกดดันอันเกิดจากตัววงการกล้วยไม้เอง เพื่อให้วงการได้สัมผัสกับความจริงและเรียนรู้ จึงได้ชะลอกิจกรรมส่งเสริมไปให้เหลือน้อยที่สุด ได้เคยใช้แผนการนี้มาแล้วในสมัยกลางๆ ของการพัฒนา ทำให้ผู้ฉวยโอกาสหลายราย ผละจากวงการกล้วยไม้ไปยึดเรื่องอื่นๆ

                หลังจากการชะลอการส่งเสริมลงไปให้เหลือในอัตราต่ำสุด ทำให้คนในวงการกล้วยไม้จำนวนไม่น้อย หันไปจับงานด้านต้นไม้ที่สร้างความเชื่อในเรื่องเครื่องรางของขลัง ดังที่เรียกกันว่า ว่านชนิดต่างๆ ที่ผู้เลี้ยงด้วยวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงาม ความเพลิดเพลินในการเลี้ยงก็มี และพวกที่เลี้ยงเพื่อหวังโชคลาภตามความเชื่ออันเกิดจากการโฆษณาชวนเชื่อก็มี สิ่งเหล่านี้ ย่อมแสดงให้เห็นได้ว่า ส่วนหนึ่งของบุคลากรในวงการกล้วยไม้ มีค่านิยมที่มิได้เข้าถึงความสนใจในระดับคุณค่าของต้นไม้ บุคคลส่วนนี้จึงขาดความมั่นคง และเช่นเดียวกัน เมื่อหันมาจับต้นไม้อื่น ก็ย่อมไม่มีความมั่นคงเช่นกัน และเปลี่ยนแปลงไปเร็วกว่าเมื่ออยู่ในวงการกล้วยไม้ เพราะการพัฒนากล้วยไม้นั้น เราได้มีการวางโครงสร้างระดับพื้นฐานไว้มาก แม้ว่าจะปล่อยให้วงการทรุดลงไปบ้าง เพื่อบุคคลทั้งหลายได้สัมผัสกับปัญหาจริงด้วยตนเอง แต่ฐานก็ยังอยู่ ในขณะที่ค่านิยมของบุคคลในประเทศไม่น้อย เน้นไปยัง วัตถุนิยม แต่ค่านิยมของวงการต่างประเทศ ก็ได้ถูกกำหนดไว้พร้อมๆ กันกับการพัฒนาวงการกล้วยไม้ไทยว่า เมืองไทยเป็นเมืองกล้วยไม้ ตามเจตนารมณ์ที่ผู้เขียนได้สร้างไว้แต่แรก

              ในระยะนี้ ผู้เขียนคิดว่าจะฟื้นฟูวงการกล้วยไม้ขึ้นมาอีก โดยคิดว่า สิ่งที่ได้ชะลอต่ำลงมาเรื่อยๆ นั้น คงจะได้ให้บทเรียนแก่บุคลากรทั้งหลายเพียงพอแล้ว การฟื้นฟูนั้น ไม่ยากลำบากนัก เพราะฐานเดิมที่วางไว้ ยังคงมีโครงสร้างอยู่ แต่อีกนัยหนึ่งก็ยังคิดว่า แม้จะฟื้นฟูอีกก็เปรียบเสมือนลูกคลื่น เพราะฐานนิยมใหญ่ในสังคมไทย ไม่ได้มีการพัฒนาเลย โครงสร้างการศึกษาของชาติสะท้อนให้เห็นภาพนี้ได้ชัดเจนมาก แม้ว่าจะฟื้นฟูกล้วยไม้กันอย่างไรก็ตาม ฐานของวงการกล้วยไม้ก็ยังคงตั้งอยู่บนหลักฐาน คือ ค่านิยมทางวัตถุในสังคมไทย และสิ่งนี้ก็คงไม่พ้นในการนำความสับสนวุ่นวายมาสู่วงการอีกในอนาคตเป็นระลอกที่สองและที่สามที่สี่อีกต่อไป

             ในทางราชการก็ดี ในวงการวิชาการก็ดี สิ่งที่สะท้อนออกมาในรูปลักษณะแนวความคิด ก็สะท้อนให้เห็นถึงภาพค่านิยมวัตถุอย่างชัดเจน เนื่องจากบุคลากรในวงการเหล่านี้ต่างก็อยู่ในสังคมไทย ถูกอิทธิพลทางวัตถุหล่อหลอมจนมีทัศนคติมุ่งสู่แนวทางนี้อย่างลึกซึ้ง มองปัญหาทุกรูปแบบในทางตรงเพียงทางเดียว ซึ่งเราทราบดีว่า การมองและการแก้ปัญหาด้วยมุมตรงนั้น เสี่ยงต่อการบังเกิดผลในมุมกลับหรือผลทางลบเป็นอย่างมากในระยะยาว ทำให้เกิดผลสะท้อนในทางลบแก่วงการในภายหลังได้เสมอ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจ

                                                                                        ............................................................................