ข่าว

“จามจุรี” รับชะตาร่วงแชมเปี้ยนส์ลีก

“จามจุรี” รับชะตาร่วงแชมเปี้ยนส์ลีก

29 ก.ย. 2559

โดย...โสภณ เพชรแท้


               เส้นทางของทีม “จามจุรี ยูไนเต็ด” แชมป์ลีกโซนกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล สิ้นสุดลงในเกมวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อต้องพ่ายรองแชมป์โซนเดียวกันอย่าง “นาคามรกต” เกษตรศาสตร์ เอฟซี ที่บุกมาเอาชนะถึงสนามจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในรอบแชมเปี้ยนส์ลีกนัดที่ 2 เป็นการพ่ายไปด้วยสกอร์รวม 3-2 หลังจากที่เกมแรก “ลูกพระเกี้ยว” บุกไปเอาชนะถึงถิ่นมาก่อนด้วยสกอร์ 2-1

               กว่าจะผ่านมาถึงรอบแชมเปี้ยนส์ลีก เส้นทางของจามจุรี ยูไนเต็ด ในฤดูกาล  2016 คือการขึ้นมาเป็นแชมป์ของโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล จาก 11 ทีม ลงแข่งขัน 20 นัด ชนะ 12 เสมอ 6 แพ้ 2 ถือเป็นการยืนระยะนำจ่าฝูงแบบม้วนเดียวจบ กระทั่งเป็นตัวแทนของโซนเข้ามาเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ที่เป็นการสรรหาทีมในลีกภูมิภาคทั้งจ่าฝูงและรองจ่าฝูงรวม 3 ทีม จาก 16 ทีม ขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2017

               การประกบคู่รอบแรกที่ใช้ระบบการแข่งขันแบบเหย้าเยือน ต้องมาพบกันระหว่างจ่าฝูงอย่าง จามจุรี  กับรองแชมป์อย่าง เกษตรศาสตร์ และด้วยการเตรียมรับมือเป็นอย่างดี หลังพ่ายในนัดแรกให้ทีมเยือน ทำให้ท้ายที่สุดแล้วทีมเยือนอย่าง “นาคามรกต” ก็ทำสำเร็จ เมื่อพลิกเอาชนะทีมเจ้าบ้านไปได้ด้วยผลต่าง 1 ประตู (สกอร์รวม 3-2) เป็นการยุติเส้นทางของจามจุรี

               จามจุรี ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2016 ถือเป็นการบ่มเพาะทีมที่ลงตัวมากที่สุด เพราะการได้สิทธิ์เล่นรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2015 ที่ทำให้จามจุรีได้เรียนรู้ประสบการณ์เมื่อต้องไปแข่งขันกับทีมแชมป์และรองแชมป์ของแต่ละโซน และเมื่อจบสิ้นการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ลีก 2015 จึงเป็นการเดินหน้าสร้างทีมทันทีของ “โค้ชอู๊ด” สัจจา ศิริเขตร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ที่ปลุกปั้นทีมมาอย่างยาวนานด้วยการผสมผู้เล่นอย่างลงตัว ระหว่างชุดเดิมที่สู้ศึกมาในฤดูกาล 2015 และผู้เล่นใหม่ทั้งไทยและต่างชาติล้วนเป็นความลงตัวที่ส่งผลไปถึงการทำผลงานตลอดทั้งฤดูกาลก่อนที่เส้นทางจะถูกตัดขาด

               “โค้ชอู๊ด” สัจจา ศิริเขตร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนจามจุรี ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ “คม ชัด ลึก” ว่า การที่ทีมไม่สามารถไปต่อได้ถือเป็นบทเรียนล้ำค่าต่อทีม ประสบการณ์จากเกมนี้ทำให้เป็นบทเรียนว่าทีมยังต้องพัฒนาให้มากกว่านี้ เพราะหากประเมินผลงานของทีมทั้งฤดูกาลที่ทำได้ดีอย่างต่อเนื่องแต่ต้องมาสะดุดเกมในบ้าน ทำให้เห็นว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องแก้ไข หากต้องการจะไปดิวิชั่น 1

               “เกมล่าสุดผมตั้งเป้าไว้เลยว่าเราจะผ่านเกษตรศาสตร์ไปได้ เพราะเราบุกไปชนะมาเกมแรก แต่เกมในบ้านทุกอย่างไม่เป็นใจ เราเสียประตูแรกเร็วไป จากนั้นผู้เล่นในทีมก็สะดุด แผนที่วางเอาไว้ผู้เล่นไม่สามารถทำออกมาได้ นั่นจึงทำให้เราต้องหยุดลงเพียงเท่านี้ ต้องยกเครดิตให้เกษตรศาสตร์ ที่แก้เกมมาดี สามารถพลิกสถานการณ์จากที่ตกเป็นรองกลายมาเป็นผู้ชนะผ่านเข้ารอบไปได้ ก่อนหน้าเกมนี้ผมคิดข้ามช็อตไปแล้วว่าเราจะผ่านได้และไปเจอทีมในสายเดียวกันเพื่อก้าวไปให้ถึงดิวิชั่น 1 ในฐานะที่อยู่กับทีมมายาวนาน นี่คือความเสียใจที่ผมไม่สามารถพาต้นสังกัดก้าวไปถึงจุดหมายได้ ทั้งที่ทุกคนต่างร่วมกันทำงานหนักมาทั้งฤดูกาล" สัจจา กล่าว

               อดุลย์ หมื่นสมาน กัปตันทีมจามจุรี ยูไนเต็ด กล่าวว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นหลังเกมกับเกษตรศาสตร์ เอฟซี  สิ้นสุดลง คือ “จามจุรียังทำได้ไม่ดีพอ” เป็นเรื่องที่ทุกคนในทีมต้องนำไปทบทวนร่วมกันเพื่อให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งในฤดูกาลถัดไป 

               “90 นาที กับเกมที่ผ่านมาทุกคนในทีมอาจจะคิดว่าเราทำได้ดีแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือเราผิดหวัง เราไม่ได้ไปต่อ สิ่งเหล่านี้น้องๆ ทุกคนต้องนำไปเป็นบทเรียนหากยังต้องการที่จะเติบโตในเส้นทางฟุตบอลต้องพร้อมที่จะพัฒนาและยกระดับตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะหากทำเช่นนั้นได้ก็ย่อมส่งผลถึงผลงานของทีมในที่สุดว่าเราจะก้าวไปถึงเป้าหมายได้อย่างแท้จริง" อดุลย์ กล่าว

               เส้นทางของ “จามจุรี ยูไนเต็ด” ฤดูกาล 2016 สิ้นสุดลงเพียงนัดที่ 2 ของเกมรอบแชมเปี้ยนส์ลีก เป็นความเจ็บปวดที่ต้องยอมรับทางออกเดียวคือสร้างทีมให้แข็งแกร่งเพื่อกลับไปทำผลงานให้ดีอีกครั้งในเส้นทางฟุตบอลอาชีพ

 

 

------------------------

(“จามจุรี” รับชะตาร่วงแชมเปี้ยนส์ลีก : โดย...โสภณ เพชรแท้)