
นิตยสาร..ยังไม่ตาย?
นิตยสาร “พลอยแกมเพชร” และ “WHO?” ประกาศปิดตัวลง ท่ามกลางดราม่า ความเสียดาย เสียใจ ตกใจ คำถามคือ นิตยสารตายแล้วจริงหรือ?
รายงานพิเศษ โดย อิสรีอิน
ประกาศลาจากแผงไปแล้วอีก 2 เล่ม สำหรับ “พลอยแกมเพชร” และ “WHO?” ท่ามกลางดราม่าความเสียดาย เสียใจ ตกใจ และอีกสารพัดความรู้สึก พร้อมเสียงวิพากษ์จากคนทั้งใน-นอกแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์ออกมาร่วมด้วยช่วยวิเคราะห์กันยกใหญ่
“สื่อสิ่งพิมพ์ตายแล้ว” จริงหรือ?
โลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน การล้มหายตายจากเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ โครงสร้างธุรกิจนิตยสาร ก่อเกิดจากโฆษณามาแต่ยุคเริ่มต้น ที่ผ่านมาเมื่อ โฆษณาหด กำไรหาย คนอ่านกระจัดกระจาย และไม่ก้าวตามเทคโนโลยี ล้วนเป็นสาเหตุ “ปิดตัว ” ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารที่มีอายุยาวนาน หรือเล่มใหม่อายุไม่ถึงสิบปี ย่อมหนี้วงจรนี้ไม่พ้น
แต่ยังก่อน...ยังมีนิตยสารอีกหลายเล่มที่ยังอยู่ได้!!
ลองมาดูกันว่าพวกเขามีการปรับ “กลยุทธ์” อย่างไรบ้าง
- ปรับทัศนคติ Content is King
หลายเล่มมีการปรับตัวปรับมุมมองใหม่ว่านิตยสารไม่ใช่แค่นิตยสารอีกต่อไปแล้ว แต่เป็น Content ที่นำไปต่อยอดเป็นอะไรก็ได้เพื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย สร้างเรตติ้ง ยอดไลค์-ยอดแชร์และดึงดูดใจเม็ดเงินโฆษณาในท้ายที่สุด
- แค่อ่านไม่พอ ต้องมี “อีเวนต์”
ยุคนี้สมัยนี้ นิตยสารแค่อ่านไม่พอแล้ว ต้องมีอีเวนท์ด้วย และต้องอีเวนท์ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว ไม่ใช่แค่โปรโมทสินค้า แต่ต้องให้คนที่มาได้ในแง่การมีส่วนร่วมและความรู้สึกร่วมด้วย จะจัดเองหรือมีสปอนเซอร์จงสร้างสรรค์มา รับรองสปอนเซอร์เห็นผลงานแน่ๆ
- ปรับโครงสร้างรวมเป็นหนึ่ง
หมดยุคการทำงานแบบแยกฝ่ายเธอฝ่ายฉันแล้ว ทั้ง การตลาด กองบรรณาธิการ และ ฝ่ายศิลปกรรม ต้องมารวมกันเป็นหนึ่ง เพื่อแลกเปลี่ยนไอเดีย มุมมอง และพร้อมตอบโจทย์งานทุกรูปแบบ ไม่ต้องมีใครต้องคิดว่าใครเป็นฝ่ายสร้างรายได้เข้าบริษัทแต่ฝ่ายเดียว ทว่า ทุกคนมีภาระหน้าที่แบกรับร่วมกัน
- Free Copy กันเถอะ
เสียหน้าดีกว่าเสียทรัพย์ หลายสำนักยอมปรับเพื่อไปสู่สิ่งที่ดีกว่าด้วยการมี Free Copy นอกจากคงชื่อนิตยสารและรักษาฐานคนอ่านไว้ได้แล้ว ยังตรงถึงกลุ่มเป้าหมายได้ด้วย หากเลือกจุดวางได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
- อย่าลืม e-Magazine
หากมองว่าโซเชียลมีเดียหรือออนไลน์แย่งชิงพื้นที่ไป ก็ต้องรุกกลับบ้าง โดยดึงจุดแข็งมาใช้เป็นคู่ขนานกันไป e-Magazine เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ทั้งแบบดาวน์โหลดฉบับเต็มที่อ่านกันอยู่แล้ว และจัดรูปแบบใหม่ที่อ่านง่าย สบายตา และกำหนดจำนวนหน้า กำหนดเนื้อหา-โฆษณาได้ตามความต้องการ โดยแทรกโฆษณาได้อย่างลงตัว โดยที่คนอ่านก็ (น่าจะ) เข้าใจ ของฟรีไม่มีในโลก อยากอ่านของดีถูกใจก็ต้องแลกกัน แต่ด้วยหน้าโฆษณาออกแบบมาสวยงามครึ่งต่อครึ่งคลิกเข้าไปอ่านแน่นอน ส่วนหน้าร้านเรียกแขกยกหน้าที่ให้กับ Facebook
- ต่อยอดโฆษณาสู่ชอปปิ้งออนไลน์
ตัดข้อด้อยของนิตยสารในเรื่องระยะเวลาและความฉับไวต่อกระแสที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยการจัดทำ Application เพื่อเพิ่มพื้นที่โฆษณา และด้านการตลาดของทุกผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏในเล่มให้ไม่น่าเบื่ออีกต่อไปผ่านชอปปิ้งออนไลน์
กระบวนทัพเหล่านี้มิได้กล่าวขึ้นมาลอยๆ แต่มีเล่มที่ลงมือทำไปแล้ว อย่าง นิตยสารในเครือ บริษัท ทรีแดนซ์ โฮลดิ้ง จำกัด เจ้าของนิตยสาร IMAGE , MADAM FIGARO , HERWORLD , MAXIM , ATTITUDE และ IN Magazine ภายใต้การนำของ ซีอีโอโจ-วิโรจน์ วชิรเดชกุล นอกจากยุติการตีพิมพ์ IMAGE ก่อนที่ภาวะขาดทุนจะบานปลายมากไปกว่านั้นแล้ว ได้หันกลับมาปรับทัพครั้งใหญ่ ภายในได้ปรับโครงสร้างรวมศูนย์ทั้ง กองบก. การตลาด และ ฝ่ายศิลปกรรม เพื่อทำนิตยสารในเครือและรองรับงานใหม่ๆ ที่จะเข้ามา
ทางด้านเครือ daypoet เจ้าของนิตยสาร aday, daypoets และ HAMBURGER เลือกต่อยอดสู่งานอีเวนต์ ปรับสู่ Free Copy มากขึ้น ขณะที่ด้านอีเวนต์ของ aday มี ทรงกลด บางยี่ขัน เป็นแม่เหล็กในด้านอีเวนต์ด้านสุขภาพ, จักรยาน และสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นกระแสอินเทรนด์ในหมู่คนรุ่นใหม่อยู่แล้ว จึงสามารถขยาย “ฐาน” คนอ่านกลุ่มใหม่ได้ต่อเนื่อง
ขณะที่ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ได้ปรับนิตยสาร HAMBURGER เป็น Free Copy พร้อมปรับระยะเวลา จาก “รายเดือน” เป็น “รายสัปดาห์” นอกจากนี้ยังมี แนวทางด้าน “โฆษณา” เฉพาะตัวเป็นจุดแข็ง โดยเฉพาะ Advertorial เข้มเต็มรสทั้งเนื้อหาและรูปแบบเฉพาะตัวของค่ายนี้ตอบโจทย์โดนใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี
สำหรับทางฝั่งนิตยสารในเครือ “อมรินทร์พริ้นติ้ง” ถึงแม้มีจุดแข็งที่ “ครบวงจร” ก็ตามแต่ ทุกเล่ม ไม่ว่าจะเป็น แพรว, สุดสัปดาห์ และเล่มอื่นๆ ต่างกระตือรือร้นเปิดพื้นที่ใหม่ทางโลกออนไลน์ได้อย่างมีสีสัน นอกจากนี้ยังขยายและต่อยอดเนื้อหาไปสู่หน้าจอ “ทีวีดิจิทัล” หลากหลายรายการ อีกด้วย
ยุคนี้สมัยนี้ ไม่มีอะไรที่จะได้มาง่ายๆ หรือสบายๆ ต้องสู้กันต่อไป แต่ที่แน่ๆ หมดยุค “นายทุน” ที่ยอมควักกระเป๋ามาทำธุรกิจนิตยสารเพื่อสร้างอิมเมจของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว เพราะถ้าเป็นยุคนี้คงต้องคิด...หลายตลบ



