
รวมพลคนแท็กซี่ทำดีมีคุณธรรม
“แท็กซี่ไทย หัวใจอินเตอร์" มหกรรมรวมพลคนแท็กซี่จิตอาสา ทำดีมีคุณธรรม ร่วมสร้างสังคมปลอดภัย
สังคมทุกวันนี้ยังต้องการคนดีมีคุณธรรม เพื่อความน่าอยู่อย่างสุขสงบ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกสาขาอาชีพยังมีคนไม่ดีแฝงตัวอยู่ ทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หรือ พลเรือน แม้คนไม่ดีเหล่านั้นจะมีจำนวนไม่มาก แต่ผลกระทบก็เหมือนปลาเน่าตัวเดียวทำให้เหม็นโฉ่ทั้งกระชัง โดยเฉพาะทุกวันนี้จะมีภาพและเรื่องราวที่ปรากฏตามโซเชียลมีเดีย หรือการนำเสนอของสื่อมวลชน เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่ดีของอาชีพผู้ให้บริการอย่างโชเฟอร์รถแท็กซี่ ทั้งอารมณ์ร้อน พูดจาไม่สุภาพ โก่งราคา จี้ชิงทรัพย์ ลักขโมย ฯลฯ จึงส่งผลต่อภาพลักษณ์ กระทบความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มิหนำซ้ำยังทำให้คนที่ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตกกระไดพลอยโจรถูกเหมารวมว่าเป็นบุคคลอันตรายไปโดยปริยาย
แม้หลายครั้งที่มีข่าวปรากฏชื่นชมคนขับแท็กซี่น้ำใจงาม ทำดีเพื่อสาธารณะ เป็นจิตอาสา ช่วยจับโจร เก็บทรัพย์สินคืนเจ้าของ แต่กระแสการชื่นชมก็ไม่ดังเท่าเวลาที่มีเรื่องอื้อฉาว ฉะนั้นหลายหน่วยงานจึงพยายามเสริมสร้างเครือข่ายคนทำดี เฉกเช่น โครงการ “แท็กซี่ไทย หัวใจอินเตอร์ เฟสติวัล” ปีที่ 6 ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้ขับขี่รถแท็กซี่ที่ผ่านการอบรมในโครงการแท็กซี่ไทย หัวใจอินเตอร์ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพของผู้ขับขี่รถแท็กซี่ และสานต่อเครือข่ายการทำความดีของแท็กซี่จิตอาสาเพื่อสังคมไทยให้เข้มแข็งให้คนทำดีๆเครือข่ายคนดี โดยครั้งนี้ มี คุณหญิง จันทนี ธนรักษ์ รองราชเลขา สำนักราชเลขาธิการ และที่ปรึกษา บริษัท สถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคม จำกัด เป็นประธานพิธีเปิดงาน และมี นายชูศิริ คัยนันทน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคม จำกัด พร้อมด้วย พ.ต.อ. นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท. และภาคีเครือข่ายต่างเข้าร่วมงานด้วย ซึ่งภายในงานมีโชเฟอร์แท็กซี่จำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม อาทิ การเสวนาพิเศษ “อย่าให้ใครว่า สังคมไทยไม่แบ่งปัน” เยี่ยมชมบูธจากหน่วยงานเครือข่าย และมีกิจกรรมกีฬานำพาสามัคคี พร้อมทั้งมีพิธีมอบรางวัล และมีมินิคอนเสิร์ต สร้างเสริมพลังศรัทธา
นายชูศิริ แจกแจงว่า ปัจจุบันโครงการแท็กซี่ไทย หัวใจอินเตอร์ ภายใต้การสนับสนุนของสถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคม 99.5 มีเป้าหมายในการดำเนินการเพื่อยกระดับมาตรฐานอาชีพผู้ขับขี่รถแท็กซี่ให้มีมาตรฐานคุณภาพการบริการที่ดี และส่งเสริมให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ให้ความสำคัญกับการให้บริการ โดยคำนึงถึงจริยธรรม คุณธรรม และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ ตลอดจนสร้างความมั่นใจในการใช้บริการให้กับผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ให้ความสำคัญในการกำกับดูแลรถโดยสารสาธารณะ เสริมสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการ โดยผู้ขับขี่รถแท็กซี่เป็นอีกวิชาชีพหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ยิ่งเป็นสังคมเมือง ซึ่งปัจจุบันมีแท็กซี่จดทะเบียนทั่วประเทศ (สถิติเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 จากกรมขนส่งทางบก) จำนวนกว่า 98,330 คัน หากเพียงแค่ทุกคนมีความตระหนักในมาตรฐานวิชาชีพ มีจิตสำนึกในการให้บริการ มีการแบ่งปันช่วยเหลือสังคม ก็จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และสร้างความเข้มแข็งให้สังคมไทยได้อย่างไม่ยากนัก
แท็กซี่เสมือนหนึ่งประตูด่านที่สองของการต้อนรับขับสู้เหล่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กำลังหลั่งไหลมาเที่ยวประเทศไทย ตามกลยุทธ์และการตลาดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขณะเดียวกันประเทศไทยเราเริ่มเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว โดย พ.ต.อ.นิธิธร ระบุว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ควรสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว และควรสนับสนุนให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้น ดังนั้นการให้บริการของแท็กซี่บ้านเราก็ต้องได้มาตรฐาน สามารถสื่อสารกับนักท่องเที่ยวได้ รวมถึงการแนะนำที่พักหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งนี้การให้บริการของแท็กซี่ไทยจะต้องสะดวก สะอาด ปลอดภัย ของหายได้คืน ไม่ปฏิเสธผู้โดยสารหรือการเรียกค่าเดินทางสูงเกินจริง การไม่กดมิเตอร์ การหลอกลวงนักท่องเที่ยว รวมถึงลดการก่ออาชญากรรม หากสมาชิกมีความรักและหวงแหนอาชีพนี้ที่เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ต้องช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ ถือเป็นการเพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศด้วย
การรวมตัวของพลขับจิตอาสาในครั้งนี้ นับว่าเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสมาชิกเก่าและสมาชิกใหม่ที่เพิ่งผ่านพ้นการอบรมเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รวมถึงการขยายผลต่อยอดโครงการพัฒนาคุณภาพแท็กซี่สู่การสร้างเครือข่ายผู้ขับขี่รถแท็กซี่ในการทำดีเพื่อสังคม และร่วมปฏิญาณตนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอนาคตไทย โดยในปี 2558 ที่ผ่านมา โครงการแท็กซี่ไทย หัวใจอินเตอร์ ได้เข้าร่วมกับเครือข่ายอนาคตไทยในการประกาศเจตนารมณ์ร่วมรณรงค์อย่าให้ใครว่าแท็กซี่ไทยไม่แบ่งปัน สร้างจิตสำนึก และความตระหนักถึงความสำคัญของวิชาชีพผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาสังคมในฐานะฮีโร่บนท้องถนน
นายณัฐวุฒิ พอก่อสุข โชเฟอร์วัยเก๋า อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นคณะกรรมการเครือข่ายแท็กซี่ไทยหัวใจอินเตอร์ บอกว่า ทำอาชีพขับอาชีพขับรถแท็กซี่มากว่า 17 ปี ตลอดการทำงานได้พบปะคนหลากหลายอาชีพ หลากหลายประสบการณ์ ก่อนหน้านี้ต้องประสบพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ อาทิ การสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จนบางครั้งทำให้เสียลูกค้า เนื่องจากไม่มีความรู้เรื่องภาษา กระทั่งมาเข้าร่วมโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มแรก จึงทำให้รู้ว่าแท็กซี่ไม่ใช่เป็นเพียงแต่ผู้ให้บริการรถสาธารณะเท่านั้น แต่ยังเป็นได้อีกหลายบทบาท สามารถช่วยเหลือสังคม เกื้อหนุนประเทศชาติบ้านเมือง ด้วยการเป็นทูตวัฒนธรรมทางการท่องเที่ยว หน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน ช่างซ่อมรถ บุรุษพยาบาลบนท้องถนน รับส่งคนเจ็บป่วย รวมไปถึงเก็บของหายแล้วส่งคืน ซึ่งเป็นอาชีพที่ผู้ขับขี่ควรจะภาคภูมิใจ และพร้อมที่จะแบ่งปันให้สังคม
“ผมยึดถือคติประจำใจเสมอมาว่า การขับแท็กซี่ต้องให้ผู้โดยสารถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ปลอดภัย ประทับใจในการบริการทุกครั้ง อยากจะฝากไปถึงบรรดาคนขับรถแท็กซี่รายอื่นๆ ต้องยึดหลักความจริงใจกับลูกค้า ไม่คิดคดโกง อย่าหวังเพียงเงิน ส่วนตัวผมคิดเพียงว่าทุกวันนี้เราได้ขับรถท่องเที่ยวไปตามท้องถนน โดยมีเพื่อนร่วมทางที่ออกค่าใช้จ่ายให้ เพียงเท่านี้ผมก็สนุกไปกับงานที่ผมรัก ที่ผ่านมาผมเคยเจอประสบการณ์ถูกปล้น จี้ จนเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง แต่ด้วยผมเป็นคนใจเย็น มีสติจึงรอดพ้นปัญหาเหล่านั้นมาได้ ผมอยากจะให้คนขับแท็กซี่ยึดหลักการใช้ชีวิตลดละเลิกการพนัน ไม่ดื่มเหล้า ไม่ติดผู้หญิง เพียงเท่านี้เราก็มีเงินใช้จ่ายอย่างพอเพียงแล้ว”นายณัฐวุฒิ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
นายธีรวิทย์ สุขเอี่ยม อายุ 58 ปี เป็นอีกหนึ่งโชเฟอร์วัยใกล้เกษียณ เป็นอีกคนที่เข้าร่วมเครือข่าย เล่าว่า ทำอาชีพนี้มาแล้วกว่า 4 ปี เข้าร่วมโครงการนี้ตั้งแต่ ปี 2555 และเข้าร่วมต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน หลังจากเข้าอบรมได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติการทำงานไปในทางที่ดีขึ้น มีจิตใจเอื้ออาทรมากยิ่งขึ้น ขับแท็กซี่เป็นอาชีพที่ทำให้ได้รู้จักคนมากยิ่งขึ้น หลากความคิด หลายอาชีพ ซึ่งการเข้าร่วมโครงการจะมีหลักสูตรสอนให้เรามีทักษะการขับรถดีขึ้น การวางตัวกับผู้โดยสาร มีการร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม ตลอดจนได้ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ จนทำให้ตนสามารถไปสอบมัคคุเทศน์ได้ จึงอยากจะเชิญชวนเหล่าโชเฟอร์แท็กซี่ให้เข้ามาร่วมกิจกรรมนี้ เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดี มีใจบริการ มาร่วมสร้างภาพลักษณ์อันดี ให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น
นอกจากนี้มีรายงานจากการรวบรวมข้อมูลของทางสถานีฯ ในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2554 - 2559) พบว่า มีผลงานของเครือข่ายแท็กซี่โครงการแท็กซี่ไทย หัวใจอินเตอร์ และผู้ฟังรายการที่มีส่วนร่วมทำความดีให้สังคมมากกว่าเก้าแสนเรื่องแบ่งเป็นเรื่อง การเก็บทรัพย์สินคืนเจ้าของ การช่วยเหลือการเดินทางแก่ผู้พิการคนชรา หรือพระภิกษุโดย ไม่คิดเงิน การช่วยเหลือยานพาหนะที่เสียหรือประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นต้น ทั้งนี้ทางสถานีฯ ตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2559 จะมีเครือข่ายแท็กซี่ และผู้ฟังรายการที่มีส่วนร่วมทำความดีมากกว่า 1 ล้านความช่วยเหลือ
ทั้งนี้สำหรับหลักสูตรการอบรม 4 ห้องหัวใจ สู่การเป็น“แท็กซี่ไทย หัวใจอินเตอร์” มีด้วยกันดังนี้ “เรียนรู้งาน” หัวใจของความสำเร็จ ทำให้เรามีทักษะมีความสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับอาชีพและผู้ใช้บริการการหาความรู้อยู่เสมอ จึงทำให้เรามองเห็นโอกาสสร้างรายได้เพื่อนำพาตนเองและครอบครัว ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง “บริการด้วยใจ”นำมาซึ่งความสุข คือความสุขที่เราได้ให้บริการ สร้างความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีเป็นการสร้างมาตรฐานและคุณค่าให้กับแท็กซี่ไทย “พูดได้ดี”ก่อเกิดมิตรภาพ คือการสื่อสารแรกที่ผู้ใช้บริการจะได้รับรู้ทุกชาติ ทุกภาษา คำพูดที่ดี มีความซื่อสัตย์นำมาซึ่งมิตรภาพ ความจริงใจ และความรู้สึกที่ดีให้กับประเทศไทย และสุดท้าย “มีรอยยิ้ม” ประทับใจไม่ลืม รอยยิ้ม บุคลิกภาพ การแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อยบ่งบอกถึงความพร้อมสำหรับการบริการอย่างมืออาชีพยิ้มสยาม เอกลักษณ์ไทยที่อยู่ในคนทั่วโลก
เชื่อว่าหากคนขับรถแท็กซี่ทุกคน มีจิตสำนึกคู่คุณธรรม มีพื้นฐานของจิตอาสาเป็นที่ตั้ง เหมือนกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะทำให้บรรยากาศบนท้องถนนมีแต่ความปลอดภัย แบ่งปันน้ำใจซึ่งกันและกัน ที่สำคัญหากทุกสาขาอาชีพยึดมั่นในคุณธรรม จริธรรม และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คำว่า สยามเมืองยิ้ม จะมีรอยยิ้มที่กว้างและสดใสมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน
**เรื่อง/ภาพ โดย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์**



