ข่าว

“สหกรณ์คลองจั่น” จี้ ใช้ม.44  สางหนี้กองทุนฯ

“สหกรณ์คลองจั่น” จี้ ใช้ม.44  สางหนี้กองทุนฯ

28 ก.ย. 2559

“ตัวแทนสหกรณ์คลองจั่น” จี้ รัฐใช้ม.44 เร่งสางปัญหาช่วยเหลือฟื้นฟูหนี้กองทุนฯ 10,000 ล้านบาทโดยเร็ว ด้าน “ม.ล.ปนัดดา” รับหนักใจ ค้านข้อเสนอใช้ม. 44ต่อเรื่องนี้

           28ก.ย.59 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ล.ปนัดดาดิศกุลรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม เพื่อหารือการจัดหาแหล่งเงินทุน เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจำกัดร่วมกับตัวแทนผู้ที่ได้รับความเสียหายนำโดยนายประกิตพิลังกาสาประธานคณะกรรมการดำเนินการเพื่อติดตามความคืบหน้าการสนับสนุนสินเชื่อวงเงินจำนวน10,000ล้านบาทจากสถาบันการเงินของรัฐเพื่อดำเนินการฟื้นฟูสหกรณ์ฯ มีนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์การเกษตร และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าร่วมโดยใช้เวลาหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง                                        

           โดยนายประกิต กล่าวว่า จากการประชุมเมื่อวันที่ 3พ.ค.ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ฯได้รับฟังข้อร้องเรียนและแนวทางที่ทางตัวแทนสมาชิกสหกรณ์ฯเสนอไปพิจารณา เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยคาดการณ์ว่า จะนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าขั้นล่าช้า เพราะติดขัดเรื่องระเบียบขั้นตอนของธนาคาร ที่ยังไม่มีแนวทางเกี่ยวกับเงินต้นที่สหกรณ์อื่นจะมาร่วมลงทุน รวมถึงทิศทางความเป็นไปได้ จึงเกิดอุปสรรคไม่สามารถกำหนดแนวทางการฟื้นฟูหนี้ของสหกรณ์ฯ                                    

            “อยากให้ภาครัฐเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจนหรืออาจใช้มาตรา44เข้ามาช่วยเร่งรัดกระบวนการให้รวดเร็วขึ้น” นายประกิต กล่าว                                        

          ขณะที่นายพิเชษฐ์ กล่าวว่ากรมส่งเสริมฯได้ประสานสอบถาม ไปถึงบอร์ดบริหารธนาคารภาครัฐแต่ยังไม่ได้คำตอบกลับ ซึ่งแนวทางที่ทางธนาคารเห็นว่ามีความเป็นไปได้ คือ1.ตั้งกองทุกรวม วงเงิน2หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยเหลือสหกรณ์คลองจั่น โดยให้ธนาคารกรุงไทยเข้ามาบริหารจัดการในการขายหน่วยลงทุน ซึ่งจะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้คาดว่าจะได้วงเงิน ประมาณ 28 ล้านบาท และ 2.ให้ธนาคารรัฐ คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) กับธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อวงเงิน 5,700 ล้านบาท โดยรวมกับการขายทรัพย์สินของสหกรณ์และนาแปรรูปเป็นเงิน ประมาณ 900 ล้านบาท และเงินที่ศาลสั่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดทรัพย์ 3,000 ล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 4,200 ล้านบาท หากแนวทางดังกล่าวธนาคารเห็นด้วยและตอบรับกลับมา ก็จะเสนอครม.พิจารณาต่อไปภายในวันที่ 30 ต.ค.นี้ แต่หากไม่เห็นด้วยก็จะต้องมาพูดคุยหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางอื่นต่อไป                                    

            ด้าน ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ยอมรับว่าเรื่องนี้เราหนักใจ ส่วนการเสนอใช้มาตรา 44 คงไม่ใช่เรื่องดี ที่จะใช้มาตราพิเศษมาอำนวยความสะดวกในราชการ และอาจเป็นการกดดันการทำงานของข้าราชการพลเรือน แต่พยายามเร่งรัดในส่วนของขั้นตอน เพื่อให้ผู้บริหารได้นำไปพิจารณา เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยเร็ว