ข่าว

รวมพลังต้าน“กทม.”ปิดทางเข้า-ออกป้อมมหากาฬ

รวมพลังต้าน“กทม.”ปิดทางเข้า-ออกป้อมมหากาฬ

28 ก.ย. 2559

“คนป้อมมหากาฬ”รวมพลังต้าน“กทม.”ปิดทางเข้า-ออกห้ามรื้อชุมชน เจ้าของโร่แจ้งความ.-หลังยินยอม กทม.ยันไร้อำนาจตั้งกรรมการพหุภาคี เล็งใช้กฎหมายเข้าควบคุม

 

รวมพลังต้าน“กทม.”ปิดทางเข้า-ออกป้อมมหากาฬ   

ภาพ  :  ชาวป้อมมหากาฬนัดรวมตัวภายในพื้นที่ป้อมมหากาฬ

        28 ก.ย. 59 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่กรุงเทพมาหานคร(กทม.) ได้เข้ารื้อย้ายบ้านเรือนภายในชุมชนป้อมมหากาฬไปแล้ว 18 หลังคาเรือน ซึ่งขณะนี้ยังมีบ้านเรือนที่ต้องรื้อย้ายอีกทั้งหมด 43 หลัง จากทั้งหมด 61 หลัง ซึ่งตามแผนการรื้อถอนของกทม. จะต้องดำเนินการรื้อให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ โดยล่าสุดมีชาวชุมชนป้อมมหากาฬอีก 2 หลัง ได้แจ้งความประสงค์ให้กทม.ช่วยการขนย้าย แต่ขณะนี้เจ้าของบ้านยังไม่สามารถเข้ารื้อถอนบ้านเรือนได้ เนื่องจากตั้งแต่ช่ววเช้าที่ผ่านมามีชาวชุมชนป้อมมหากาฬกว่า 100 คน ได้นำแผงเหล็ก แผ่นไม้ และหลังคาสังกะสี มาปิดกั้นทางเข้าชุมชนทั้ง 4 ประตู พร้อมนั่งขวางตามทางเดิน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่กทม.เข้ามารื้อบ้าน ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างน้อย 2 หลัง ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ เขตพระนครและสำนักการโยธาร่วมเฝ้าสังเกตการณ์ และนำรถบรรทุก มาเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกในการขนย้าย

  

          นางศรีสวาท เล็กวิไล เจ้าของบ้านเลขที่ 95 ภายในชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าวว่า ตนได้แจ้งความประสงค์ให้กทม.เข้าข้นย้ายบ้านวันนี้ แต่กทม.ไม่สามารถเดินทางเข้าไปในพื้นที่ได้ จึงประสานกับตำรวจสถานีสำราญราษฎร์ ในการลงบันทึกประจำวันเพื่อความปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมาประสานกับกทม.ตั้งแต่ต้นเดือนก.ย.เพื่อยินยอมอนุญาตให้เข้ารื้อถอน แต่ถูกกลุ่มชาวบ้านที่คัดค้าน และขัดขวางการรื้อย้ายมาโดยตลอด

 

  รวมพลังต้าน“กทม.”ปิดทางเข้า-ออกป้อมมหากาฬ

   

      ด้านนายพรเทพ บูรณบุรีเดช รองประธานชุมชนป้อมมหากาฬ ยืนยันว่า จะไม่ให้เจ้าหน้าที่กทม.เข้ามาดำเนินการใดภายในพื้นที่ แต่หากเจ้าของที่ความประสงค์จะเข้ารื้อถอนบ้านเรือน สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ แต่ห้ามมีการรื้อถอนบ้านเรือน เพราะชาวบ้าน ยึดถือตามการเจรจาเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งวันนั้นได้ข้อสรุปว่ายังไม่อนุญาตให้ทำการรื้อหรือทำการใดๆ จนกว่าการตั้งคณะกรรมการเจรจาร่วมพหุภาคีจะเสร็จสิ้น

  

          ขณะที่นายยุทธพันธุ์ มีชัย ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเจ้าของบ้านที่จะไปแจ้งความ เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งการดำเนินคดีเป็นหน้าที่ของตำรวจ จากนี้ตำรวจก็ต้องออกหมายเรียก หากไม่มาก็สามารถขออำนาจศาลขออกหมายจับต่อไปได้ ส่วนการตั้งกรรมการพหุภาคีนั้น กทม.ไม่มีอำนาจไปตั้งกรรมการพหุภาคี เนื่องจากกทม.มีคณะทำงานเรื่องนี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามจะหารือกับคณะทำงานในการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย เพราะที่ผ่านมากทม.ไม่เคยใช้มาตรการทางกฎหมาย เพราะถือว่าเป็นชาวบ้าน จึงใช้วิธีพูดคุยเพื่อหาข้อยุติ แต่เมื่อไม่ได้ข้อยุติ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม กทม.จะมาตรการทางกฎหมายต่อไป