ข่าว

“ทองคำ-อสังหาฯ”ทางเลือกลงทุนยอดนิยม

“ทองคำ-อสังหาฯ”ทางเลือกลงทุนยอดนิยม

27 ก.ย. 2559

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผย “ทองคำ-อสังหาริมทรัพย์” เป็นช่องทางลงทุนทางเลือกยอดนิยมของทุกวัย ขณะที่ GEN Y วัยเริ่มต้นสะสมเงิน เลือกออมผ่านเงินฝาก และสหกรณ์


               ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการเลือกรูปแบบการออมและการลงทุนของนักลงทุนไทย พบว่านักลงทุนสัดส่วนกว่า 3 ใน 4 ในผลสำรวจมีความสนใจการลงทุนในช่องทางการลงทุนทางเลือกอื่นที่นอกเหนือเงินฝาก , หุ้น , กองทุนรวม และประกันชีวิต โดย “ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์” ยังคงเป็นตัวเลือกในดวงใจลำดับต้นๆ สำหรับการออมเงินหรือการลงทุนของนักลงทุนทุกวัยทั้งในพอร์ตที่มีการลงทุนอยู่แล้วในปัจจุบัน และพอร์ตการลงทุนที่วางแผนไว้ในอนาคต เมื่อมีเงินหรือกำลังทรัพย์เพิ่มขึ้น

               จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้มูลค่าตลาดของทองรูปพรรณและทองคำแท่งอยู่ในระดับสูงกว่ากองทุนรวมทองคำมาก ส่วนความต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้น อาจเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะในกลุ่มที่กำลังซื้อไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ในปัจจุบัน

               ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยฯ ได้จัดทำแบบสำรวจพฤติกรรมทางเลือกในการออมและการลงทุนของนักลงทุนในแต่ละช่วงวัย โดยจากการสอบถามถึงพอร์ตการลงทุนในปัจจุบัน นอกเหนือช่องทางหลัก อย่างเช่น เงินฝาก หุ้น กองทุนรวม และประกันชีวิตหรือผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่นักลงทุนลงทุนอยู่แล้วนั้น จะพบว่า นักลงทุนทุกช่วงวัย สนใจใน 3 ตัวเลือกคือ ทองคำ , เงินฝากสหกรณ์ และอสังหาริมทรัพย์หรือที่ดินเพื่อการปล่อยเช่าหรือขายเก็งกำไร

               เมื่อแยกตามกลุ่มนักลงทุนพบว่า Gen Y จะเลือกลงทุนในทางเลือกที่ใช้ขนาดเงินลงทุนไม่มาก แต่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี อาทิ เงินฝากสหกรณ์ เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเริ่มสะสมความมั่งคั่งจากการทำงาน ส่วน Gen X และ Gen B นั้น นอกเหนือจากการมีจำนวนผลิตภัณฑ์ที่มากกว่า Gen Y แล้ว Gen X และ Gen B แล้วยังให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าในตัวเองและสามารถจับต้องได้ ดังเช่นการลงทุนในทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ มากกว่าการออมในรูปเงินฝากกับสถาบันการเงินด้วย

               นอกจากนี้ พบว่านักลงทุนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการลงทุนทางเลือกอื่นที่เหลือ ได้แก่การลงทุนในแชร์ การปล่อยเงินกู้โดยคิดดอกเบี้ยกับเครือญาติหรือคนรู้จัก การลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่มีข้อมูลการจัดอันดับเครดิต การลงทุนในเงินตราต่างประเทศ รวมทั้ง การลงทุนในใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามให้เหตุผล 3 อันดับแรก คือ กลัวขาดทุนจากราคาที่ผันผวนหรือสูญเสียเงินต้น ขาดความรู้และความเข้าใจในการลงทุน และกลัวถูกหลอกเปลี่ยนมือได้ลำบาก อันสะท้อนภาพการตัดสินใจของนักลงทุนกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่ยังให้น้ำหนักกับระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ มากกว่าแรงดึงดูดด้านผลตอบแทนแต่เพียงอย่างเดียว