
เก๋งเฉี่ยวกระบะยัวะมีดฟันคอหวิดดับ
รถเฉี่ยวชนไม่จอด ขับปาดหน้าขวางเจอคู่กรณีใช้มีดฟันคอโชคดียกแขนกันตัดเส้นเอ็นบางส่วนต้องผ่าตัด พักฟื้น ยังไม่ได้แจ้งความ ตร.ยันให้ความเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ
จากกรณีเพจ “เรารักด่านตรวจ” ได้แชร์ภาพและข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Phachara Phommasakhanasakonnakhon และ Vorapot Boonrat ระบุว่า
" วันนี้ (26 ก.ย.) เวลา 10.00 น.โดยประมาณ เกิดเหตุเฉี่ยวชนระหว่างรถยนต์ทะเบียน วศ 1134 กทม. (ผู้บาดเจ็บ) กับรถมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเขียว ทะเบียน ถฬ 5054 (ผู้ก่อเหตุ) เหตุเกิดที่ ถ.เอกมัย - รามอินทรา กม.15+300 มุ่งหน้าแยกวัดพระรามเก้า จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ทำร้ายผู้บาดเจ็บโดยใช้อาวุธมีดดาบยาวฟันบริเวณแขน ขณะนี้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสายไหม ผู้ใดพบเห็นรถยนต์ดังกล่าวกรุณาแจ้ง 191 หรือ สวพ.91 ซึ่งคนร้ายตั้งใจฟันที่คอกะฆ่าให้ตาย แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บเอาแขนขึ้นมากัน มีดเลยโดยที่แขนและคอ เบื้องต้น อาการเส้นเอ็นที่แขนขาดต้องรอการผ่าตัดคืนนี้ เพื่อนๆ ร่วมงานไปแจ้งความที่ สน.โชคชัย ร้อยเวรยังไม่รับเเจ้งความ บอกว่าคดีมีอายุความ 5 ปี รอให้ผู้บาดเจ็บมาแจ้งความเอง ผู้บาดเจ็บชื่อนายนัทวุฒิ นวลจันทร์ "
ซึ่งหลังจากมีการเผยแพร่ข้อความดังกล่าวทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ รพ.สายไหม เพื่อสอบถามผู้บาดเจ็บจากกรณีดังกล่าว นายนัทวุฒิ หรือ ดาส นวลจันทร์ อายุ 33 ปี กล่าวว่า ตนมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุตนกำลังขับรถบริษัท ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สีทอง หมายเลขทะเบียน วศ 1134 กรุงเทพมหานคร เดินทางไปย่านสมุทรปราการ เพื่อพบลูกค้า ขณะนั้นตนขับรถยนต์คันดังกล่าวอยู่บนทางด่วนเอกมัย - รามอินทรา ช่วง กม.15+300 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. โดยถนนทั้งหมดจะมีอยู่ 3 เลน ตอนนั้นตนวิ่งอยู่บนทางพิเศษซ้ายสุด หลังจากนั้นมีรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ไทรทัน สีเทา หมายเลขทะเบียน ตัวอักษรสีเขียว ถฬ 5054 กรุงเทพมหานคร ขับมาทางด้านขวาก่อนจะปาดเข้าเลนของตน หลังจากนั้นตนจึงออกเลนขวาเพื่อแซงรถกระบะคันดังกล่าว แต่เกิดการเฉี่ยวชนกัน แต่ทางคู่กรณีไม่ยอมจอดรถ ตนจึงตัดสินใจขับรถปาดหน้าเพื่อให้คู่กรณีจอด
นายนัทวุฒิ กล่าวต่อว่า หลังจากจอดรถตนได้ลงมาจากรถยังไม่ทันจะพูดคุยกัน คู่กรณีก็ใช้มีดสปาต้า ยาว 1 ฟุต ฟันมาที่บริเวณลำคอ แต่ตนใช้มือซ้ายยกบังไว้จนทำให้ได้บาดแผลบริเวณแก้มซ้าย 1 แผล และที่ต้นแขนซ้าย 1 แผล ตนรู้สึกตกใจ จึงรีบหนีขึ้นรถ แต่คู่กรณีตามมาและเปิดประตูรถพร้อมใช้มีดที่ฟันตนชี้มาที่หน้าและบอกว่า “มึงจะไปหรือไม่ไป” ตนรู้สึกกลัวจึงรีบขยับรถให้ก่อนที่คู่กรณีจะขับรถต่อไปมุ่งหน้าเอกมัย หลังจากนั้นจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ยังไม่ได้เดินทางเข้าไปแจ้งความเนื่องจากแพทย์ยังไม่อนุญาตให้ตนออกจาก รพ. เพราะแขนที่โดนฟันได้ตัดเส้นเอ็นบางส่วนและเพิ่งได้รับการผ่าตัด อยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย
ด้าน พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย เปิดเผยว่า รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีใครเดินทางเข้าแจ้งความ ซึ่งทางผู้เสียหายสามารถเดินทางเข้าแจ้งความได้ด้วยตัวเอง หรือให้ญาติเดินทางเข้าแจ้งความก็ได้เช่นกัน ส่วนที่มีข้อความเผยแพร่ลงไปในโซเชียลนั้น ตนขอยืนยันว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายหรือใครทั้งสิ้น พร้อมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน



