
กองทัพมะกันก้าวสู่ยุค"ทหารหุ่นยนต์"
หุ่นยนต์บนท้องฟ้า และหุ่นยนต์ภาคพื้นดินเปลี่ยนโฉมหน้าของสงครามยุคปัจจุบันเสียใหม่ แล้วตอนนี้ กองทัพสหรัฐก็กำลังเร่งรีบเกณฑ์นักรบสายเลือดใหม่ที่ไม่ต้องหลับต้องนอน และไม่ต้องหลั่งเลือดเลียคมกระสุนเหล่านี้เข้าประจำการ
หุ่นยนต์รุ่นล่าสุดที่ถูกนำออกจัดแสดงในงานซึ่งจัดขึ้นที่ฐานทัพอากาศของกองทัพเรือในรัฐแมรีแลนด์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีตั้งแต่เฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับที่บินหึ่งๆ อยู่เหนือหัว และหุ่นยนต์หน้าตาคล้ายคลึงกับเจ้าหุ่น "วอลล์-อี" ที่ชะเง้อคอแอบมองเข้าไปในหน้าต่างบานหนึ่ง
ส่วนเฮลิคอปเตอร์ "เอ็มคิว-8บี ไฟร์ สเกาท์" ที่นำออกแสดงนั้นยังอยู่ระหว่างการทดลอง และจะออกปฏิบัติการจากเรือแมคอินเนอรี ซึ่งเป็นรบขนาดกลาง (ฟรีเกต) ของกองทัพเรือในปลายปีนี้ เพื่อช่วยตามรอยพวกลักลอบค้ายาเสพติดแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก
นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่เรียกว่า "แพ็กบ็อต" ซึ่งสามารถไต่ข้ามก้อนหินได้เพราะมีล้อเป็นสายพานลำเลียงแบบรถถัง ทั้งยังสามารถเก็บวัตถุระเบิดได้ด้วยแขนกล พร้อมกับรื้อทำลายระเบิดได้ตามคำสั่ง และการบังคับของทหารซึ่งซ่อนตัวอยู่ในที่ห่างไกลอันตราย
ปัจจุบันมี "แพ็กบ็อต" ประจำการอยู่ในอิรัก และอัฟกานิสถานอยู่แล้ว 2,500 ตัว "ไอโรบ็อต" บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ชนิดนี้บอกว่า ขณะนี้แพ็กบ็อตรุ่นใหม่ที่มีน้ำหนักเบากว่าเดิม โดยหนักเพียงแค่ 6 กิโลกรัม มาถึงแล้ว ทำให้ทหารสามารถแบกใส่เป้หลังไปในสมรภูมิได้
การจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยครั้งนี้จัดขึ้นโดยบริษัทรับเหมาสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่กองทัพ และกองทัพเรือสหรัฐ ซึ่งบอกว่าต้องการนำพาทหารอเมริกันเข้าสู่สงครามยุคใหม่ที่มีการมอบหมายให้หุ่นยนต์ไปทำงานที่มีความเสี่ยงสูง และน่าเบื่อหน่ายแทน
"ผมคิดว่าเรากำลังอยู่ในยุคเริ่มต้นของการปฏิวัติที่ปราศจากมนุษย์ เราทุ่มเงินไปหลายพันล้านดอลลาร์กับระบบไร้มนุษย์" แกรี เคสสเลอร์ ซึ่งดูแลโครงการการบินไร้คนขับให้แก่กองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐ กล่าว
เคสสเลอร์และเจ้าหน้าที่เพนตากอนคนอื่นๆ เปรียบการนำเอาหุ่นยนต์มาใช้ในสงครามกับการนำเอาเครื่องบินและรถถังเข้ามาใช้งานเลยทีเดียว โดยบอกว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนยุทธศาสตร์และแทกติกในการรบไปโดยสิ้นเชิง
ปัจจุบัน มีการใช้หุ่นยนต์และระบบไร้มนุษย์จำนวนมากในอิรัก และอัฟกานิสถาน มีทั้งเครื่องบินสอดแนมจากท้องฟ้า หุ่นยนต์ค้นหากับระเบิด และหุ่นยนต์ที่สามารถยิงขีปนาวุธร้ายแรงโดยไม่ต้องให้ทหารอเมริกันไปเสี่ยง
การใช้หุ่นยนต์ทางการทหารเริ่มผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าพอ ในขณะที่สหรัฐก็เผชิญกับศัตรูรูปแบบใหม่ที่ต้องอาศัยความอดทน และการตรวจตราที่ถูกต้องแม่นยำสูง
ในปี 2546 กองทัพสหรัฐแทบจะไม่มีหุ่นยนต์อยู่ในคลังสรรพาวุธเลย แต่ปัจจุบันนี้มีเครื่องบินไร้คนขับอยู่ถึง 7,000 ลำ แล้วก็ยานพาหนะภาคพื้นดินอีกอย่างน้อย 1 หมื่นคัน
กองทัพอากาศสหรัฐ ซึ่งในตอนแรกไม่เห็นด้วยกับความคิดที่จะนำเครื่องบินไร้คนขับมาใช้ กล่าวว่า ตอนนี้ได้ฝึกฝนผู้ควบคุมยานไร้คนขับ มากกว่าฝึกฝนนักบินขับเครื่องบินรบ และเครื่องบินทิ้งระเบิดเสียอีก
ไม่เหมือนกับอาวุธราคาแพงจากยุคสงครามเย็น แต่ยานหุ่นยนต์เหล่านี้ไม่ได้แพงเกินเอื้อมสำหรับประเทศที่มีงบประมาณด้านกลาโหมไม่มากนัก แล้วตอนนี้ก็มีรัฐบาลหลายสิบประเทศที่ลงทุนในโครงการไร้มนุษย์อยู่
ในงานแสดงสินค้า ทหารจากสหรัฐ ชิลี ออสเตรเลีย ซาอุดีอาระเบีย และอินเดีย กำลังฟังเจ้าหน้าที่ขายยานหุ่นยนต์ของบริษัทกันอย่างสนอกสนใจ มีทั้งเฮลิคอปเตอร์จิ๋วที่ยาวเพียงแค่ 2 ฟุต และ "โมเบียส" เครื่องบินไร้คนขับขนาดกลางที่มีความคล่องตัวสูง และสามารถเพิ่มความเร็วได้สูงถึง 215 น็อตเลยทีเดียว
ในการต่อสู้กับอัล-ไกดา เครื่องบินไร้คนขับนั้นเป็นอาวุธที่รัฐบาลวอชิงตันพึงพอใจมากที่สุด
เครื่องบินสอดแนม "พรีเดเตอร์" และ "รีพเพอร์" ที่ติดระเบิดนำวิถีและขีปนาวุธเฮลล์ไฟร์ (ไฟนรก) ทำหน้าที่โจมตีพื้นที่ชนเผ่าทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานอยู่เป็นประจำ ทำให้มีพลเรือนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง ที่เครื่องบินไร้คนขับเหล่านี้สามารถสังหารไบตุลเลาะห์ เมห์ซูด ผู้นำตาลีบันในปากีสถานลงได้
อากาศยานไร้คนขับของสหรัฐนั้นมีตั้งแต่เครื่องบินขนาดเล็กอย่าง "เรเวนส์" ที่สามารถโยนขึ้นไปในอากาศให้ไปสอดแนมเหนือยอดเขาลูกถัดไปได้ ไปจนถึงเครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง "โกลบอล ฮอว์ก" เครื่องบินสอดแนมยาว 44 ฟุต ที่สามารถบินในระดับความสูงมากๆ เป็นเวลานานถึง 35 ชั่วโมง
เครื่องบินไร้คนขับและยานภาคพื้นดินเหล่านี้มักจะควบคุมโดยจอยสติ๊กหรือคอนโซลแบบเดียวกับวิดีโอเกม
"ทหารในยุคนี้เคยเล่นวิดีโอเกมมาแล้วอย่างช่ำชอง พวกเขาก็เลยคุ้นเคยกับการบังคับหุ่นยนต์เหล่านี้ดี ทำให้ลดเวลาในการฝึกฝนไปได้มาก" ชาร์ลี ไวดาจากไอโรบ็อต ซึ่งผลิตเกมคอนโซลให้แพ็กบ็อตกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารยืนยันว่าหุ่นยนต์พวกนี้ถูกนำมาใช้เสริมการทำงานของเครื่องบินปกติเท่านั้น ไม่ใช่นำมาใช้แทนกันเลย เพราะฉะนั้น จึงไม่มีความเสี่ยงว่านักบินจะต้องสูญเสียอาชีพการงานเพราะการมาถึงของหุ่นยนต์เหล่านี้แต่อย่างใด
"ผมคิดว่าพวกเขาเข้าใจดีว่าเราไม่ได้กำลังจะนำหุ่นยนต์มาแทนที่พวกเขา แต่นำมาช่วยเพิ่มพูนประสิทธิภาพของพวกเขาต่างหาก" กัปตันทิม ดันนิแกน นักบินประจำเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือกล่าว
ทัศนีย์ สาลีโภชน์



