ข่าว

ไทยจี้พม่าอภัยโทษให้ออง ซาน ซูจี

ไทยจี้พม่าอภัยโทษให้ออง ซาน ซูจี

15 ส.ค. 2552

กรุงเทพฯ-นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย แถลงเมื่อวันศุกร์ (14 ส.ค.) ว่าจะร้องขอให้สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) สนับสนุนข้อเรียกร้องให้พลเอกอาวุโสตัน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดของรัฐบาลพม่า อภัยโทษให้แก่นางออง ซาน ซูจี แกนน

ขณะที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวระหว่างเดินทางเยือนฟิลิปปินส์ในวันเดียวกันว่า อาเซียนจะติดต่อกับพม่าในเชิงสร้างสรรค์ต่อไป

 รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังแสวงหาฉันทามติในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียนอยู่ โดยอยากเห็นนางซูจีได้รับการอภัยโทษเป็นคนแรก สำหรับนักโทษการเมืองคนอื่นๆ ของพม่านั้น อาเซียนได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกเขามาหลายครั้งแล้ว

 ด้านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กล่าวระหว่างเดินทางเยือนฟิลิปปินส์ว่า อาเซียนจะดำเนินตามแนวทางการพัวพันอย่างสร้างสรรค์กับพม่าต่อไปแม้ว่ารัฐบาลพม่าจะเพิ่งตัดสินให้กักบริเวณนางซูจีต่อเป็นเวลา 18 เดือนก็ตาม

 โฆษกของประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย แห่งฟิลิปปินส์ เผยว่า ผู้นำไทยและฟิลิปปินส์เห็นพ้องกันว่าสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศควรจะมีจุดยืนเดียวกันเรื่องนางซูจี นั่นคือจะติดต่อกันในเชิงสร้างสรรค์ต่อไป แต่ในขณะเดียวกันก็จะกดดันให้พม่าก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงด้วย

 วันเดียวกันนี้ สำนักข่าวเวียดนาม นิวส์ได้รายงานว่า รัฐบาลฮานอยไม่สนับสนุนเสียงเรียกร้องของสมาชิกบางชาติในอาเซียนที่ต้องการให้พม่าปล่อยตัวนางซูจี และไม่มีความเห็นต่อคดีของนางซูจี โดยโฆษกรัฐบาลเวียดนามระบุในเว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศว่า คดีของนางซูจีเป็นเรื่องกิจการภายในของพม่า

 ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของลาวแถลงว่าการพิจารณาคดีนางซูจีในข้อหาละเมิดคำสั่งกักบริเวณนั้น ได้กระทำขึ้นโดยสอดคล้องกับกฎหมายของพม่า พร้อมทั้งตอกย้ำจุดยืนของรัฐบาลลาวว่าจะไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศเพื่อนบ้าน

 ด้านนายจิม เวบบ์ วุฒิสมาชิกสหรัฐจากพรรคเดโมแครต เดินทางถึงกรุงเนปิดอว์แล้วเพื่อเข้าพบหารือครั้งประวัติศาสตร์กับพลเอกอาวุโสตัน ฉ่วย ในวันเสาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐพยายามผ่อนคลายนโยบายที่แข็งกร้าวต่อพม่า ขณะที่นายเวบบ์เคยพูดก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐควรใช้นโยบายเกี่ยวพันเชิงสร้างสรรค์กับพม่า

 ขณะที่ก่อนหน้านี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันแล้วว่าจะไม่ออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาลทหารพม่า ต่างจากสหภาพยุโรป (อียู) มีมติขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่าโดยเห็นชอบให้อายัดทรัพย์สิน และห้ามออกวีซ่าให้เจ้าหน้าที่ของระบบศาลยุติธรรมของพม่าที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการตัดสินคดีนางซูจี และให้ขยายการอายัดทรัพย์ครอบคลุมไปถึงธุรกิจที่มีเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลพม่าเป็นเจ้าของ