ข่าว

ห้วงเวลาหลังเกษียณ (2)

ห้วงเวลาหลังเกษียณ (2)

26 ก.ย. 2559

คอลัมน์ เงินทองต้องรู้ โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

 

         และแล้วสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน เดือนแห่งการเกษียณก็เดินทางมาถึง หลังจากเขียนถึงการลงทุนหลังเกษียณไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยของ “เงินต้น” เป็นหลัก โดยยึดฐานที่มั่นด้วยการเน้นลงทุนในพันธบัตรและเงินฝากธนาคาร ถึงผลตอบแทนจะไม่เร้าใจ แต่ก็ปลอดภัยและอุ่นใจเหมาะกับวัยเกษียณ

         อย่างไรก็ตาม แม้ว่า “เงินฝากธนาคาร” จะปลอดภัย อุ่นใจ และเหมือนจะ “ง่าย” กว่าการลงทุนอย่างอื่น แต่ก็มีข้อควรรู้-ควรระวัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่วัยเกษียณหลายท่านไม่ทราบ จนหลายครั้งกลายเป็น “เสียรู้” หรือ “เสียในเรื่องที่ไม่ควร” มานักต่อนักแล้ว ดังนั้น การทำความรู้จักกับ “บัญชีเงินฝาก” สำหรับวัยหลังเกษียณจึงไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลย โดยในสัปดาห์ที่แล้ว “เงินทองต้องรู้” ได้ลงลึกถึงบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ที่มีข้อควรระวังเกี่ยวกับการรักษาเงินขั้นต่ำในบัญชี ตลอดจนค่าธรรมเนียมบัตรต่างๆ ไปแล้ว สัปดาห์นี้จะทำความรู้จักกับเงินฝากประเภทอื่นๆ ที่เหลือ

         “บัญชีเงินฝากประจำ” เป็นบัญชีเงินฝากที่มีกำหนดระยะเวลาการฝากถอนที่แน่นอน เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี และมีการจูงใจด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการฝากแบบออมทรัพย์ธรรมดา ซึ่งธนาคารจะสามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์หรือลงทุนได้ตามระยะเวลาการรับฝาก โดยไม่ต้องสำรองไว้เหมือนบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เนื่องจากหากผู้ฝากต้องการได้รับดอกเบี้ยตามเงื่อนไข ก็จะต้องไม่ถอนเงินออกจากบัญชีนี้ก่อนกำหนด คือ จะไม่สามารถใช้เงินจำนวนที่ฝากประจำอยู่ในระยะเวลาหนึ่งได้

         บัญชีประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเงิน ​แต่ยังไม่ต้องการใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง (เงินเย็น) หรือต้องการออมเงินระยะยาวและหวังผลตอบแทนในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

         ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นที่ควรรู้เกี่ยวกับเงินฝากประจำเพิ่มเติมว่า ประการแรก หากถอนก่อนครบกำหนดก็อาจได้รับดอกเบี้ยน้อยกว่าอัตราที่สถาบันการเงินประกาศไว้

         ประการที่ 2 การนับวันครบกำหนดระยะเวลาการฝากประจำ โดยทั่วไปจะตรงกับวันที่เดียวกันแต่เป็นเดือนถัดๆ ไป เช่น ถ้าเริ่มฝากประจำ 3 เดือนวันที่ 5 มกราคม ก็จะครบกำหนดในวันที่ 5 เมษายน และประการสุดท้าย ธนาคารบางแห่งจะกำหนดให้ผู้ฝากเงินในบัญชีเงินฝากประจำ ต้องเปิดบัญชีออมทรัพย์ควบคู่ไปด้วย เพื่อที่ธนาคารจะโอนดอกเบี้ยเข้าไปในบัญชีออมทรัพย์อัตโนมัติเมื่อครบกำหนดการจ่ายดอกเบี้ย หรืออาจโอนเงินต้นเข้าไปด้วยเมื่อครบกำหนดระยะเวลา

         นอกจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์และบัญชีเงินฝากประจำแล้ว ยังมีบัญชีเงินฝากประเภทอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ บัญชีเงินฝากประจำรายเดือนแบบปลอดภาษี บัญชีเงินฝากแบบขั้นบันได (step-up account) และบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศโดยข้อมูลจาก ศคง. ระบุว่า

         บัญชีเงินฝากประจำรายเดือนแบบปลอดภาษี เป็นบัญชีเงินฝากประจำที่ได้รับการยกเว้นภาษี แต่ต้องฝากเงินทุกๆ เดือนเป็นจำนวนเท่ากันตลอดอายุสัญญา ซึ่งระยะเวลาอาจกำหนดไว้แตกต่างกันในแต่ละธนาคาร เช่น 24 เดือน 36 เดือน และมักกำหนดจำนวนเงินฝากขั้นต่ำไว้ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ดังนั้น คนที่อยากเปิดบัญชีเงินฝากประเภทนี้ควรมีรายได้ประจำ และสามารถนำเงินเข้าบัญชีได้อย่างสม่ำเสมอ โดยแต่ละคนมีสิทธิเปิดบัญชีเงินฝากประเภทนี้ได้เพียงคนละ 1 บัญชีเท่านั้น ซึ่งหากเลือกเปิดบัญชีกับธนาคารใดแล้ว จะเปิดกับธนาคารอื่นหรือธนาคารเดียวกันอีกไม่ได้ เพราะหากสรรพากรตรวจพบว่า มีการเปิดมากกว่า 1 บัญชี เราจะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีดังกล่าวเลย

         ดังนั้น จึงควรเลือกเปิดบัญชีกับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูง และข้อสำคัญต้องคำนึงถึงความสะดวกในการนำเงินเข้าบัญชีด้วย เพราะถ้าขาดฝากเกินกว่าจำนวนครั้งที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ไม่เกิน 2 ครั้ง ก็จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ธนาคารประกาศ หรือได้รับเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ หรืออาจต้องเสียภาษี 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ ซึ่งเงื่อนไขของแต่ละธนาคารจะแตกต่างกัน จึงควรศึกษาเงื่อนไขอย่างรอบคอบเพื่อจะได้ไม่เสียสิทธิที่พึงจะได้รับจากการฝากเงินประเภทนี้

         บัญชีเงินฝากแบบขั้นบันได (step-up account) จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันเป็นช่วงๆ เช่น ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนขั้นบันไดและโฆษณาจูงใจว่าได้รับผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยสูง แต่มักเป็นเพียงช่วงเดือนสุดท้ายเท่านั้น หากคิดจะฝาก ก็ต้องดูที่อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงต่อปีของทั้งโครงการ ซึ่งสถาบันการเงินต้องแจ้งให้เราทราบด้วย เพราะข้อมูลและการเปรียบเทียบดอกเบี้ยและผลตอบแทนที่แท้จริงต่อปีของทั้งโครงการของแต่ละธนาคารที่มีบริการบัญชีประเภทนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถเลือกฝากเงินของเราที่ตรงกับความต้องการของเราได้

         บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ เป็นบัญชีเงินฝากที่เหมาะกับผู้ที่มีรายรับหรือมีภาระค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศ สามารถใช้เงินในบัญชีมาทำธุรกรรมทางการเงินได้เลย โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนเงินบ่อยๆ ซึ่งลูกค้าสามารถเปิดได้ทั้งบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ และเงินฝากกระแสรายวัน โดยดอกเบี้ยรับที่ได้จะต้องเสียภาษีด้วย อย่างไรก็ตาม การฝากเงินเป็นเงินตราต่างประเทศจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และค่าบริการในการทำธุรกรรมสำหรับบัญชีประเภทนี้อาจจะสูงกว่าดอกเบี้ยที่ได้รับ

         นอกจากบัญชีเงินฝากเหล่านี้แล้ว ระยะหลัง ธนาคารพาณิชย์ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นเงินฝากควบกรมธรรม์ประกันชีวิต บัญชีเงินฝากประเภทนี้จะให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีปกติมาก แต่มีเงื่อนไขที่ผู้ฝากเงินจะต้องซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตในวงเงินตามที่กำหนด ข้อควรระวังและควรพิจารณาสำหรับบัญชีเงินฝากประเภทนี้ ก็คือ ความสามารถของผู้ฝากในการจ่ายเบี้ยประกันแต่ละปี ซึ่งบางกรมธรรม์สูงถึงปีละ 5 หมื่นบาท โดยจะต้องจ่ายตามระยะเวลาที่กรมธรรม์กำหนด เช่น 5 ปี 7 ปี หรือ 10 ปี แม้กรมธรรม์จะมีผลคุ้มครองยาวกว่าการจ่ายค่าเบี้ย แต่ผู้ฝากเงินก็ต้องพิจารณว่า สามารถที่จ่ายค่าเบี้ยประกันในจำนวนและระยะเวลาตามที่กำหนดได้หรือไม่ และควรศึกษาเพิ่มเติมว่า หากมีเหตุขัดข้องไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จะได้รับเงินคืนเท่าใด และจะมีผลกับบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงหรือไม่

         การศึกษาและทำความเข้าใจกับแหล่งที่เราจะนำเงินที่เก็บออมมาทั้งชีวิตไปลงทุน หรือไปฝากไว้เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่พอใจ เลี้ยงชีพตัวเองได้ในบั้นปลายชีวิต จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น ที่ต้องทั้ง “รู้เท่า” และ “รู้ทัน”