ข่าว

พี่ชายยัน ไม่เคยทอดทิ้งเสี่ยร้อยล้านให้ตกอับ

พี่ชายยัน ไม่เคยทอดทิ้งเสี่ยร้อยล้านให้ตกอับ

25 ก.ย. 2559

พี่ชายยันไม่เคยทอดทิ้งน้องชายอดีตเสี่ยร้อยล้านให้ตกอับ ชี้เหตุเร่ขอทาน-นอนวัด เพราะติดสุราหนัก ขายทรัพย์สินจนเมียโกรธขอแยกทาง เผย อยากให้เข้าบำบัด

            ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านย่านตลาดแก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แจ้งว่า มีชายสูงวัยถือไม้เท้าพยุงร่างกายเดินไม่สะดวก เนื่อง จากแขน-ขา ข้างซ้ายพิการ เร่ร่อนขอเงินและอาหารอยู่ในตลาด อ.แก้งคร้อ เป็นประจำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แก้งคร้อ และสำนักงานหน่วยงานพัฒนาสังคมและเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดชัยภูมิ (พมจ.ชัยภูมิ) ให้ความช่วยเหลือมาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 59 ที่ผ่านมา

            โดยนายสุพัฒน์ ทิพลักษณ์ รอง ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนางสาวกิติมา บุญโนนแต้ นักพัฒนาสังคมสงเคราะห์ ได้ร่วมสอบถาม ทราบชื่อชายเร่ร่อน คือนายสุทธิลักษณ์ (เฮียเล็ก) เลิศวานิชย์กุล อายุ 51 ปี อดีตเศรษฐีร้อยล้าน มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ และเป็นพี่น้องกับนักการเมืองท้องถิ่นตระกูลดัง ซึ่งแยกทางกับภรรยามากว่า 5 ปี ขณะที่ตัวนายสุทธิลักษณ์เองป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ความดัน เบาหวาน และติดเหล้าหนัก สุดท้ายกลายเป็นอัมพฤกษ์เดินเหินไม่สะดวก เบื้องต้นพัฒนาสังคมและเพื่อความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ(พม.) ได้รับตัวไว้ดูแลของศูนย์คนไร้ที่พึ่งไว้ก่อนเเล้ว
             นายโสภณ รอดชาติครับ ผอ. ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า เบื้องต้นทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ที่พัก อาหาร ยารักษาโรคและจัดให้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเพื่อรักษาสุขภาพซึ่งเฮียเล็กมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสดี และพร้อมกลับไปอยู่กับภรรยาและลูกเหมือนเดิมหากเป็นไปได้ ซึ่งพม.ได้ปรึกษาหารือกับนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล นายอำเภอแก้งคร้อ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งประสานญาติและภรรยาของเสี่ยเล็ก ในแนวทางการรักษาบำบัดโรคสุราและแก้ไขปัญหาภายในครอบครัวและญาติ ในวันจันทร์ที่ 26 กันยายนนี้
           ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายอัฎฐพล เลิศวานิชย์กุล หรือเสี่ยเฒ่า อายุ 53 ปี เจ้าของโรงงานผลิตและจำหน่ายที่นอนยี่ห้อชัยแก้ว ซึ่งยืนยันว่าญาติพี่น้องไม่ได้ทอดทิ้งนายสุทธิลักษณ์หรือนายเล็ก แต่เป็นเพราะนายเล็กน้องชาย ชอบดื่มสุราหนักและชอบเที่ยวเตร่ จนเมื่อเดือนสิงหาคม 2555 นายเล็กเริ่มเจ็บป่วยด้วยโรคเส้นเลือดสมองตีบ ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สุดท้ายก็ป่วยเป็นอัมพฤกษ์แขนขาข้างซ้ายอ่อนแรง ครอบครัวและภรรยาก็ไม่ได้ทอดทิ้ง แต่ที่นายเล็กต้องเร่ร่อนไปอาศัยวัดหรือโรงพยาบาลนอน ก็เพราะนายเล็กไม่ยอมเลิกพฤติกรรมดื่มเหล้าและเที่ยวเตร่ แม้เจ็บป่วยก็ไม่เคยรักษาตัวเอง เช่นหมอนัดทำกายภาพบำบัด ก็ไม่เคยไปแม้แต่ครั้งเดียว ภรรยาและลูกๆเคี่ยวเข็ญอย่างไรก็ไม่ใส่ใจ

            จนเมื่อปี 2556 นายเล็กแอบขายที่ดินไปหนึ่งแปลง ได้เงินมาเกือบ 2 แสนบาท ก็นำเงินไปเช่าโรงแรมนอนกว่าครึ่งปี และนำไปเที่ยวเตร่ ดื่มเหล้าจนเงินหมด ไม่มีเงินจ่ายค่าโรงแรม ภรรยาทนไม่ไหวจึงไม่ให้เข้าบ้าน จากนั้นนายเล็กก็กลับมาอยู่กับตนที่โรงงานที่นอนแต่ชอบดื่มเหล้า จึงได้เช่าบ้านใกล้ๆโรงงานให้นายเล็กอยู่ มีแม่บ้านทำอาหารไปส่งประจำ ต่อมาไม่นานก็หนีไปอยู่วัดแห่งหนึ่งละแวกบ้าน แต่ถูกเจ้าอาวาสเชิญออกจากวัด เพราะชอบดื่มเหล้าภายในวัดและส่งเสียงดัง จนต้องกลับมาอาศัยอยู่กับตนอีกครั้ง
            นายอัฎฐพล กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้นายเล็กจะขอเงินวันละ 400-500 บาท เพื่อไปซื้อสุราราคาแพงมาดื่ม แรก ๆ ก็ให้ ต่อมาก็ไม่ไหว จนล่าสุดก่อนที่จะเร่ร่อนไปขอเงินชาวบ้านและนอนตามโรงพยาบาลนั้น เมื่อปี 2557 นายเล็กได้แอบขายที่ดินอีกหนึ่งแปลง ได้เงินจากการขายที่ดินประมาณ 3 แสนบาท หลังจากได้เงินก็เหมารถตู้เที่ยวเตร่ตามโรงแรมหรูๆ 3 วันเงินหมด สุดท้ายครอบครัวของภรรยาสั่งห้ามเข้าบ้านเด็ดขาด และขอแยกทางตั้งแต่นั้น ซึ่งหลังแยกทางกับภรรยา ก็ไม่มีที่อยู่ กลับมาอยู่กับพี่ชายบ้าง แต่ก็อยู่ไม่นาน เพราะตนไม่ยอมให้เงินไปซื้อเหล้าเหมือนเดิม จนหนีออกจากบ้านอีกครั้ง ไปอาศัยนอนตามโรงพยาบาลอย่างถาวร แต่ก็ยังมาขอข้าว ขอเงินที่ร้านทุกวันๆ ละ 50 บาทบ้าง 100 บาทบ้าง เพื่อนำไปซื้อเหล้าดื่ม และหลังๆเมื่อได้เงินจากตนน้อยลง ก็เริ่มขอเงินจากคนรู้จักในตลาด  

             ทั้งนี้ อยากให้ราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำตัวน้องชาย ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม บำบัด เลิกดื่มสุราให้ได้เด็ดขาด โดยตนยินดีที่จะจ่ายเงินค่าดำเนินการให้ทุกเดือนอีกด้วย