ข่าว

กทม.เร่งเคลียร์"สภาเสาชิงช้า" หลังยื้อลงนามร่างงบปี 60

กทม.เร่งเคลียร์"สภาเสาชิงช้า" หลังยื้อลงนามร่างงบปี 60

26 ก.ย. 2559

ผุสดี บอก ต้องไปตกลงกันก่อน หากตกลงได้ จึงจะลงนาม

 

            นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม. ในฐานะดูแลกำกับสำนักการคลังและสำนักงบประมาณ กล่าวในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงาน ครั้งที่ 9 ซึ่งมีนางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯกทม. ในฐานะรักษาผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุม ว่า การดำเนินการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2560 อาจไม่ทันประกาศใช้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ดังนั้นจึงให้สำนักงบประมาณ (สงม.) จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติการบริหารงบประมาณประจำปี 2559 นำเสนอผู้ว่าฯกทม. พิจารณา เพื่ออนุมัติหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อนำมาใช้ในปีงบประมาณ 2560 ไปพลางก่อน ก่อนจะแจ้งเวียนผู้บริหารหรือหัวหน้าหน่วยงานที่จะต้องลงนามเอกสารสำคัญเกี่ยวกับงบประมาณ ให้รับทราบแนวทางปฏิบัติการบริหารงบประมาณประจำปี 2559 ต่อไป อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าว ยังไม่เคยเกิดขึ้นกับหน่วยงานกทม. จึงนับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น 

         ส่วนนางผุสดี ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆว่า ต้องไปตกลงกันก่อน หากตกลงได้ จึงจะลงนามประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้เบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2560 ได้

           ด้านร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ภายหลังที่สภากทม.ส่งรายละเอียดการพิจารณางบประมาณไปยังฝ่ายบริหารกทม.เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารมีเวลา 30 วันในการตรวจสอบร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ซึ่งจะครบ 30 วันในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิที่ฝ่ายบริหารจะดำเนินการได้ ส่วนสาเหตุที่ฝ่ายบริหารยังไม่ลงนามเพื่อการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ฝ่ายบริหารให้เหตุผลว่าร่างข้อบัญญัติฯยังไม่ชัดเจนในข้อกฎหมายบางข้อในช่วงการพิจารณางบประมาณตั้งแต่วาระ 1-3 ก็เป็นสิทธิของฝ่ายบริหารที่จะตั้งข้อสังเกตในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายบริหารเคยมาหารือกับสภากทม.บ้างแล้ว แต่ยังไม่มีข้อสรุป 

            "ไม่อยากให้มองว่ามีความขัดแย้งกัน เพราะยังอยู่ในช่วงเวลา 30 วันที่ฝ่ายบริหารจะตรวจสอบร่างข้อบัญญัติฯฉบับนี้ ซึ่งทางออกมีเยอะไปหมด แต่ขอให้ฝ่ายบริหารตั้งประเด็นให้ชัด เพราะสภากทม.ต้องการความเข้าใจร่วมกันเพื่อหาทางออกโดยไม่ขัดกับกฎหมาย เจตนาของผมต้องหารือ ต้องคุยกัน ต้องยอมรับเหตุผลทั้งสองฝ่าย เพราะตอนนี้ถือยังมีเวลาเคลียร์ปัญหา"ประธานสภากทม. กล่าว

             ขณะที่นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล สมาชิกสภากทม. ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 กล่าวว่า หากไม่มีการลงนามฯจริง ฝ่ายบริหารอาจจะใช้งบประมาณของปี 2559 ที่ยังไม่หมดส่วนหนึ่งเพื่อบริหารไปก่อน ส่วนเงินเดือนข้าราชการและบุคลากรเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าไม่กระทบแน่นอน ขณะที่งบประมาณผูกพันในโครงการต่างๆ ของสำนักก็ไม่มีผลกระทบ เพียงแต่จะกระทบงานพัฒนาบางส่วนที่เป็นโครงการใหม่ที่ยังไม่สามารถเบิกใช้งบของปี 2560 ได้ ซึ่งที่ผ่านมาทราบมาว่าฝ่ายบริหารได้พยายามหารือกับสภากทม. แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป หลังจากมีกระแสข่าว่าฝ่ายบริหารจะยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ภายหลังมีคนบอกว่าเป็นเรื่องภายใน ทำให้ฝ่ายบริหารได้ยกเลิกจะยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาไปแล้ว

             นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในอดีตถือว่าการพิจารณางบประมาณไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่นหรือพรรคฝ่ายค้าน พรรคฝ่ายรัฐบาล เมื่อผ่านการพิจารณาวาระ 3 แล้ว ก็ถือว่าดำเนินการเสร็จสิ้นไม่ได้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นมา แต่ทางฝ่ายบริหารก็ให้เหตุผลว่าต้องตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนที่จะลงนามและมีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งสมาชิกสภากทม.ทุกคนยืนยันว่ามีอำนาจในการพิจารณางบประมาณ โดยเฉพาะคณะกรรมการวิสามัญฯได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ซึ่งการตัดงบประมาณ 941 ล้านบาทก็พบว่าไม่มีความจำเป็น หากภายในเดือนก.ย.2560 ถ้ากทม.จัดเก็บงบประมาณได้ตามเป้าหมายได้ เงินที่เหลือ 941 ล้านก็จะตกเป็นเงินสะสม ซึ่งฝ่ายบริหารสามารถเสนอสภากทม.เพื่อตั้งงบประมาณขึ้นก็สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามหากมีการลงนามและมีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรเสียหายกับกทม.

             ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา สภา กทม.เห็นชอบข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ในวาระสองและสาม งบประมาณ 76,577,417,000 บาท โดยคณะกรรมการวิสามัญงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ได้มีการตัดงบประมาณไปจำนวน 941.5 ล้านบาทที่เห็นว่าไม่มีความจำเป็น คงเหลือจำนวน 75,635,821,500 บาท ทำให้งบประมาณในปี 2560 จึงเป็นงบประมาณรูปแบบงบเกินดุล หากกทม.สามารถทำการจัดเก็บรายได้ในปี 2560 ได้ตามเป้าหมายทั้งสิ้น 76,000 ล้านบาท งบเกินดุลก็จะตกเป็นเงินสะสมของกทม. ซึ่งฝ่ายบริหารกทม.สามารถขอเสนอข้อบัญญัติงบประมาณกลางปี เพื่อขอจัดสรรงบประมาณส่วนที่เหลือไปใช้ ในโครงการที่มีความจำเป็นอื่นๆต่อไป โดยได้มีมติเห็นชอบในวาระสองและสาม และส่งให้ผู้บริหารลงนามและมีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้เบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2560 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2559 เป็นต้นไป แต่ฝ่ายบริหาร กทม.ยังไม่มีการลงนามเพื่อประกาศใช้ เนื่องจากเห็นว่าสภากทม.ไม่มีอำนาจในการตัดงบประมาณ อย่างไรก็ตามฝ่ายบริหาร นำโดยนางผุสดี รักษาราชการแทนผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยรองผู้ว่าฯกทม.อยู่ระหว่างเตรียมรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งให้กฤษฎีกาตีความว่า สภา กทม.สามารถตัดงบประมาณประจำปี ที่ผ่านวาระแรกมาแล้ว ได้หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีการตัดงบประมาณที่ผ่านการพิจารณาแล้วมาก่อน

 

/////////



ส่งจาก iPhone bird sound