
เทพไทแนะเสื้อแดงรับฟังความเห็นอานันท์
เทพไทแนะเสื้อแดงรับฟังความเห็นอานันท์ เหตุเป็นบุคคลที่มีต้นทุนทางสังคมสูง-เป็นกลาง-ปรารถนาดีต่อบ้านเมืองมาตลอด ชี้ ไม่ควรพูดจาเยาะเย้ยถากถาง โจมตี โฆษกฯปชป. เชื่อ ลิ่วล้อทักษิณ ยกเหตุการณ์ จลาจลรากหญ้า เจตนาเตรียมการเพื่อนำความขัดแย้งจากการถ
(14ส.ค.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีแกนนำกลุ่มเสื้อแดง วิจารณ์การแสดงความคิดเห็นและการให้สติแก่คนเสื้อแดงของนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีเรื่องการถวายฎีกาว่า นายอานันท์เป็นบุคคลที่มีต้นทุนทางสังคมสูง และแสดงท่าทีที่เป็นกลางและปรารถนาดีต่อบ้านเมืองมาตลอด คนเสื้อแดงควรจะรับฟัง ไม่ควรพูดจาเยาะเย้ยถากถาง โจมตีนายอานันท์
“ไม่เช่นนั้นต่อไปคนที่เป็นผู้ใหญ่ในสังคมจะไม่กล้าออกมาเตือนสติกับสังคม เพราะถูกนักเคลื่อนไหวรับจ้างรุ่นเด็ก ๆ ลามปาม รวมถึงการท้าทายพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้แสดงความคิดเห็นเรื่องถวายฎีกา และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่คนเหล่านี้พยายามดึงพล.อ.เปรมมายุ่งเกี่ยวการเมืองและใส่ร้ายว่าพล.อ.เปรมคือหัวหน้ากลุ่มอำมาตยาธิปไตยที่แท้จริง ผมคิดว่าคนเหล่านี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เพราะฉะนั้นไม่มีหลักประกันอะไรว่าคนเหล่านี้จะไม่จาบจ้วงไปถึงสถาบันเบื้องสูง เพราะแม้แต่สถาบันองคมนตรี คนเหล่านี้ก็ยังจาบจ้วงไม่เว้นแต่ละวัน ” นายเทพไท กล่าว
"ปชป.”ชี้“ลิ่วล้อทักษิณ"ปูดจะเกิดจลาจลรากหญ้าหวังสร้างความขัดแย้ง
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ระบุว่าจะเกิดเหตุการณ์จลาจลรากหญ้า และเกิดการเปลี่ยนแปลงเทียบเท่ากับเหตุการณ์ปี 2475 ภายใน 3 เดือนนี้ ว่า พรรคขอแสดงความห่วงใยต่อการใช้คำพูดลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะการพูดถึงเหตุการณ์ 2475 ซึ่งแตกต่างจากความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว จึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่พูดถึงเรื่องการลุกฮือของประชาชนในลักษณะเทียบเคียงกับเหตุการณ์ 2475 และยังพูดเรื่องเหตุจลาจลด้วย เพราะครั้งสุดท้ายที่นายประชากล่าวถึงเหตุการณ์จลาจลได้นำไปสู่เหตุเผาบ้านเผาเมืองช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา
“การกล่าวเช่นนี้ทำให้เกิดคำถามว่า การประกาศของแกนนำนปช.ท่านอื่นที่ว่าจะไม่เคลื่อนไหวต่อเนื่องอีกหลังจากที่ยื่นถวายฎีกาแล้วนั้น จะเป็นไปตามคำกล่าวนั้นหรือไม่ เพราะการบอกว่าสถานการณ์การเมืองจะนำไปสู่การจลาจลเคยเกิดขึ้นมาแล้ว และต้องถือว่าคำดังกล่าวไม่ได้เป็นการพยากรณ์ แต่เป็นการแสดงเจตนาในการเตรียมการเพื่อนำความขัดแย้งจากการถวายฎีกา นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามที่กล่าวไว้จริง จึงอยากขอร้องทุกฝ่ายที่เตรียมการเรื่องนี้ ขอให้นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติที่บาดเจ็บและเจ็บปวดกับเหตุการณ์ความรุนแรงในอดีตมามากแล้ว และขณะนี้คนไทยมีความคาดหวังว่าประเทศชาติ จะเข้าสู่ความสงบสุข สมานฉันท์และเดินหน้าต่อไปได้ ” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว



