ข่าว

แก้ลำในเกมอำนาจ

แก้ลำในเกมอำนาจ

15 ส.ค. 2552

อืมม์...ใครว่าผู้นำรัฐบาลออกแนวใกล้เป็น “ขิงอ่อน” เสี่ยงต่อการฝ่อก่อนเวลาอันควร เพราะทนต่อแรงเสียดทานต่อเนื่องไม่ไหว ต้องประเมินฝีมือกันใหม่ หลังจากถูกหัวหน้าตำรวจลูบคมซึ่งหน้า แล้วหาหนทางแก้ลำ แก้เผ็ดสำเร็จ

 “เสี่ยป๊อด” หัวหน้าตำรวจตกอยู่ในสภาพเหมือนโดนเนรเทศไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคไต้ ให้ทำงานที่นั่นจนถึงวันที่ 18 เพื่อจัดการปัญหาโจรก่อการร้ายในพื้นที่ จะสำเร็จหรือไม่ เป็นการพิสูจน์กึ๋นและความสามารถโดยแท้

 การถูกเนรเทศไปยังดินแดนเต็มไปด้วยความเสี่ยงสูง คงเป็นเพราะว่าผู้นำรัฐบาลทนไม่ได้กับพฤติกรรมทดสอบ เล่นลักไก่ ท้าทายอำนาจหัวหน้ารัฐบาล หลังจาก “เสี่ยป๊อด” ลาไปเมืองจีนจนถึงวันที่ 14 แล้วดอดกลับมาก่อน

 อ้างว่ากลัวมรสุมจากพายุ “มรกต” แต่ถูกมองว่าเป็นการรีบกลับเพื่อแก้ปัญหามรสุมชีวิตมากกว่า โดยเฉพาะรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจทั่วประเทศ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่นายตำรวจหลายคนถูกสงสัยว่าต้องการสะสมทุน

 หารู้ไม่ว่า “มรกต” ไม่ร้ายแรงเท่ามรสุมชีวิต การถูกส่งไปให้พิสูจน์กึ๋นเท่ากับเป็นการประจาน และลงโทษพร้อมกัน ทั้งๆ ที่ “เสี่ยป๊อด” ได้แสดงความล้มเหลวก่อนหน้านั้นในกรณีการประชุมอาเซียนล่มในพัทยา และนายกฯ โดนคนเสื้อแดงรุมล้อมไล่ฆ่าภายในกระทรวงมหาดไทย กลายเป็นรอยด่างในชีวิต

 การแก้ลำ แก้เผ็ด แบบสะเด็ดน้ำครั้งนี้ ผู้นำรัฐบาลจัดการแบบนิ่มๆ ให้รู้ทั้งรู้ แต่ “เสี่ยป๊อด” ได้แต่ทำตาปริบๆ หมดสิทธิ์ไปยุ่มย่ามกับโผโยกย้ายนายตำรวจ ซึ่งจะเป็นขุมทรัพย์กองสุดท้าย เป็นทุนใช้ชีวิตยามชราภาพของผู้ใหญ่

 การสั่งเนรเทศครั้งนี้เป็นเพียงบทเรียนให้ “เสี่ยป๊อด” รู้ว่าความอดทนของผู้นำรัฐบาลมีจำกัด การเร่งกลับมาจากเมืองจีน และแสดงความขยันทำงานเกี่ยวกับโผรายชื่อตำรวจ เท่ากับเป็นการฟ้องให้เห็นความผิดปกติ

 เมื่อถูกเนรเทศไปภาคใต้ ต้องรอดูว่า “เสี่ยป๊อด” จะมีข้ออ้างอะไรเพื่อกลับเมืองหลวงก่อนกำหนด โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

 ถ้ากลับมาจริง จะหลบแวบเข้าสำนักงาน ควานหารายชื่อตำรวจหรือไม่  “เสี่ยน้อย” คนรักษาการรอบ 2 น่าจะเอาไปให้พ้นความเสี่ยงต่อการโดนค้นพบ

 คราวที่แล้วตายใจ นึกว่า “เสี่ยป๊อด” ไม่มาก่อนกำหนด จึงถูกคว้าไปดูกับกลุ่มลูกน้องที่ไว้ใจได้ มีส่วนได้ ส่วนเสีย จนถูกแก้ลำ รับส่วนเสียเละอยู่คนเดียว จากนี้ไปต้องดูว่าโผเดิมจะถูกพลิก ปลิ้น เปลี่ยน จนไม่เหลือตออ๊ะป่าว

 เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมมีความเสี่ยงว่าถ้าแผนปรับเปลี่ยนโครงสร้างตำรวจไม่เป็นผลบังคับภายในเวลากำหนดไว้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อาจต้องโดนเลื่อนไปเป็นเดือนตุลาคม ทำให้โผนายพลก่อนหน้านั้นต้องถูกรื้ออีกรอบ

 แต่ก่อนหน้านั้น “เสี่ยป๊อด” น่าจะรู้แล้วว่าโดน ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดร้ายแรงแค่ไหน เกี่ยวกับชนักปักหลัง ต้นเหตุของการโดนโยกไปกำจัดยุงร้ายในทำเนียบฯ ยุค “เสี่ยสมชาย ณ ตู้เย็น” เป็นใหญ่ในสถานภาพนอมินีคนหนีคุก

 อาจจะเป็นเพราะ “เสี่ยป๊อด” แสดงฝีมือในการกำจัดยุงร้ายในทำเนียบจนไม่เหลือพันธุ์ มีความดีความชอบ จนได้หวนคืนสู่ตำแหน่งอย่างโอ่อ่า

 อ๊ะ! เมื่อมีผลดี ย่อมมีผลเสีย ฝีมือในการปราบยุงในทำเนียบคงเป็นแรงกระตุ้นให้ “เสี่ยมาร์ค” ส่ง “เสี่ยป๊อด” ไปจัดการยุง ตัวแพร่เชื้อโรคชิคุนกุนยา ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนในพื้นที่นั้นต่อไป

 ถ้าสำเร็จ น่าจะสร้างความดี ความชอบ ให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป จนถึงวันเกษียณอายุ แต่ไม่ต้องมาทำงาน ให้ต่อมขยันพักร้อนชั่วคราวจนวันสุดท้าย

 เป็นการเตรียมตัว เตรียมใจ สำหรับการชี้มูลความผิดโดย ป.ป.ช. รวมทั้งการใช้เวลาศึกษาข้อกฎหมายให้ละเอียด เพื่อเตรียมตัวไปเถียงกับอัยการในศาลในกรณีถูกกล่าวหาว่าฆ่าฟันประชาชนในวันที่ 7 ตุลาคม หน้ารัฐสภา

 ใครจะรู้ ประวัติศาสตร์อาจจารึกไว้ว่า “เสี่ยป๊อด” เป็นหัวหน้าตำรวจคนแรกในยุคใหม่ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งจนวันสุดท้ายก่อนเกษียณ แม้จะไม่ได้ทำงานก็ตาม เหมือน “เสี่ยสมชาย” เป็นนายกฯ แต่ไม่มีโอกาส วาสนาได้เข้าทำเนียบ

 การแก้เผ็ดคราวนี้ “เสี่ยมาร์ค” ไม่ต้องการตีงูให้หลังหักรอบสอง จึงส่งสัญญาณให้วอลล์เปเปอร์ คนเดินข้างกายเฉียงไปด้านหลัง ออกมากระทุ้งเรื่องการซื้อตำแหน่ง มีวงเงินเกี่ยวโยงเป็นพันๆ ล้านบาท หรือหัวละ 2-5 ล้านบาท

 ก่อนนั้น “เสี่ยป๊อด” ส่งเสียงออกแนวไร้เดียงสา บอกว่าเป็นตำรวจมาไม่เคยได้ยินว่ามีการใช้เงินซื้อตำแหน่ง ก็อาจจริง คนขายตำแหน่งคงไม่พูดให้ตัวเองเสียหาย เรื่องแบบนี้เป็นการสมยอม ผู้ซื้อเต็มใจ ผู้ขายสนองตอบ

 โดนสั่งให้ไปปราบยุงพาหะโรคชิคุนกุนยาแบบนี้ “เสี่ยป๊อด” ยังมีพิษตกค้างหรือไม่ เพราะชาวบ้านเชื่อว่า ตำรวจดี คือตำรวจที่ตายแล้ว หมดฤทธิ์เดชเท่านั้น ใครจะรู้ว่า “เสี่ยป๊อด” มีก๊อกสุดท้ายแก้เกมอ๊ะป่าวนิ! อิอิอิ!!!