ข่าว

ช้าง

ช้าง

15 ส.ค. 2552

ในวรรณคดี “ขุนช้าง ขุนแผน” ได้บรรยายถึงช้างจากป่าที่ถูกมนุษย์จับมาผูกล่ามโซ่อยู่ในเมือง มีความตอนหนึ่งว่า

 “งวงพาดงาเหงากับเสาตะลุง 
 ตาจะมุ่งมองอะไรเมื่อใจหมอง
 น้ำตาซาบอาบหน้าอยู่เนืองนอง
 ทั้งสองข้างมีงาไม่กล้าแทง”...

 สภาพอาการของช้างไทยในเวลานี้ก็น่าจะเป็นอย่างที่บทกลอนนี้กล่าวถึง เมื่อต้องจากบ้านป่ามาตกระกำลำบากอยู่ภายในเมืองกรุงและเมืองใหญ่อื่นๆ นับว่าเป็นยุคน่าเวทนาและโศกนาฏกรรมใหญ่ของช้างไทยทีเดียว

 เท่าที่รู้อายุช้างโดยเฉลี่ย 60-70 ปี แต่ที่ผมเคยเห็นอายุกว่าร้อยปีก็มีที่ยังถูกควาญพามาเที่ยว เร่ร่อนหากินอยู่ในกรุงเทพฯ และเท่าที่เป็นข่าวช้างหลายเชือกต้องมาตายก่อนถึงวัยอันควรด้วยอุบัติเหตุอันน่าเศร้า

 ช้างเมื่อจากบ้านป่าเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่ ต้องประสบภัยหลายอย่างที่ช้างเองก็คงคาดไม่ถึง เช่น ถูกรถยนต์ทับตาย ถูกไฟฟ้าช็อต ตกท่อ ตกคู นอนกลิ้งอยู่ข้างถนน ได้แต่ชูงวงร้องไห้ ช่วยตัวเองไม่ได้

 คนที่ไม่ได้รักช้างจริง แต่ใช้ช้างหาประโยชน์ เช่นใช้ช้างทำงานหนักแบบหามรุ่งหามค่ำ เอายาบ้าให้กิน หรือสวมสิทธิ์ช้างป่าเข้ามาเป็นช้างบ้าน ทำทารุณกรรมต่างๆ ก่อนที่จะส่งขายให้นายทุนตัวละ 4-5 แสนบาท ก็มีอยู่มากเช่นกัน

 ทั้งช้างป่าช้างบ้านที่เคยมีอยู่ในไทยมากนับเป็นแสน ขณะนี้จึงเหลืออยู่แค่ 4,000-5,000 ตัวเท่านั้น

 มีคนบอกว่าโดยปกติแล้ว ช้างต้องกินน้ำอย่างน้อยวันละ 15 ปี๊บ จะต้องได้กินพืชผลไม้อย่างน้อย ไม่ต่ำกว่าวันละ 130 กิโลกรัม ที่เที่ยวเร่ร่อนและมีผู้ใจบุญซื้อของให้กินนั้น จะได้ตกถึงท้องช้างสักเท่าไหร่ ก็ไม่รู้

 ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ของโลกที่ยากจะยืนอยู่บนโลกได้ต่อไปนี้ มีแต่คนเท่านั้นที่จะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือช้างอย่างจริงใจให้ดำรงอยู่ต่อไปได้ โดยไม่ลำบากอดอยากหรือว่าต้องสูญสิ้นพันธุ์ไปในที่สุด

 โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยที่ช้างเคยมีคุณต่อแผ่นดินหนักหนา

 ช้างเคยออกศึกช่วยกู้ชาติบ้านเมืองไว้ ช่วยลากซุงจูงไม้ตามหุบเหวภูเขาสูงลงมาสร้างบ้านแปง เมือง ให้คนไทยอยู่สุขสบาย ทั้งขายป่าขายไม้ให้ฝรั่งชาติต่างๆ จนมั่งคั่งร่ำรวยกันมาก็เยอะ ด้วยบุญคุณของช้างแต่ละรุ่น

 ถึงเวลาที่รัฐบาลไทยและคนไทยทั้งหลาย จะต้องร่วมมือกันช่วยช้างอย่างจริงจังแล้วละครับ หลังจากที่ได้รักและเห่อ “หลินปิง” กันมานานแล้ว