
เตรียมทวงสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ ให้นักโทษในเรือนจำ
"กลุ่ม24มิถุนา"เตรียมเคลื่อนไหวทวงสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ให้นักโทษหลังพบถูกละเมิดสิทธิทุกอย่าง ตั้งข้อสังเกตกรมราชทัณฑ์ได้รับงบปีละหมื่นล้านบาท ทำไมไม่ปรับปรุง
ที่อนุสรณ์สถาน 14ตุลา สี่แยกคอกวัว กลุ่ม24มิถุนาประชาธิปไตย จัดเสวนา เรื่อง "สิทธิของเสรีภาพ ความทรงจำในกรงขัง" โดยมีนักเคลื่อนไหวและนักสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมเวทีเสวนา ทั้งนี้ในงานดังกล่าวมีประชาชนจำนวนหนึ่งให้ความสนใจเข้าร่วมฟังเนื้อหา ซึ่งรวมถึงน.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอปิโด อดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) ซึ่งเคยต้องโทษคดีหมิ้นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และได้รับพระราชอภัยโทษแล้วเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ร่วมฟังงานเสวนาดังกล่าวด้วย
โดยนายรังสิมันต์ โรม นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ตนต้องเข้าเรือนจำ ถึง 2 ครั้ง พบว่าความเป็นอยู่ในเรือนจำไม่มีคุณภาพ อาทิ อาหาร, ยารักษาโรค, น้ำดื่ม และบางกรณีพบการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อาทิ การถ่ายวิดีโอระหว่างที่นักโทษอาบน้ำรวม เป็นต้น ซึ่งกรณีดังกล่าวตนมองว่าสภาพในเรือนจำควรปรับปรุงเพื่อให้นักโทษสามารถปรับตัวได้ แต่ความไม่มีคุณภาพดังกล่าวพบว่าทำให้สภาพภายในเรือนจำมีสภาพไม่ต่างจากนรก ทั้งนี้ยังพบว่ามีนักโทษบางคนต้องขโมยของจากนักโทษรายอื่นที่ญาติส่งมาให้ เช่น น้ำดื่ม,รองเท้า เป็นต้น นอกจากนั้นภายในเรือนจำยังปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของนักโทษ ผ่านทางหนังสือพิมพ์รายวัน หรือรายการข่าวทางโทรทัศน์
ขณะที่น.ส.ดารณี ซึ่งได้รับเชิญขึ้นเวทีเป็นกรณีพิเศษกล่าวถึงประสบการณ์ในเรือนจำหญิง ว่า ชีวิตความเป็นอยู่ในทัณฑสถานหญิง ทั้งอาหาร, การรักษาโรค ไม่มีคุณภาพ ซึ่งตนแปลกใจกรณีที่กรมราชทัณฑ์ประมูลผู้ประกอบอาหารในเรือนจำทำไมต้องผูกขาดเป็นผู้ประกอบการรายเดิมและรายเดียว ขณะที่ร้านขายอาหารภายนอกให้กับนักโทษมีสภาพไม่ต่างกัน เช่น ผัดกระเพราซี่โครงไก่สับ ราคาถุงละ35บาท เป็นต้น ทั้งที่กรมราชทัณฑ์ได้รับงบประมาณปีละไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาทแต่ไม่สามารถดูแลความเป็นอยู่ของนักโทษในเรือนจำให้ดีได้ โดยภาวะที่แย่ที่สุดสำหรับตน คือ ทางเรือนจำให้ใช้ขันน้ำพลาสติกใบเดียว เป็นทั้งขันอาบน้ำ, ขันดื่มน้ำ และชามข้าว ขณะที่การดูแลในเรือนจำ เจ้าหน้าที่ในเรือนจำ หรือ ผู้คุมนั้นพบว่ามีการปกครองด้วยอารมณ์ ไม่ใช้เหตุผล เช่น กรณีที่ผู้คุมอารมณ์ไม่ดี เห็นใครไม่สบอารมณ์ สั่งให้ทำโทษยกห้อง ด้วยการยืน 1ชั่วโมง, แทงปลาไหล เป็นต้น ทั้งนี้ตนมองว่าการนำผู้ต้องหาฝากขังในเรือนจำ ถือเป็นเรื่องเป็นปลายเหตุ หากกลัวผู้ต้องหาหลบหนีควรตั้งเงินประกันให้สูง หรือฝังไมโครชิฟ เป็นต้น
ด้านนายณัชปกรณ์ นามเมือง นักวิชาการในโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวว่า สิทธิของนักโทษไม่ควรแตกต่างจากมนุษย์ปกติ เพราะเรือนจำเป็นเพียงพื้นที่จำกัดเสรีภาพชั่วคราว แต่สิทธิอื่นๆ เช่น สิทธิส่วนตัว สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิในการรับการรักษาพยาบาล ไม่ควรถูกจำกัดหรือได้รับต่างจากบุคคลทั่วไปที่อยู่ภายนอกเรือนจำ ทั้งนี้จากการศึกษาของไอลอว์ พบว่าเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล มีการเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้บัญชาการเรือนจำกรุงเทพ รวมถึงเปลี่ยนนโยบาย เช่น กฎ10รายชื่อ โดยให้นักโทษเขียนชื่อ10รายชื่อเพื่อให้บุคคลในรายชื่อดังกล่าวเข้าพบนักโทษได้ ซึ่งกฎดังกล่าวกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2555 แต่ถูกบังคับใช้โดยเคร่งครัดหลังการรัฐประหาร 2557 ทั้งที่กฎดังกล่าวเป็นกติการะดับของการใช้ดุลยพินิจเท่านั้น ขณะที่การส่งจดหมายหรือการเข้าพบของญาตินักโทษ ไม่มีความเป็นส่วนตัวที่จะเล่าเรื่องความคับแค้นภายในเรือนจำให้กับญาติที่เข้าเยี่ยมได้
"ทั้งนี้มีเรือนจำใหม่เกิดขึ้น คือ เรือนจำนครไชยศรี หรือ เรือนจำทหาร มทบ.11 โดยเป็นสถานที่จองจำคุณอาเดม คาราดัก ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดย่านราชประสงค์ ที่พบว่าการทำคดี ที่ทนายต้องพูดคุยกับคุณอาเดมพบว่าไม่สามารถทำได้อย่างอิสระ โดยทหารที่เป็นผู้คุมนั้นกำหนดให้เขียนคำถามเพื่อสอบถามคุณอาเดม ซึ่งบางคำถามนั้นพบว่าทหารได้ตัดคำถามบางประเด็นออก ซึ่งถือว่าเป็นการกระทบต่อสิทธิการต่อสู้คดีในชั้นศาลอย่างมาก" นายณัชปกร กล่าว
ขณะที่นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมือง กล่าวว่าจากปัญหาที่ถูกสะท้อนต่อสภาพของผู้ต้องขังในเรือนจำ ยอมรับว่ามีบางประเด็นที่เป็นข้อร้องเรียนมาถึง กสม. อาทิ การตรวจร่างกายของผู้ต้องโทษเพศหญิง ของกรมราชทัณฑ์ที่มีข้อกำหนดต้องเปิดดูอวัยวะเพศของผู้ต้องโทษ ในสถานที่ที่ไม่ได้ปิดมิดชิด หรือเป็นส่วนตัว ซึ่งกรณีดังกล่าวได้ดำเนินการร้องขอไปยังกรมราชทัณฑ์ให้ปรับปรุงและแก้ไขแล้ว ขณะที่การดูแลอนามัยเจริญพันธุ์ของนักโทษเพศหญิง พบว่าในปี 2559 รัฐบาลมีนโยบายให้ประหยัดน้ำ ทำให้นักโทษหญิงได้รับอนุญาตให้อาบน้ำได้น้อยลงกว่าปกติโดยใช้ค่าการใช้น้ำเป็นตัวชี้วัด ซึ่งเป็นความกังวลต่อการดูและอนามัยของนักโทษหญิงช่วงมีประจำเดือน ส่วนนักโทษที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่ยังไม่ได้แปลงอวัยวะเพศถูกส่งตัวไปยังแดนของนักโทษชายมีความเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างมาก ทั้งนี้ต่อประเด็นดังกล่าวมีแนวทางที่จะแก้ปัญหา โดยล่าสุดประเทศไทยได้ลงนามในกติกาสากล ว่าด้วย มาตรฐานต่อการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยเฉพาะการกำหนดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายนอกที่เข้าถึงผู้ต้องขังในเรือนจำทุกแห่งที่อยู่ภายใต้การกำกับของ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรมแล้ว
"เป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมาก ต่อประเด็นการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง และให้คำนิยามนักโทษทางความคิด เพราะผู้ต้องขังเหล่านั้นไม่ได้ก่ออาชญากรรม แต่เป็นเพียงผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ บางเรื่องที่วันนี้จะผิด แต่วันหน้าเรื่องเหล่านี้อาจจะไม่ผิดก็ได้ ถือเป็นความท้าทายในสังคมไทย ว่าจะเป็นสังคมที่แตกต่างหลากหลายได้อย่าง โดยสามารถอดทนต่อคนที่เห็นต่าง เคารพความคิดเห็นของทุกคน มีความอดกลั้นที่รับฟังกันมากขึ้น ช่วงของการเปลี่ยนผ่านสังคมจะถูกท้าทายด้วยว่าเป็นเพื่อนร่วมชาติจริงๆ ที่พูดกันทุกวันนี้หรือไม่"นางอังคณา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้ายของการเสวนา น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก ผู้ประสานงานกลุ่มฯ กล่าวว่าทางกลุ่มจะผลักดันแนวทางที่นำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพชีวิต สิทธิในเรือนจำ เช่น การเข้าเยี่ยมนักโทษ ตามประเด็นที่นักโทษร้องเรียน โดยความตั้งใจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อผู้ต้องโทษในเรือนจำทุกคน ไม่เฉพาะนักโทษทางการเมืองหรือเเฉพาะนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชาสุภาพ สมาชิกกลุ่ม24มิถุนาประชาธิปไตย ที่อยู่ระหว่างจองจำเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้น ขอให้ทางอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองของกรรมการสิทธิฯจัดเวทีเพื่อรับฟังความเห็นของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรวมถึง อดีตนักโทษ ญาติ ผู้ต้องหา และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อนำไปเป็นแนวทางเพื่อแก้ปัญหาต่อไป
-----------



