ข่าว

คำถามที่ต้องมีคำตอบ

คำถามที่ต้องมีคำตอบ

15 ส.ค. 2552

คณะนายตำรวจสืบสวนกรณีการลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกหมายจับทหารชั้นประทวน และตำรวจชั้นประทวนหนึ่งนาย โดยยังไม่ได้ตัวมาสอบสวน จึงเป็นความพิศวงว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีปัญหาเรื่องขีดความสามารถในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีหรือไม่

 หรือมีข้อจำกัดต่อเมื่อผู้ต้องหาเป็นกลุ่มคนมีสีมีแรงหนุนจากอำนาจและอิทธิพลเท่านั้น และคณะกรรมการสอบสวนยังออกหมายจับทหารชั้นประทวนอีกหนึ่งนาย สังกัดศูนย์สงครามพิเศษในคดีเดียวกันและยังไม่ทราบว่าจะได้ตัวมาหรือไม่

 คำถามก็คือ ผู้ต้องหาเหล่านี้มีความโกรธแค้นหรือผิดใจอะไรกับนายสนธิ จึงต้องลงมือสังหารด้วยอาวุธสงครามร้ายแรงกลางเมืองในช่วงที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และยังมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ ผู้ลงมือและผู้สมรู้ร่วมคิดยังมีอีกหลายนาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป ในคดีนี้จึงเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกันว่าหน่วยงานของรัฐ เช่น ตำรวจและทหารมีบุคลากรพร้อมที่จะละเมิดกฎหมายอาญาไล่ล่าสังหารประชาชนกลางเมืองโดยไม่คำนึงว่าจะสร้างความเสียหายให้แก่องค์กร และยังฟ้องให้เห็นอีกว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้รับการอบรมบ่มสอนให้แยกแยะว่าภารกิจอันใดถูกต้องหรือผิดกฎหมาย โดยเฉพาะมีคำสั่งจากผู้ที่มีอำนาจหรือตัวเองเกรงใจให้ล่าสังหารผู้อื่น

 รัฐบาลจึงมีหน้าที่หาคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งขีดความสามารถของตำรวจในการเอาตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษ และสาวลึกถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังมีมูลเหตุจูงใจและสินจ้างที่จะได้รับ รวมทั้งผู้สั่งการว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดและมีวัตถุประสงค์เช่นใดในการกำจัดนายสนธิ  เพราะกระบวนการรักษากฎหมายและระบบนิติรัฐจำเป็นต้องน่าเชื่อถือ เพื่อให้ประเทศได้อยู่ในสังคมซึ่งพัฒนาแล้วในการจัดการกับปัญหาด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย แทนการใช้วิธีศาลเตี้ยหรือสั่งนักล่าสังหารให้ลงมือ

 ในขณะเดียวกันผู้ได้รับมอบหมายภารกิจด้านการสอบสวนมีเวลาจำกัด เพราะต้องเกษียณอายุเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมานั้นพฤติกรรมของนายตำรวจหลายคนสะท้อนให้เห็นว่า การลอบสังหารนายสนธิไม่ใช่ระบบตามปกติธรรมดา เพราะความกล้าฆ่าคนย่อมได้รับการรับรองว่าจะไม่มีความผิดและมีโอกาสใช้ชีวิตอย่างอุดมสมบูรณ์จากเงินค่าจ้างก็มหาศาล ดังนั้นย่อมเป็นเหตุผลอันสมควรสำหรับนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะต้องแสวงหาความจริงให้ปรากฏและมีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้ ทั้งนี้ จะเป็นประเด็นสำหรับการประเมินความน่าเชื่อถือของผู้นำรัฐบาล รวมทั้งโอกาสของประเทศไทยที่จะได้อยู่ร่วมกับสังคมในนานาชาติ ซึ่งไม่ยอมรับระบบศาลเตี้ยดังที่เกิดขึ้นในประเทศไทย