ข่าว

ไทยพร้อม!ก้าวสู่การเป็น"ฮับ"ยางพาราโลก!

ไทยพร้อม!ก้าวสู่การเป็น"ฮับ"ยางพาราโลก!

24 ก.ย. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

 

              สยยท. ระบุการผลักดันยางพาราไทยสู่อุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ ช่วยแก้ปัญหาเสถียรภาพราคายางอย่างยั่งยืน อีกทั้งประเทศไทยมีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นฮับยางพาราโลก เพราะได้เปรียบทั้งระบบขนส่งและความพร้อมด้านผลผลิตคุณภาพ

             อุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยภายหลังงานเสวนาอนาคตยางพาราบนบริบทไทยแลนด์ 4.0 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559ณ โรงแรมเอส.ดี.อเวนิว ถนนบรมราชชนนี บางพลัด กรุงเทพฯ ว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้ขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อปฏิรูปประเทศไปสู่การเป็นดิจิตอลไทยแลนด์ (Digital Thailand)

 

ไทยพร้อม!ก้าวสู่การเป็น"ฮับ"ยางพาราโลก!

 

            โดยคาดหวังว่าภายใน 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วซึ่งไม่เพียงแต่คนไทยจะมีคุณภาพชีวิต และรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และทรัพยากรต่างอย่างมั่งคั่ง และยั่งยืนด้วย ทาง สยยท.จึงเห็นควรที่จะจัดเสวนาอนาคตยางพาราบริบทไทยแลนด์  4.0 ขึ้นเพื่อปฏิรูปและเตรียมพร้อมให้กับเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราก้าวสู่การเป็นเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ซึ่งนอกจากจะนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆมาใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปยางให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแล้ว เกษตรกรยังจะต้องมีความรู้เรื่องการบริการจัดการและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

 

ไทยพร้อม!ก้าวสู่การเป็น"ฮับ"ยางพาราโลก!

 อุทัย สอนหลักทรัพย์

            “ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางพาราเป็นอันดับหนึ่งของโลกมาตั้งแต่ปี  2534 แต่เรากลับไม่สามารถเป็นผู้กำหนดราคายางในตลาดโลกได้ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยเน้นส่งออกยางในรูปของวัตถุดิบเป็นหลัก  โดยล่าสุดปี 2558 ส่งออกน้ำยางดิบสูงถึง 3.879 ล้านตัน หรือคิดเป็นร้อยละ  86.33 ของผลผลิตทั้งหมด มีมูลค่าประมาณ 170,421.29  ล้านบาท ขณะที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ยางแปรรูปเพียง 610,000 ตัน คิดเป็นร้อยละ 13.67 แต่มีมูลค่าสูงถึง  467,347 ล้านบาท จากมูลค่าที่แตกต่างกันและความต้องการผลิตภัณฑ์แปรรูปยางหลากชนิดซึ่งยังเป็นที่ต้องการของตลาด  อาทิ  ตัวหนอนยาง, สนามฟุตบอล, สนามเด็กเล่น, ซีลเครื่องสุขภัณฑ์ และ ล้อยางฯ สยยท.เชื่อมั่นว่าการผลักดันยางพาราสู่การเป็นเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ซึ่งจะต้องมีการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปยางพาราที่หลากหลายจะนำไปสู่การสร้างงานและแก้ไขปัญหาความไม่เสถียรภาพด้านราคายางอย่างยั่งยืน” นายอุทัยกล่าว

 

ไทยพร้อม!ก้าวสู่การเป็น"ฮับ"ยางพาราโลก!

 

            ประธาน สยยท. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้หากภาครัฐสนับสนุนการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อฝึกอบรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเบื้องต้น และการเข้าถึงแหล่งทุน การเข้าอบรมจากศูนย์บ่มเพาะของ กยท. ควบคู่ไปกับมีมาตรการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์อย่างครบวงจร ในอนาคตประเทศไทยจะสามารถก้าวไปสู่การเป็นฮับด้านยางพารา ทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตยางจากประเทศเพื่อนบ้านอาทิ เมียนมาร์ กัมพูชามาแปรรูปเพื่อส่งออกได้มากขึ้น เพราะประเทศไทยมีความได้เปรียบในเรื่องของระบบขนส่งอยู่แล้ว

          นายอุทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมยางพาราของไทยให้สอดคล้องกับบริบทไทยแลนด์ 4.0 สยยท.ในฐานะหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯนายกรัฐมนตรีให้ดูแลเกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ นอกจากจะเร่งทำความเข้าใจ จัดอบรมความรู้ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกรชาวสวนยางแล้ว สยยท. ยังมีแผนที่จัดตั้งศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประจำจังหวัดทั้ง  63 จังหวัดจาก 76 องค์กร 

 

ไทยพร้อม!ก้าวสู่การเป็น"ฮับ"ยางพาราโลก!

          โดยจะต้องจัดทำฐานข้อมูลรายจังหวัดที่เกี่ยวข้องทุกด้าน อาทิ จำนวนเกษตรกร, พื้นที่ปลูกยางทั้งหมด, ปริมาณน้ำยางของแต่ละพื้นที่, สวนยางที่ยังไม่ให้ผลผลิต ตลอดจนจำนวนสวนยางที่อยู่ในพื้นที่อุทยาน ควบคู่ไปกับการจัดตั้งศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประจำกระทรวงเกษตรฯ และศูนย์ประสานงานประจำจังหวัดที่มียางทั้งหมด 63  จังหวัด คาดว่าจะทำให้การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร และความไม่เสถียรภาพด้านราคายางมีความชัดเจนทันเหตุการณ์มากขึ้น

           “บทบาทสำคัญของ สยยท.คือเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแล รับฟังและแก้ไขปัญหาให้กับชาวสวนยางทั่วประเทศในทิศทางเดียวกัน สยยท.จึงไม่ได้มีหน้าที่กำกับหรือควบคุม   แต่ทำหน้าที่ประสานงานกับภาครัฐในการกำหนดนโยบายหรือมาตรการช่วยเหลือต่างๆให้สอดคล้องกับความต้องการของชาวสวนยาง ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่หารือกับภาคเอกชนเพื่อขยายช่องทางตลาดผลิตภัณฑ์ยางให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น” นายอุทัยกล่าว