
ควีนอังกฤษช็อคโศกนาฎกรรม ไฟป่ารัฐวิคตอเรีย-ออสเตรเลีย
09 ก.พ. 2552
ควีนอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ทรงตกพระทัยกับโศกนาฎกรรมไฟป่าในออสเตรเลีย ท่ามกลางความวิตกว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจพุ่งถึง 230 ราย ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุ ยากจะจับมือวางเพลิงได้ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 108 คน ท่ามกลางความวิตกว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่านี้
(9ก.พ.) สำนักพระราชวัง บักกิ้งแฮม ออกแถลงการณ์ในนามสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ระบุว่า พระองค์ทรงตกพระทัย และทรงเศร้าพระทัยที่ทราบข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตสูงถึงกว่า 100 ราย จากเหตุการณ์ไฟป่าในรัฐวิคตอเรียของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศในเครือจักรภพของอังกฤษ พระองค์ยังได้ทรงแสดงความเสียพระทัยกับครอบครัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย และทรงชื่นชมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่หน่วยงานฉุกเฉินที่ได้ทุ่มเทพยายามช่วยกันดับไฟ
ด้านนายกรัฐมนตรี กอร์ดอน บราวน์ของอังกฤษ ได้โทรศัพท์ถึงนายกรัฐมนตรี เควิน รัดด์ โดยได้แสดงความเห็นใจต่อชาวออสเตรเลีย โดยเฉพาะครอบครัวของผู้ที่ต้องประสบชะตากรรม พร้อมกับยกย่องความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียในช่วงเวลายากลำบากเช่นนี้ และว่าอังกฤษพร้อมให้ความช่วยเหลือใด ๆ ตามที่รัฐบาลออสเตรเลียต้องการ
สำหรับสถานการณ์ไฟป่าที่กำลังโหมกระหน่ำรัฐวิคตอเรียของออสเตรเลียนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ทำให้ในหลายเมืองในแถบบีชวอร์ธ และยัคกันดันดาห์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐตกอยู่ในความเสี่ยง ขณะที่ ทางการออสเตรเลียคาดว่า ยอดผู้เสียชีวิตจะสูงถึง 230 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โศกนาฎกรรมไฟป่าครั้งเลวร้ายสุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย ส่งผลให้สาธารณชนไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ตำรวจได้ล่ามือวางเพลิง ที่เชื่อว่าจะมีส่วนในเหตุเพลิงไหม้ในบางจุด ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต มากกว่า 100 คน นายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ ได้เรียกคนเหล่านี้ว่า "ฆาตกรสังหารหมู่" ขณะที่ผู้ปกครองรัฐวิคตอเรีย เรียกว่าเป็น "ผู้ก่อการร้าย" แต่พวกเขาเหล่านี้เป็นใคร หรือเหตุใดจึงกระทำการร้ายแรงเช่นนี้ ยังเป็นเรื่องที่ไม่มีใครตอบได้แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญ โดยเดมอน มุลเลอร์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า คิดว่าพวกวางเพลิงเผาป่ากลุ่มนี้ มีเหตุจูงใจด้วยเหตุผลที่แตกต่างจากกลุ่มอื่น นักวางเพลิงส่วนใหญ่มีแนวโน้มว่ามีเหตุจูงใจจากหลายสิ่ง เช่น ท้าทาย, หวังเงินตอบแทน, หวังเงินประกันหรืออีกหลายสาเหตุ แต่ก็มีกรณีที่วางเพลิงโดยไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน
มุลเลอร์ ยังเป็นผู้ที่เขียนรายงานให้กับสถาบันอาชญวิทยาออสเตรเลีย ซึ่งเป็นของรัฐบาล ระบุว่ามือวางเพลิงเผาป่าครึ่งหนึ่งของจำ นวนระหว่าง 2 หมื่น ถึง 3 หมื่นคน ในแต่ละปี ล้วนกระทำการโดยเจตนา คนเหล่านี้อาจต้องการความตื่นเต้น บางคนต้องการประสบการณ์หวาดเสียว ที่ได้เห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง หรือหน่วยฉุกเฉิน รับมือกับไฟป่าที่เกิดจากน้ำมือของพวกเขา ซึ่งตำรวจได้จับกุมชายวัย 31 ปี กับเด็กหนุ่มวัย 15 ปี ในข้อหาวางเพลิง หลังไฟป่าลุกลามพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 128 คน เผาผลาญบ้านเรือนไปอีกกว่า 750 หลังคาเรือน
แม้ว่า การวางเพลิงของพวกเขาที่ถูกระบุว่า เริ่มต้นในรัฐนิวเซาท์เวลส์ จะไม่ได้คร่าชีวิตคน แต่ตำรวจกำลังสงสัยว่า นักวางเพลิงจะอยู่เบื้องหลังไฟป่าที่รุนแรงในรัฐวิคตอเรีย ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากด้วย ซึ่งตำรวจวิคตอเรีย ระบุว่า พื้นที่ไฟป่าถูกระบุให้เป็นเหตุอาชญากรรม และกำลังตรวจสอบว่า มีการวางเพลิงเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
เจ้าหน้าที่สืบสวนด้านนิติเวช ได้เริ่มทำงานที่ย่านคิงเล้ค ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 คน และบ้านเรือนถูกเผาทำลายหลายร้อยคน ตำรวจระบุว่า พวกนักวางเพลิงที่ฉวยโอกาสในช่วงที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย ทั้งคลื่นความร้อนและลมแรง อาจรับโทษจำคุกตลอดชีวิต ถ้าถูกตัดสินว่ามีความผิดข้อหาฆาตกรรม แต่ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า หนึ่งในสิ่งที่ยากลำบากคือการจัดการกับพวกลอบวางเพลิง เพราะพวกเขาไม่เคยถูกจับได้ และก็ไม่รู้ด้วยว่า พวกเขาเป็นใคร
พวกนักวางเพลิงที่ชอบดูความพยายามดับไฟที่พวกเขาจุดขึ้นด้วยความตื่นเต้น มักจะนั่งติดตามสถานการณ์อยู่หน้าจอโทรทัศน์ หรือวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง บางครั้งการเสพติดเรื่องนี้มาก ๆ อาจทำให้พวกเขาพยายามสมัครเป็นอาสาสมัคร แต่หน่วยงานดับเพลิง ต่างทราบเรื่องนี้ และมักมีการตรวจสอบหลายชั้น โดยอาศัยกลไก ที่จะกันพวกเขาออกไป ส่วนเรื่องที่ว่าพวกเขาจะมีความรู้สึกผิดหรือไม่ ที่ทำคนตาย เป็นเรื่องยากจะเข้าใจ บางคนไม่ยอมรับผลของการกระทำของตัวเอง แต่บางคนก็มองย้อนกลับไปและเสียใจต่อเหยื่อจริง ๆ
ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากไฟป่าในรัฐวิคตอเรียทางตะวันออกเฉียงใต้ออสเตรเลีย เพิ่มเป็นอย่างน้อย 108 คนแล้วในวันนี้ โดยเป็นผู้เสียชีวิตจากไฟคลอกทั้งที่อยู่ในบ้านพัก และในรถยนต์ขณะพยายายามหลบหนีไฟ ทำลายสถิติยอดผู้เสียชีวิต 71 คนจากเหตุไฟป่า" แบล๊ค ฟรายเดย์ เบลซ" เมื่อปี 2481 และ 76 คนจากเหตุ" แอช เวนสเดย์"เมื่อปี 2546 ท่ามกลางความวิตกว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงกว่านี้อีกมาก
มีบ้านเรือนของประชาชนถูกเผาผลาญไปแล้วกว่า 750 หลัง รวมทั้งพื้นที่ป่ามากกว่า 1 ล้าน 2 แสนไร่ เมืองคิงเลคถูกไฟผลาญจนหมดและมีผู้เสียชีวิตเฉพาะที่เมืองนี้ 55 คน ขณะที่โรงพยาบาลอัลเฟรดในนครเมลเบิร์น เมืองใหญ่สุดของรัฐวิคตอเรีย เต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บ
ร้ายแรงจากการถูกไฟคลอกขณะพยายามหนีไฟทั้งด้วยรถยนต์และเดินเท้า แต่หนีไม่ทันไฟที่ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว และมีการร้องขอตู้เย็นเพื่อใช้เป็นที่เก็บศพชั่วคราวสำหรับศพที่ยังไม่อาจระบุเอกลักษณ์ว่าเป็นผู้ใดด้วย
นายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ร้องขอให้กองทัพส่งทหารเข้าช่วยในการดับไฟและเคลื่อนย้ายซากต้นไม้ที่ล้มลงมาขวางตามถนนสายต่างๆ เป็นอุปสรรคที่รถพยาบาลจะเข้าไปรับผู้บาดเจ็บ ขณะที่ลมแรงและอุณหุภูมิสูงเอื้อต่อการลุกลามของไฟ จนพนักงานดับเพลิงและอาสาสมัครกว่า 3 หมื่นคน พร้อมเครื่องบิน 37 ลำที่ใช้ทิ้งระเบิดน้ำยังไม่อาจรับมือไหว กับไฟที่ในบางจุดสูงเท่ากับตึก 4 ชั้น
ปัจจุบัน ที่รัฐวิคตอเรียยังคงมีไฟลุกไหม้อยู่ 26 จุด ซึ่งรวมทั้ง 12 จุดที่ลุกไหม้นอกแนวสนามเพลาะที่ใช้รถบูลโดเซอร์ขุดไว้เพื่อสกัดการลุกลามของไฟ และเจ้าหน้าที่เตือนว่าอาจเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหตุการณ์"แอช เวนสเดย์" ที่มีร้านเรือนถูกไฟไหม้ไปกว่า 2,800 หลัง
ส่วนที่รัฐนิวเซาเวลส์ มีไฟไหม้ป่าอยู่หลายสิบแห่ง แต่ยังไม่เป็นภัยคุกคามต่อบ้านเรือน
เกิดเหตุไฟไหม้ป่าเป็นประจำในฤดูร้อนของออสเตรเลีย ซึ่งผลวิจัยของรัฐบาลระบุว่าครึ่งหนึ่งของไฟไหม้ที่เกิดขึ้นหลายหมื่นครั้งต่อปี ถูกจุดหรือต้องสงสัยว่าถูกจุดขึ้นโดยเจตนา ส่วนสาเหตุใหญ่อื่นๆรวมทั้งฟ้าผ่าและการใช้เครื่องจักรทำงานใกล้พุ่มไม้แห้ง และสำหรับไฟไหม้ครั้งนี้ ตำรวจเชื่อว่ามีหลายจุดที่ถูกจุดขึ้นอย่างจงใจ และได้จับกุมผู้ต้องสงสัยแล้วสองคนเป็นชายวัย 31 ปีกับเด็กหนุ่มวัย 15 ปี



